|
ผู้ประกอบการในระบบการเงินไทย |
ก่อนวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ระบบการเงินของไทยมีลักษณะเป็นแบบ Bank-based คือการทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เช่น ฝากเงิน กู้ยืมเงินจะใช้ธนาคารเป็นตัวกลาง หรือมีธนาคารพาณิชย์เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ มากกว่าจะเป็น Market-based ที่ผู้ประกอบการจะระดมทุนเอง โดยผ่านตลาดทุนหรือให้ตลาดเป็นตัวขับเคลื่อน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นับจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเงิน และตลาดทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ นอกเหนือจากธนาคารพาณิชย์เริ่มเข้ามามีบทบาทในระบบ การเงินไทยมากยิ่งขึ้น |
|
ผู้ประกอบการมีใครบ้าง |
ผู้ประกอบการหรือผู้ให้บริการทางการเงินมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีบทบาทหน้าที่ในระบบการเงิน หรือการให้บริการทาง การเงินที่แตกต่างกันไปในรายละเอียดตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และมีหน่วยงานของรัฐทำหน้าที่กำกับดูแลเฉพาะเจาะจง โดยสรุป ดังนี้ |
|
ผู้ประกอบการในระบบการเงินไทย
|
หน่วยงานที่กำกับดูแล |
|
1. สถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย
|
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
|
|
2. สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
|
กระทรวงการคลัง
(ธปท. ตรวจสอบตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง)
|
|
3. ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่มิใช่สถาบัน การเงิน (Non-bank)
|
กระทรวงการคลัง
ธปท. ตรวจสอบตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลัง
|
|
4. บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน
|
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
|
|
5. บริษัทประกันภัย
|
คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
|
|
6. ผู้ประกอบการอื่น ๆ เช่น สหกรณ์ โรงรับจำนำ บริษัทเช่าซื้อ บริษัทลีสซิ่ง บริษัทแฟ็กเตอริง และกลุ่มการเงินระดับ ฐานราก เป็นต้น
|
หน่วยงานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ
| |
| s1
สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอื่นที่ ธปท. กำกับดูแลและตรวจสอบ |
|
1. สถาบันการเงิน หมายถึง ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ทั้งนี้ สถาบันการเงินที่ ธปท. ดูแลและ ตรวจสอบ ได้แก่
- ธนาคารพาณิชย์ไทย (ธพ. ไทย) (Commercial Bank)
บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจการรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อครบกำหนดระยะเวลา ปล่อยสินเชื่อ รับโอนเงินและชำระเงิน ตลอดจนบริการทางการเงินอื่น ๆ เช่น การอาวัล การรับประกัน การบริการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ธุรกิจต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และประกันภัยบางประเภทเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การให้บริการของแต่ละธนาคารพาณิชย์อาจแตกต่างกันได้ตามขนาด และความชำนาญ ปัจจุบันมีธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง
- ธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย (ธย.) (Retail Bank)
บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้บริการแก่รายย่อย จึงสามารถปล่อยสินเชื่อได้เฉพาะประชาชนรายย่อย และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เช่น รับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม หรือเมื่อครบกำหนดเวลา รับโอนเงินและชำระเงิน และไม่อนุญาตให้ประกอบธุรกิจที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูง เช่นธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ตราสารอนุพันธ์ ปัจจุบันมี ธย. 1 แห่ง ได้แก่ ธ.ไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)
- ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary)
บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด และมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยธนาคารสามารถมีสำนักงานใหญ่ 1 แห่ง และสำนักงานสาขารวม 4 แห่ง อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1 แห่ง และนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีก 3 แห่ง ปัจจุบันมี 1 แห่ง ได้แก่ ธ.เมกะสากลพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
- สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ (Foreign Bank Branch / Full Branch)
สาขาของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย โดยมีสาขาในประเทศไทยได้ไม่เกิน 3 แห่ง ปัจจุบันมี 15 แห่ง
- บริษัทเงินทุน หรือ บง. (Finance Company)
บริษัทที่ทำธุรกิจในการจัดหาเงินทุนจากประชาชนโดยการกู้ยืม หรือรับฝากเงินจากประชาชน โดยการออกบัตรเงินฝาก และนำเงินนั้นไปใช้เพื่อให้กู้ยืมเพื่อการพาณิชย์ (เป็นการให้กู้ยืมระยะสั้น) เพื่อการพัฒนา (ให้กู้ยืมระยะยาวและปานกลาง) เพื่อการเช่าซื้อ และเพื่อการเคหะ หรือเพื่อประกอบธุรกิจอื่นตามที่กฎกระทรวงกำหนด บริษัทเงินทุนไม่สามารถประกอบธุรกิจการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ธุรกรรมด้าน Trade finance และบัตรเครดิตได้ และต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท ปัจจุบันมี 3 แห่ง
- บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (Credit fancier company)
เป็นบริษัทที่ให้กู้ยืมเงินโดยวิธีรับจำนองอสังหาริมทรัพย์ หรือกิจการรับซื้ออสังหาริมทรัพย์ตามสัญญาขายฝาก หรือกิจการที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้ บริษัทเครดิตฟองซิเอร์สามารถระดมเงินทุนจากประชาชนได้โดยการรับฝากเงินแบบจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนด แต่ห้ามต่ำกว่า 1 ปี และเงินฝากขั้นต่ำต้องไม่น้อยกว่า 1,000 บาท และห้ามระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้ ทั้งนี้ ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ปัจจุบันมี 3 แห่ง
2. ผู้ประกอบการประเภทอื่น
- สำนักงานผู้แทนธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ
สำนักงานของ ธพ. ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจาก ธปท. ให้ดำเนินการแทนธนาคารหลักในต่างประเทศ สามารถดำเนินการ ได้เฉพาะที่เกี่ยวกับการติดต่อ ประสานงาน การแนะนำลูกค้า และการรวบรวมข้อมูลข่าวสารเพื่อส่งให้สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานอื่น ๆ ของธนาคารเท่านั้น ปัจจุบันมี 26 แห่ง
- บริษัทบริหารสินทรัพย์
บริษัทที่ได้จดทะเบียนกับ ธปท. ตาม พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 เพื่อทำหน้าที่บริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน โดยการรับซื้อหรือรับโอน สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินที่ยังเปิดกิจการอยู่ หรือปิดกิจการแล้ว รวมถึงหลักประกันของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเพื่อนำมาบริหาร เช่น ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ฟื้นฟูลูกหนี้ หรือจำหน่ายโอนต่อไป ทั้งนี้ บริษัทบริหารสินทรัพย์สามารถจัดหาเงินทุนโดยการกู้ยืมจากภายในหรือภายนอกประเทศ หรือออกหลักทรัพย์เป็นการเฉพาะ แต่ไม่สามารถระดมทุนโดยการรับฝากเงินจากประชาชน ปัจจุบันมี 21 แห่ง แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ บริษัทที่เป็นของรัฐ บริษัทที่เป็นลูกของสถาบันการเงิน และ บริษัทเอกชน
ทั้งนี้ สามารถดูรายชื่อสถาบันการเงินทั้งหมด ได้ที่ เวปไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม click )
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน คือ พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๕๑ click
|
|
s2 สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specific Financial Institutions, SFIs)
|
| SFIs เป็นสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น เพื่อดำเนินการตามนโยบายของรัฐในการพัฒนา ส่งเสริมเศรษฐกิจ และสนับสนุนการลงทุนต่างๆ อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ ธปท ทำหน้าที่ตรวจสอบผลการดำเนินงานและความเสี่ยงของ SFIs และรายงานผลการตรวจสอบไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อสั่งการ |
SFIs ที่รับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป
ทำหน้าที่เป็นธนาคารที่ให้บริการทางการเงินทั้งด้านเงินฝากและให้สินเชื่อ ปัจจุบันมี 4 แห่ง ได้แก่ |
|
รายชื่อ SFIs
|
รายละเอียด
|
|
|
|
1) ธนาคารออมสิน (Government Savings Bank: GSB)

|
- มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในรูปแบบของสถาบันการเงินที่มีรัฐบาลเป็นประกัน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และดำเนินธุรกิจภายใต้พระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. 2489 เพื่อเป็นธนาคารสำหรับประชาชน เพื่อส่งเสริมเยาวชนและผู้มีรายได้น้อยให้ออมเงิน
- ให้บริการหลากหลายประเภท ได้แก่
-
บริการด้านเงินฝาก : กระแสรายวัน เผื่อเรียก ฝากประจำ
-
บริการด้านสลากออมสิน/ พันธบัตร
-
บริการด้านเงินฝากสงเคราะห์ชีวิต
-
บริการด้านสินเชื่อ : สินเชื่อบุคคลต่าง ๆ อาทิ เพื่อการเคหะ เพื่อการศึกษา เป็นต้น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ และสินเชื่อตามนโยบายรัฐ
-
บริการอื่น ๆ : ATM/ Credit Card/Debit Card ชำระเงินออนไลน์ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โอนเงิน เป็นต้น
- ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่และสาขา รวม 931 แห่ง ตู้ ATM เรือธนาคารออมสิน รถเคลื่อนที่ มอเตอร์ไซด์แบ็งก์กิ้ง
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.gsb.or.th
|
|
|
|
2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) (Bank for Agriculture and Agricultural Co-operatives)

|
- มีฐานะเป็นเป็นรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกร และกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์การเกษตร หรือที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร
- ให้บริการหลากหลายประเภท ได้แก่
-
บริการด้านเงินฝาก : กระแสรายวัน ออมทรัพย์ ประจำ
-
บริการด้านสลากออมทรัพย์ต่างๆ
-
บริการด้านสินเชื่อ: ลูกค้าบุคคล อาทิ สินเชื่อโครงการเพิ่มศักยภาพและลดต้นทุนผู้เลี้ยงไก่และสุกร สินเชื่อสวัสดิการ สินเชื่อข้าราชการบำนาญ เป็นต้น ลูกค้าผู้ประกอบการ อาทิ โครงการ Value Chain (ข้าวโพด) สินเชื่อเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและการกระจายสินค้า เป็นต้น ลูกค้าสหกรณ์ กลุ่มองค์กร อาทิ สินเชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สินเชื่อสหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นต้น
-
บริการอื่น ๆ : เช็คและตั๋วเงิน บริการโอนเงิน ตู้ ATM ชำระค่าบริการ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
-
กองทุนธนาคารอิสลาม : เพื่อให้บริการทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลาม เช่น การจ่ายผลตอบแทนโดยวิธีแบ่งผลกำไร ดำเนินธุรกิจโดยการร่วมทุนกับลูกค้า เป็นต้น
- ช่องทางการให้บริการ:สำนักงานใหญ่และสาขา รวม 871 แห่งและตู้ATM
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.baac.or.th/
|
|
|
|
3) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) (Government Housing Bank)

|
- มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. 2496 และที่ปรับปรุงเพื่อให้สินเชื่อที่เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยทั้งในระยะสั้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาโครงการที่ดินและที่อยู่อาศัย และระยะยาวที่ให้แก่ประชาชน เพื่อการปลูกสร้าง ซื้อจัดหาที่อยู่อาศัย
- ให้บริการหลากหลายประเภท ได้แก่
-
บริการด้านเงินฝาก : กระแสรายวัน ออมทรัพย์ ประจำ
-
บริการด้านสินเชื่อ : ลูกค้าบุคคล เช่น เพื่อซื้อบ้าน ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เป็นต้น ลูกค้าผู้ประกอบการ อาทิ สินเชื่อประเภทบ้านเช่า ประเภทแฟลต และประเภทพัฒนาโครงการ เป็นต้น
-
บริการสินเชื่อเพื่อคนไทยในต่างประเทศ
-
บริการอื่นๆ : ตู้ ATM ตั๋วสัญญาใช้เงิน เช็ค บริการโอนเงิน ชำระค่าบริการ เป็นต้น
- ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่ สาขาหลักสาขาย่อย หน่วยบริการ สินเชื่อOSS เคาน์เตอร์การเงิน รวม 155 แห่ง และตู้ ATM
- ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.ghb.co.th/
|
|
|
|
4) ธนาคารอิสลาม
แห่งประเทศไทย (ธอท.)
(Islamic Bank of Thailand)

|
- มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าชาวอิสลามเป็นหลัก
- ให้บริการหลากหลายประเภท ได้แก่
บริการด้านเงินฝาก : เดินสะพัด ออมทรัพย์ ประจำ
บริการด้านสินเชื่อ : ลูกค้าบุคคล เช่น เพื่อที่อยู่อาศัย เช่าซื้อรถ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อ ค้ำประกัน เพื่อการศึกษา ลูกค้าผู้ประกอบการ เช่น สินเชื่อเพื่อธนาคารชุมชน เงินทุนหมุนเวียน พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น และนโยบายภาครัฐ เช่น โครงการยิ้มสู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพ สินเชื่อเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบอาชีพให้บริการรถสาธารณะ เป็นต้น
บริการอื่นๆ : ตู้ ATM บริการโอนเงินรายย่อย หักบัญชีเช็ค บริการจัดการซะกาตจากบัญชีซะกาต (เงินบริจาค) ชำระค่าบริการ บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น
· ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่และสาขา รวม77 แห่งและตู้ ATM
· ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.ibank.co.th
| |
SFIs ที่ไม่รับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป
SFIs ที่ทำธุรกิจตามขอบเขตที่กำหนด เช่น ให้สินเชื่อหรือรับประกันสินเชื่อให้แก่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันมี 4 แห่ง ได้แก่ |
|
รายชื่อ SFIs |
รายละเอียด |
|
|
|
1) ธนาคารเพื่อการส่งออกและ นำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)
(Export-Import Bank of Thailand–EXIM Bank)

|
· มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง จัดตั้งตามพระราชบัญญัติธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2536 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออก การนำเข้า การลงทุน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
· ให้บริการหลากหลายประเภท ยกเว้นบริการเงินฝาก ได้แก่
-
บริการด้านสินเชื่อ : เงินทุนหมุนเวียน เช่นสินเชื่อเพื่อการส่งออกสกุลเงินบาทและสุกลเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น สินเชื่อระยะกลาง-ยาว เช่น สินเชื่อเพื่อขยายกำลังการผลิต เพื่อพาณิชย์นาวี เพื่อสนับสนุนการขยายเครื่องจักร เป็นต้น สินเชื่อสำหรับผู้ให้บริการส่งออก
-
บริการเกี่ยวกับการลงทุนในต่างประเทศ: สนับสนุนธุรกิจร้านอาหารไทยในต่างประเทศ สนับสนุนธุรกิจก่อสร้างในต่างประเทศ ประกันความเสี่ยงการลงทุน เป็นต้น
-
บริการอื่น ๆ : บริการโอนเงินและชำระเงิน บริการค้ำประกัน และ บริการด้านการค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น
· ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่ สาขา 14 แห่ง
· ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.exim.go.th
|
|
|
|
2) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่ง ประเทศไทย (ธพว.)
(Small and Medium Enterprise Development Bank of Thailand-SME Bank)

|
· ปรับจากสถานะบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บอย.) เป็น ธพว. ภายใต้การกำกับการดูแลของกระทรวงการคลังและกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อประกอบธุรกิจอันเป็นการพัฒนา ส่งเสริม ช่วยเหลือ และสนับสนุนการจัดตั้ง การดำเนินงาน การขยาย หรือการปรับปรุงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการให้สินเชื่อค้ำประกันร่วม ลงทุนให้คำปรึกษาแนะนำหรือให้บริการตามพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545
· ให้บริการหลากหลายประเภท ได้แก่
-
บริการด้านสินเชื่อ : สำหรับผู้ประกอบการ SMEs เช่น สินเชื่อรายย่อย สินเชื่อ OTOP เป็นต้น สินเชื่อเพื่อบรรเทาภาวะวิกฤต เช่น จากภัยพิบัติปี 2554 มาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกจากการแข็งค่าเงินบาท เป็นต้น สินเชื่อธุรกิจการค้า เช่น สินเชื่อแฟคตอริ่ง สินเชื่อลิสซิ่ง เป็นต้น สินเชื่อตามนโยบายภาครัฐ เช่น สินเชื่อเพื่อข้าราชการบำนาญ เพื่อสนับสนุนโครงการ 9 ประชาวิวัฒน์ เป็นต้น
-
บริการด้านเงินฝาก (เฉพาะลูกค้าที่ได้รับสินเชื่อแล้ว) : บริการบัตรเงินฝาก บริการใบรับเงินฝากประจำ บริการเงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำแบบมีสมุดคู่ฝาก บริการตั๋วแลกเงิน เป็นต้น
-
บริการอื่น ๆ : ออกหนังสือค้ำประกัน การรับอาวัลหรือรับรองตั๋ว บริการร่วมลงทุน เป็นต้น
· ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่และสาขา รวม 94 แห่ง
· ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.smebank.co.th/
|
|
|
|
3) บรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
(Thai Credit Guarantee Corporation)

|
· เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม พ.ศ. 2534 เพื่อรับโอนกิจการและการดำเนินงานของกองทุนประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมขนาดย่อมเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้
· ให้บริการค้ำประกันแก่อุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นหลัก ได้แก่
- ร่วมกับ ธพว.:
ช่วยเหลือธุรกิจแฟรนไชส์ โลจิสติกส์ไทย และขายตรง
- ค้ำประกันแบบ Portfolio Guarantee (SMEs Easy Guarantee) กับ สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ
เช่น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ธ. ออมสิน ธอท. ธสน. เป็นต้น โดยมี 3 แบบ คือ แบบปกติ แบบไม่มีหลักประกัน แบบ NPL
- บริการค้ำประกันตามนโยบายภาครัฐ:
SMEs ที่ประสบภัยจากอุทกภัยปี 2554
· ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา 9 แห่ง
· ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.sbcg.or.th/
|
|
|
|
4. บรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย (บตท.)
(Secondary Mortgage Corporation)

|
· เป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทสถาบันการเงิน สังกัดกระทรวงการคลัง จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2540 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย นำหลักการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์(Securitization) มาใช้เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เพียงพอ รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ
· ให้บริการต่างๆ เช่น
-
รับซื้อสินเชื่อเพื่อการลงทุน : ซื้อสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพจากสถาบันการเงินในตลาดแรก เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เป็นต้น เพื่อเป็นการลงทุน โดยอาศัยทุนประเดิม การออกพันธบัตร และกู้ยืมเงิน
-
การระดมทุน : รับฝากเงินในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินจากนักลงทุนที่เป็น นิติบุคคล การออกพันธบัตรที่มีอายุ 1 ปี ขึ้นไป
-
การทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Securitization) ประเภท Mortgage-backed Securities (MBS) เพื่อขายให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
· ช่องทางการให้บริการ: สำนักงานใหญ่
· ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.smcthailand.com/
| |
| s3
ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) |
|
ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงินส่วนใหญ่เป็นบริษัทจำกัด ที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ผู้ประกอบการ Non-bank ประกอบด้วย
- ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน – ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลัง โดยผ่านการพิจารณาและกำกับดูแล โดย ธปท. โดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 และ
ที่ปรับปรุงเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ประกอบบัตรเครดิตต้องมีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทปัจจุบันมี 11 แห่ง
- ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ – เป็นบริษัทนิติบุคคลที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลธรรมดาที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัว หรือเพื่อผ่อนชำระค่าสินค้า โดยไม่รวมการเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยผ่านการพิจารณาอนุญาตและกำกับดูแลโดย ธปท. โดยอาศัยอำนาจตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2545 และที่ปรับปรุงเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ปัจจุบันมีผู้ประกอบการ รวมทั้งสิ้น 25 แห่ง
- ผู้ให้บริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) – อาจเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลก็ได้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2551 โดย ธปท. กำกับดูแลตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (ปว.58) (การประกอบธุรกิจบัตรเงินอิเล็กทรอนิกส์) ลงวันที่ 4 ตุลาคม 2547 ทั้งนี้ ก่อนให้บริการผู้ให้บริการต้องได้รับการพิจารณาจาก ธปท. ก่อนโดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
- ผู้ให้บริการเพียงแต่แจ้งให้ ธปท. ทราบก่อนให้บริการ ได้แก่ การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ซื้อสินค้าหรือบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจาก
ผู้ให้บริการเพียงรายเดียว
- ผู้ให้บริการต้องขอขึ้นทะเบียนก่อนให้บริการ ได้แก่ การให้บริการเครือข่ายบัตรเครดิต การให้บริการเครือข่ายอีดีซี การให้บริการสวิตซ์ซิ่งในการชำระเงินระบบใดระบบหนึ่ง การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า และรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้าจากผู้ให้บริการหลายราย ณ สถานที่ที่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและการให้บริการเดียวกัน
- ผู้ให้บริการต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ก่อนให้บริการ ได้แก่ ธุรกิจการให้บริการหักบัญชี การให้บริการชำระดุล การให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์ หรือเครือข่าย การให้บริการสวิตซ์ชิ่งชำระเงินหลายระบบ การให้บริการชำระเงินแทน การให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ซื้อสินค้า และรับบริการเฉพาะอย่างตามรายการที่กำหนดไว้ล่วงหน้า จากผู้ให้บริการหลายรายโดยไม่จำกัดสถานที่และไม่อยู่ภายใต้ระบบการจัดจำหน่ายและให้บริการเดียวกัน
ศึกษาประกาศและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ www.bot.or.th
- ผู้ให้บริการด้านการแลกเปลี่ยนเงินหรือโอนเงินตราต่างประเทศ – ให้บริการด้านการแลกเปลี่ยนเงินโดยได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 มี 2 ประเภท จำแนกตามขอบเขตการประกอบธุรกิจ ได้แก่
- บุคคลรับอนุญาต (Money Changer) ซื้อและขายธนบัตรต่างประเทศ และรับซื้อเช็คเดินทางได้ ดังนี้
-
ขายธนบัตรต่างประเทศให้แก่ลูกค้าได้ไม่เกิน 5,000 USD หรือเทียบเท่า ต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง
-
รับซื้อธนบัตรหรือเช็คเดินทางต่างประเทศได้ไม่จำกัดจำนวน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bot.or.th
- ตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ (Money Transfer Agent) – โอนเงินเข้า-ออกจากประเทศไทย ได้ดังนี้
- โอนเงินตราต่างประเทศออกนอกประเทศเพื่อชำระค่าเลี้ยงดูครอบครัว เพื่อการท่องเที่ยว เพื่อการศึกษา หรือเพื่อชำระค่าบริการรายย่อยอื่น ๆ ไม่เกิน 2,000 USD ต่อคนต่อวัน
- รับเงินโอนจากบุคคลในต่างประเทศเพื่อจ่ายเป็นเงินบาทให้แก่ผู้รับในประเทศทำได้ไม่จำกัดจำนวน
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bot.or.th
|
| สามารถดูรายชื่อสถาบันการเงินทั้งหมด ได้ที่ เวปไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม click ) |
|
s4
บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
|
- บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) – บริษัทหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ เช่น การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม การจัดการกองทุนส่วนบุคคล เป็นต้น
- บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) - บริษัทหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้เป็นบริษัทที่จัดตั้ง ดูแล บริหาร และจำหน่ายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง:
- พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
- พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530
- หลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ประกอบด้วย
- ตั๋วเงินคลัง
- พันธบัตรรัฐบาล
- พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย
- พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย
- หลักทรัพย์อื่นใดที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
|
|
รูปแบบการให้บริการ
|
รายละเอียด
|
|
การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ที่จดทะเบียนในตลาด และนอกตลาด)
|
• ความหมาย: เป็นนายหน้าหรือตัวแทนเพื่อการซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ให้แก่บุคคลอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยได้รับค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม หรือค่าตอบแทนอื่นเป็นการตอบแทน
• ต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับลูกค้าตามเกณฑ์ที่ กลต. กำหนด
• รายชื่อบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (ประเภทบริษัทหลักทรัพย์) รวมทั้งสิ้น 40 ราย |
|
การค้าหลักทรัพย์
|
• การซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนหลักทรัพย์ในนามของตนเองเป็นการค้าปกติของตลาดหลักทรัพย์หรือศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์ |
|
การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
|
• การรับหลักทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนจากบริษัทหรือเจ้าของหลักทรัพย์ไปเสนอขายต่อประชาชน โดยอาจได้รับค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนอื่น |
|
การจัดการกองทุนรวม (Mutual fund Management)
|
• เป็นธุรกิจที่ระดมเงินออมจากผู้ลงทุนรายย่อยไปลงทุนในตลาดทุนผ่านการขายหน่วยลงทุน ผู้ขายหน่วยลงทุนอาจเป็นบริษัทจัดการซึ่งเป็นผู้จัดตั้งกองทุนรวมและออกหน่วยลงทุน หรืออาจเป็นตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งสนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (selling agent) ก็ได้ |
|
การจัดการกองทุนส่วนบุคคล (Private fund management)
|
• ผู้ลงทุนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการลงทุนจะมอบหมายให้ผู้จัดการกองทุนช่วยดำเนินการลงทุนแทนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดตามที่คาดหวัง
• การจัดการกองทุนส่วนบุคคลอาจเป็นกองทุนของบุคคลรายเดียว หรือคณะบุคคลก็ได้ นโยบายการลงทุน ข้อจำกัดการลงทุน ความเสี่ยงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความต้องการของผู้ลงทุน
• ผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคลและผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นบุคคลเดียวกันได้ ส่วนผู้จัดการกองทุนส่วนบุคคล จะเป็นคนเดียวกับผู้จัดการกองทุนรวมได้ ก็ต่อเมื่อเป็น บลจ. |
|
การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
|
• กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการในรูปแบบของเงินกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ลูกจ้างตอนเกษียณอายุ ทุพพลภาพ (เป็นการออมเงินระยะยาว) |
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sec.or.th |
|
s5
บริษัทประกันภัย
|
|
ปัจจุบันรูปแบบการประกันภัยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีความหลากหลายมากขึ้น ดังนั้น เพื่อความคล่องตัวในการกำกับดูแล และคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องการประกันภัย จึงมีการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อกำกับดูแล
ธุรกิจประกันภัย แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
1. บริษัทประกันชีวิต รับประกันต่อความสูญเสียหรือความเสียหายต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคล โดยบริษัทฯ สัญญาว่าจะจ่ายชดเชยให้ผู้เอาประกันเมื่อมีการเสียชีวิต และอาจมีความคุ้มครองอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น การประกันกรณีทุพพลภาพ การประกันกรณีสูญเสียอวัยวะ การประกันสุขภาพ เป็นต้น
2. บริษัทประกันวินาศภัย แบ่งได้ 4 ประเภท ได้แก่
- การประกันอัคคีภัย
- การประกันรถยนต์
- การประกันทางทะเลและขนส่ง
- การประกันเบ็ดเตล็ด
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.oic.or.th |
| s6
ผู้ประกอบการประเภทอื่น
|
|
1) สหกรณ์ :
- เป็นองค์กรที่สมาชิกร่วมกันจัดตั้ง ด้วยการลงหุ้นร่วม ร่วมกันจัดการในการผลิต การจำหน่ายสินค้าหรือบริการตามความต้องการหรือผลประโยชน์อย่างเดียวกันของบรรดาสมาชิก มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายสหกรณ์ สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิ์ออกเสียงได้หนึ่งเสียงโดยไม่ขึ้นกับจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ และสหกรณ์แต่ละประเภทอาจมีการให้บริการทางการเงินที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และความต้องการของสมาชิกสหกรณ์
- สหกรณ์มี 7 ประเภท ตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง ได้แก่
|
|
ประเภท
|
ความหมาย |
ประโยชน์ที่ได้รับ |
|
1)สหกรณ์ การเกษตร |
• จัดตั้งขึ้นในหมู่ผู้มีอาชีพการเกษตร
• มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้สมาชิกดำเนินกิจการร่วมกัน ช่วยเหลือกันแก้ไขความ เดือดร้อนในการประกอบอาชีพ และช่วยยกฐานะความเป็นอยู่ของสมาชิกให้ดีขึ้น
|
• กู้เงินสหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
• ความรู้ต่าง เช่น การใช้เทคโนโลยีใน การผลิต การใช้พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ การใช้ปุ๋ย การเก็บรักษาผลผลิตอย่างมีคุณภาพ เป็นต้น
|
|
2)สหกรณ์ประมง |
• จัดตั้งขึ้นในหมู่ชาวประมง เพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพ |
• ความรู้ทางด้านวิชาการ เช่น การจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่เหมาะสม การเพิ่มคุณภาพในการเพาะเลี้ยง การเก็บรักษา และการแปรรูป สัตว์น้ำ เป็นต้น
• ได้รับบริการด้านเงินฝากเงิน และกู้เงินได้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
• ความช่วยเหลือด้านต่างๆ อาทิ การจัดหาวัสดุการประมงและผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสัตว์น้ำ การได้รับความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติ เป็นต้น
|
|
3)สหกรณ์นิคม |
• รูปแบบหนึ่งของสหกรณ์การเกษตร
• มีการจัดสรรที่ดินทำกินให้สมาชิก จัดสร้างปัจจัยพื้นฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวก จัดหาสินเชื่อ ปัจจัยการผลิตและสิ่งของที่ จำเป็น การแปรรูปการเกษตร การส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งกิจการให้บริการสาธารณูปโภคแก่สมาชิก
|
· การจัดหาที่ดินทำกิน ตลอดจนบริการด้านสาธารณูปโภค
· ความสะดวกในด้านการจัดหาสินเชื่อ และเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรองจากการรวมกันซื้อรวมกันขาย
· การส่งเสริมการเกษตรและการฝึกอบรม |
|
4)สหกรณ์ร้านค้า |
• จัดตั้งขึ้นเพื่อจัดหาสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายแก่สมาชิกและบุคคลทั่วไป |
• มีสถานที่ซื้อขายสินค้าที่มีคุณภาพ เที่ยงตรง สามารถซื้อขายได้ด้วยเงินสด/เงินผ่อน
• เงินปันผลตามจำนวนหุ้น และเงินเฉลี่ยคืนตามส่วนที่ได้ทำธุรกิจกับสหกรณ์
|
|
5)สหกรณ์ออมทรัพย์ |
• สถาบันการเงินแบบหนึ่งที่มีสมาชิกเป็นบุคคลซึ่งมีอาชีพอย่างเดียวกันหรือที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกรู้จักการออม และให้กู้ยืมเมื่อเกิดความจำเป็น
• ถือหุ้นโดยการหัก ณ ที่จ่าย เป็นรายเดือน แต่ไม่เกิน 1 ใน 5 ของหุ้นทั้งหมด
|
• บริการรับฝากเงินและได้รับผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย (อาจมีอัตราเดียวกับธนาคารพาณิชย์)
• จ่ายเงินปันผลค่าหุ้นในอัตราที่กฎหมายกำหนด
• ได้รับบริการเงินกู้ตามความจำเป็น
• รู้จักเก็บออม และไม่ต้องกู้นอกระบบ
|
|
6)สหกรณ์บริการ |
· จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ โดยมีประชาชนไม่น้อยกว่า 10 คน ที่มีอาชีพอย่างเดียวกัน ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องเดียวกันมารวมตัวกันโดยยึดหลักการประหยัด ช่วยตนเองและช่วยเหลือกัน |
· มีศูนย์กลางพัฒนาฝีมือการผลิตเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และเป็นที่ต้องการของตลาด
· มีแหล่งรวมซื้อ รวมขายผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ในการผลิตซึ่งเป็นการเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรอง
· ได้รับเงินปันผลตามหุ้น และเงิน เฉลี่ยคืนตามส่วนที่ทำธุรกิจกับสหกรณ์
|
|
7) สหกรณ์เครดิต ยูเนี่ยน |
· สหกรณ์อเนกประสงค์ ตั้งขึ้นโดยความสมัครใจของสมาชิกที่อยู่ในวงสัมพันธ์เดียวกัน เช่น อาศัยในชุมชนเดียวกัน ประกอบอาชีพเดียวกัน หรือมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อรู้จักช่วยเหลือตนเองอย่าง ต่อเนื่อง มุ่งเน้นให้สมาชิกประหยัดและเก็บออม
· รูปแบบการบริการแตกต่างกันตามความต้องการของสมาชิก และเงินทุนที่มีอยู่
|
· มีสถานที่สะสมเงินที่สะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปฝาก สามารถที่จะสะสมหรือฝากเงินได้ไม่ว่ามากหรือน้อย
· กู้เงินจากสหกรณ์ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เมื่อมีความเดือดร้อน หรือจำเป็น
· สร้างความมั่นคงแก่สมาชิกและครอบครัว และช่วยพัฒนาชุมชนและสังคม เนื่องจากกิจกรรมจะช่วยให้ประชาชนในชุมชนเกิดการประหยัดและออม
| |
- หน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
- กรมส่งเสริมสหกรณ์: ส่งเสริม เผยแพร่ ให้ความรู้เกี่ยวกับอุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ให้แก่บุคลากร สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร และประชาชนทั่วไป รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง
โดยการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการเพิ่มขีดความสามารถในด้านการบริหารการจัดการ (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cpd.go.th)
- กรมตรวจบัญชีสหกรณ์: เป็นองค์กรที่พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านการเงินและการบัญชีของสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร เช่น ตรวจสอบสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดระบบบัญชีและมาตรฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสม ให้คำปรึกษาและให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินและการบัญชี
เป็นต้น (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.cad.go.th) |
|
s7
2) โรงรับจำนำ
- ให้บริการเงินกู้แก่ประชาชนในวงเงินไม่เกิน 1 แสนบาทต่อรายต่อครั้ง โดยผู้กู้หรือผู้จำนำ จะต้องนำสิ่งของมาให้โรงรับจำนำเพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายเงินคืน โดยมีข้อปฏิบัติในการรับจำนำ ดังนี้
- ผู้จำนำต้องมีอายุ 15 ปีขึ้นไป และไม่เป็นพระภิกษุหรือสามเณร
- ห้ามเป็นสิ่งของทางราชการ หรือของที่ถูกขโมยมาขาย
- ห้ามจำนำในระหว่างเวลา 18.00 น – 8.00 น
- ทำบัญชีทรัพย์สินที่ผู้จำนำขาดการส่งดอกเบี้ยเป็นเวลา 4 เดือน และแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ออกใบอนุญาต รวมทั้งปิดประกาศอย่างเปิดเผย ทั้งนี้ ถ้าผู้จำนำไม่มา
ไถ่ถอน ภายใน 30 วันนับจากวันปิดประกาศ สิ่งของก็จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงรับจำนำหรือเรียกว่าหลุดจำนำทันที
- อัตราดอกเบี้ยขึ้นกับมูลค่าของเงินต้นที่จำนำได้ และสถานที่ให้บริการ อย่างไรก็ดี ห้ามเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
- มูลค่าการรับจำนำขึ้นกับประเภทของสิ่งของและประเภทของสถานที่ให้บริการ
- โรงรับจำนำแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
1. โรงรับจำนำของรัฐบาล ซึ่งแบ่งตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดังนี้
- สถานธนานุบาล อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครหรือเทศบาล
- อัตราดอกเบี้ยขึ้นกับเงินต้น เช่น
* เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.05ต่อเดือน
* เงินต้น 5,000 – 15,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1.00 ต่อเดือน
* เงินต้นตั้งแต่ 15,000 บาท อัตราดอกเบี้ยขึ้นกับเงินต้น
* เงินต้นส่วน 2,000 บาทแรก ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 2 ต่อเดือน
* ส่วนที่เหลือ ดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 1.25 ต่อเดือน
- สำนักงานธนานุเคราะห์ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมพัฒนาสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- จำนำได้ไม่เกิน 500,000 บาท/คน/วัน
- อัตราดอกเบี้ยรับจำนำของสำนักงานธนานุเคราะห์ เช่น
* เงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อเดือน
* เงินต้น 5,001 - 10,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อเดือน เงินต้น 10,001 – 20,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน
* เงินต้น 20,001 – 100,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือน
2. โรงรับจำนำเอกชน อัตราดอกเบี้ยอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการแต่ละแห่ง แต่จะต้องไม่สูงกว่า อัตราที่กฎหมายกำหนดกำหนด
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.โรงรับจำนำ(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2534 มาตรา 4
|
|
s8
3) กลุ่มการเงินระดับฐานราก เกิดจากการรวมตัวกันของชุมชน หรือกลุ่มคนที่มีกิจกรรมหรือสิ่งแวดล้อมเดียวกัน จัดตั้งกลุ่มการเงินขึ้นมามีลักษณะคล้ายกับสหกรณ์ ซึ่งให้บริการเงินฝาก เงินกู้ หรือสวัสดิการต่างตามความต้องการของสมาชิกกลุ่มนั้นๆ โดยมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ องค์กรการเงินชุมชน เป็นต้น รวมทั้งบางประเภทก็ได้รับการดูแลและสนับสนุนจากทางการ เช่น กองทุนหมู่บ้าน ชุมชนเมืองแห่งชาติ และสถาบันการเงินชุมชน เป็นต้น
4) บริษัทเช่าซื้อ (Hire Purchase) และบริษัทลีสซิ่ง (Leasing)
5) บริษัทแฟ็กเตอริง (Factoring)
- บริษัทที่รับซื้อบัญชีลูกหนี้การค้าจากผู้ขายสินค้า โดยผู้ขายจะโอนสิทธิในลูกหนี้การค้าให้แก่บริษัทที่รับซื้อซึ่งต้องการเงินเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ทั้งนี้ การซื้อสิทธิในลูกหนี้การค้า อาจเป็นการซื้อเต็มจำนวน หรือบางส่วนก็ได้แล้วแต่จะตกลงกัน โดยส่วนใหญ่ราคาที่รับซื้อจะเป็นราคาคิดลด ซึ่งอาจรวมถึงค่าธรรมเนียมในการบริหารบัญชีลูกหนี้ ค่าใช้จ่ายการเรียกเก็บหนี้เมื่อครบกำหนด
- การให้บริการของบริษัทแฟ็กเตอริ่ง แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ บริการภายในประเทศ (ผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ประเทศเดียวกัน) และบริการระหว่างประเทศ (ผู้ซื้อและผู้ขายอยู่คนละประเทศ)
|
| s9
ไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องเรียนได้ที่ไหน
|
|
ผู้ประกอบการ
|
หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียน
|
|
สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการอื่นที่ ธปท. กำกับดูแลและตรวจสอบ |
|
|
สถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specific Financial Institutions, SFIs)
|
|
|
ผู้ประกอบธุรกิจการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-bank)
|
|
|
บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน
|
-
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ Help Center 0-2263-6000 โทรสาร 0-2256-7755
ฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ชั้น 16 จีพีเอฟ วิทยุ 93/1 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 ระบบร้องเรียนออไลน์ click
|
|
บริษัทประกันภัย
|
|
|
บริษัทเช่าซื้อและบริษัทลีสซิ่ง
บริษัทแฟ็กเตอริง (Factoring) |
| |