Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
รู้จัก ธปท.
Skip Navigation Links
ประวัติ ธปท.
บทบาทหน้าที่ ธปท.Expand บทบาทหน้าที่ ธปท.
แผนยุทธศาสตร์
ทำเนียบผู้บริหาร
การเปิดสำนักงานตัวแทน ธปท. ที่ปักกิ่ง
ผังโครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการ
งานตรวจสอบกิจการภายใน
ผู้ว่าการอดีตถึงปัจจุบัน
ข้อบังคับ ธปท. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณพนักงาน พ.ศ. 2557
รายงานทางการเงินของ ธปท.Expand รายงานทางการเงินของ ธปท.
บริการประชาชนExpand บริการประชาชน
กิจกรรมเพื่อสังคมExpand กิจกรรมเพื่อสังคม
งานที่เกี่ยวข้อง
สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงาน ธปท.

รู้จัก ธปท. > บทบาทหน้าที่ ธปท. > ASEAN
  ASEAN 
โปรดเลือก  

  
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN)

1. ความเป็นมาและวัตถุประสงค์

สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 (ค.ศ. 1967) ณ กรุงเทพฯ เป็นองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความมั่นคงทางการเมือง การเจริญเติบโตทางการค้าและทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการพัฒนาทางสังคมของประเทศสมาชิก แรกเริ่ม อาเซียนประกอบด้วย 5 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ต่อมาภายหลังยุคสงครามเย็น อาเซียนได้พยายามสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคโดยได้ขยายจำนวนประเทศสมาชิกเป็น 10 ประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มด้วยการเป็นประเทศสมาชิกของประเทศบรูไนในปี 2527 (ค.ศ. 1984) ต่อมาเวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกในปี 2538 (ค.ศ. 1995) ลาวและพม่าในปี 2540 (ค.ศ. 1997) และกัมพูชาในปี 2542 (ค.ศ. 1999) อาเซียนมีประชากรรวมประมาณ 550 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.5 ล้านตารางกิโลเมตร โดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียนตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 4 ปี 2535 (ค.ศ. 1992) ได้เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของอาเซียน โดยมีการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area – AFTA) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในฐานะที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อป้อนสินค้าสู่ตลาดโลก โดยอาศัยการเปิดเสรีด้านการค้าและการลดภาษีและอุปสรรคข้อกีดขวางทางการค้าที่มิใช่ภาษี รวมทั้ง
การปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีศุลกากรเพื่อเอื้ออำนวยต่อการค้าเสรี และตั้งแต่ปี 2540 (ค.ศ. 1997) อาเซียนได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน โดยได้มีการแถลง
ASEAN Vision 2020 ซึ่งต่อมาได้กำหนดให้มีการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community – AEC) ภายในปี 2563 (ค.ศ. 2020) รวมทั้งได้ริเริ่มการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Ministers’ Meeting – AFMM)1/  และความร่วมมือกับประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

จากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 13 ปี 2550 (ค.ศ. 2007) ณ ประเทศสิงคโปร์ ผู้นำอาเซียนได้เห็นชอบที่จะให้เร่งการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจากปี 2563 (ค.ศ. 2020) เป็นปี 2558 (ค.ศ. 2015) โดยได้ร่วมลงนามในแผนการดำเนินงานไปสู่การจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community Blueprint – AEC Blueprint) (http://www.aseansec.org/21083.pdf)

นอกจากนี้ ในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 13 ผู้นำอาเซียนยังได้ให้การรับรอง
กฎบัตรอาเซียน
(ASEAN Charter) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งกรอบทางสถาบันและกฎหมายสำหรับอาเซียนในการเป็นองค์กรระหว่างประเทศชั้นนำในภูมิภาค โดยกฎบัตรอาเซียนจะมีผลบังคับใช้หลังประเทศสมาชิกทุกประเทศให้สัตยาบัน

2. ความสัมพันธ์กับธนาคารแห่งประเทศไทย

กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบหลักด้านความร่วมมือทางการเงินและระบบสอดส่องดูแลเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกในภูมิภาค โดยดำเนินการในกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน (ASEAN Finance Ministers’ Meeting – AFMM) ซึ่งมีการประชุมเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2540 และดำเนินการผ่านคณะทำงาน 3 ด้าน ได้แก่ (1) การพัฒนาตลาดทุนภูมิภาค (Capital Market Development) (2) การเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน (Financial Services Liberalization under the ASEAN Framework Agreement on Services) และ (3) การเปิดเสรีบัญชีทุน (Capital Account Liberalization) นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนยังเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานตาม AEC Blueprint ในส่วนที่เกี่ยวกับภาคการเงิน ซึ่งครอบคลุมเรื่องการเปิดเสรีภาคบริการทางการเงิน และการเปิดเสรีบัญชีทุน

นอกเหนือจากความร่วมมือภายใต้กรอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้เข้าร่วมในกรอบการความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Central Bank Forum – ACBF) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2540 โดยการประชุมภายใต้กรอบ ACBF ประกอบด้วยการประชุมระดับผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Central Bank Governors’ Meeting – ACGM) และการประชุมระดับรองผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน (ASEAN Central Bank Deputies’ Meeting – ACDM) ซึ่งเป็นการหารือเรื่องความร่วมมือทางการเงินภายในภูมิภาค เช่นเดียวกับการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียน

ทั้งนี้ ธนาคารกลางอาเซียนยังได้ร่วมกันลงนามในสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement – ASA) เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2520 (ค.ศ. 1977) เพื่อเป็นกลไกในการให้
ความช่วยเหลือแก่ประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ซึ่งสัญญาดังกล่าวมีอายุ 2 ปีและได้มีการต่ออายุมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีวงเงินความช่วยเหลือรวม 2 พันล้านเหรียญ สรอ.

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนสามารถค้นหาได้จากhttp://www.aseansec.org/4927.htm. นอกจากนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทธนาคารแห่งประเทศไทยในกรอบความร่วมมืออาเซียน สามารถค้นหาได้จากรายงานเศรษฐกิจและการเงินประจำปีของธนาคารแห่งประเทศไทย

(http://www.bot.or.th/bothomepage/Databank/ArticlesAndPublications/year-report.htm)



1/ รวมถึงความร่วมมือในการสอดส่องดูแลเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก (ASEAN Surveillance Process - ASP)

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ทีมอาเซียน สายนโยบายการเงิน
โทร. 0-2283-5189 หรือ 0-2283-5190
e-mail: GroupMPG1@bot.or.th 

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.