|

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
1. ความเป็นมาและหน้าที่
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2473 ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยหน้าที่หลักของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศในขณะนั้น คือดูแลการจัดการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับค่าปฏิกรสงคราม ซึ่งรวมถึงการรวบรวมเงินและชำระเงินค่างวด (เป็นเหตุผลของการตั้งชื่อว่า “ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ”)
เมื่อหน้าที่ดูแลการจัดการต่าง ๆ เกี่ยวกับค่าปฏิกรสงครามได้สิ้นสุดลง ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศได้เปลี่ยนบทบาทโดยทำหน้าที่เป็นธนาคารของธนาคารกลางและสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ส่งเสริมความร่วมมือและเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างธนาคารกลางและองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องทางการเงิน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการทำวิจัยทางเศรษฐกิจและการเงิน
สำนักงานใหญ่ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศตั้งอยู่ที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสาขา 2 แห่ง คือที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และที่ประเทศเม็กซิโก
2. บทบาทหน้าที่ที่สำคัญของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศเป็นธนาคารสำหรับธนาคารกลาง โดยไม่รับฝากเงินหรือให้บริการกับบุคคลและองค์กรภายนอกโดยทั่วไป ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศมีบทบาทที่สำคัญดังนี้
2.1 เป็นเวทีในการส่งเสริมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างธนาคารกลางและองค์กรระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องทางการเงิน
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศจัดให้มีการประชุมระดับผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศสมาชิกเป็นประจำทุก 2 เดือน (Bi-Monthly Meeting) ในประเด็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกและพัฒนาการของตลาดการเงิน และการเสวนาในหัวข้อที่เป็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินและนโยบายสถาบันการเงิน เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของระบบการเงิน
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศมีคณะทำงานที่สนับสนุนข้อมูล และเสนอแนะนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะการหารือเพื่อกำหนดมาตรฐานสากลในด้านที่เกี่ยวข้องดังนี้
· คณะทำงานด้านการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (The Basel Committee on Banking Supervision) (http://www.bis.org/bcbs/index.htm)
· คณะทำงานด้านระบบการเงิน (The Committee on the Global Financial System) (http://www.bis.org/cgfs/index.htm)
· คณะทำงานด้านระบบการชำระเงิน (The Committee on Payment and Settlement Systems) (http://www.bis.org/cpss/cpssinfo.htm)
· คณะทำงานด้านตลาดการเงิน (The Markets Committee) (http://www.bis.org/about/factmktc.htm)
· คณะทำงาน Irving Fisher ในด้านข้อมูลสถิติธนาคารกลาง (The Irving Fisher Committee on Central Bank Statistics) (http://www.bis.org/ifc/index.htm)
2.2 เป็นคู่ค้ากับธนาคารกลาง โดยทำธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารกลาง และเป็นทรัสตี สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวกับองค์กรการเงินระหว่างประเทศอื่น ๆ
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ให้บริการที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศให้แก่ธนาคารกลาง โดยให้บริการผ่านห้องค้าเงิน 2 แห่ง ได้แก่ที่สำนักงานใหญ่ที่เมืองบาเซิล และที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกง
นอกจากการให้บริการตามรูปแบบมาตรฐานทั่วไป เช่นการรับฝากเงินแล้ว ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเป็นการเพิ่มผลตอบแทนในสินทรัพย์ต่างประเทศของธนาคารกลาง และยังเป็นตัวแทนทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศและทองคำแทนลูกค้าอีกด้วย
ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังทำหน้าที่ผู้จัดการทุนในการบริหารทุนสำรองทางการแก่ธนาคารกลางอีกด้วย โดยอาจเป็นข้อตกลงระหว่างธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศและธนาคารกลางนั้น ๆ หรือในรูปแบบกองทุนเปิด
นอกจากนี้ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังมีการให้เงินกู้ยืมระยะสั้นแก่ธนาคารกลางโดยมีหลักทรัพย์เป็นประกัน และประสานเกี่ยวกับเงินกู้ฉุกเฉินในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงิน
รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก http://www.bis.org/banking/finserv.htm
2.3 ศูนย์กลางงานวิจัยเศรษฐกิจและการเงิน
งานวิจัยของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ การเงิน และกฎหมายได้สนับสนุนการประชุมต่าง ๆ รวมทั้งการทำงานของคณะทำงานกลุ่มต่าง ๆ นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลสถิติระหว่างธนาคารกลาง และเผยแพร่สถิติของสถาบันการเงิน หลักทรัพย์ ตลาดเงินตราต่างประเทศ และตลาดตราสารอนุพันธ์
3. โครงสร้างองค์กร
การตัดสินใจในด้านนโยบายขึ้นอยู่กับผู้บริหาร 3 ระดับที่สำคัญ ได้แก่ การประชุมระดับผู้ว่าการธนาคารกลางที่เป็นสมาชิก คณะกรรมการบริหาร (http://www.bis.org/about/board.htm) และผู้บริหาร (http://www.bis.org/about/officials.htm) โดยประเด็นที่ผู้บริหารจะต้องตัดสินใจจะเกี่ยวกับการดำเนินงานของธนาคาร เช่น การจัดสรรงบประมาณ นโยบายภายใน และการทำธุรกรรมของธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ
ปัจจุบันธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศมีธนาคารกลาง 55 ประเทศเป็นสมาชิก (http://www.bis.org/about/orggov.htm) โดยสมาชิกจะมีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมและลงคะแนนเสียงในการประชุมสามัญประจำปี โดยสิทธิในการลงคะแนนเสียงจะเป็นไปตามอัตราส่วนการถือหุ้นของแต่ละประเทศสมาชิก
4. ความสัมพันธ์กับไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เข้าเป็นสมาชิกและถือหุ้นในธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศในปีพ.ศ. 2543 โดยถือหุ้นจำนวน 3,000 หุ้น ต่อมาธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ ได้ออกระเบียบให้ซื้อคืนหุ้นที่ถือครองโดยเอกชน และเปิดโอกาสให้สมาชิกที่เป็นธนาคารกลางซื้อหุ้นเพิ่มตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่ง ธปท. ได้ซื้อหุ้นเพิ่มจำนวน 211 หุ้นในปี พ.ศ. 2548 (ทำให้ ปัจจุบันธปท. ถือหุ้นจำนวน 3,211 หุ้น คิดเป็น 0.6% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด)
ในฐานะผู้ถือหุ้น ตัวแทนธปท.ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมผู้ว่าการทุก 2 เดือนที่เมืองบาเซิล โดยเป็นการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาการ ความท้าทายและนโยบายที่จะมีผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ และตลาดการเงินโลก
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังจัดให้มีการประชุมของผู้ชำนาญการในด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบการเงิน เช่น ประเด็นทางด้านกฎหมาย การบริหารเงินสำรองทางการ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การควบคุมภายใน และความร่วมมือทางด้านเทคนิค นอกจากผู้เข้าร่วมประชุมจากธนาคารกลางแล้ว ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศยังเชิญผู้บริหารระดับสูง และผู้ชำนาญการจากองค์กรอื่น ๆ อีกด้วย
|