Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
รู้จัก ธปท.
Skip Navigation Links
ประวัติ ธปท.
บทบาทหน้าที่ ธปท.Expand บทบาทหน้าที่ ธปท.
แผนยุทธศาสตร์
ทำเนียบผู้บริหาร
การเปิดสำนักงานตัวแทน ธปท. ที่ปักกิ่ง
ผังโครงสร้างองค์กร
คณะกรรมการ
งานตรวจสอบกิจการภายใน
ผู้ว่าการอดีตถึงปัจจุบัน
ข้อบังคับ ธปท. ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณพนักงาน พ.ศ. 2557
รายงานทางการเงินของ ธปท.Expand รายงานทางการเงินของ ธปท.
บริการประชาชนExpand บริการประชาชน
กิจกรรมเพื่อสังคมExpand กิจกรรมเพื่อสังคม
งานที่เกี่ยวข้อง
สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงาน ธปท.

รู้จัก ธปท. > งานที่เกี่ยวข้อง > ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ > สิทธิประโยชน์ หลักเกณฑ์ วิธีการ ปรับปรุง โครงสร้างหนี้
  หลักการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ (Bangkok Approach) 

 

    หลักการปรับโครงสร้างหนี้

โดย

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

สมาคมธนาคารไทย

สมาคมบริษัทเงินทุน

สมาคมธนาคารต่างชาติ

หากมีข้อสงสัยในการตีความให้ใช้ฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก

บทนำ

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาคมบริษัทเงินทุน และสมาคมธนาคารต่างชาติได้ร่วมกันจัดทำหลักการปรับโครงสร้างหนี้ฉบับนี้ขึ้น

หลักการที่นำเสนอนี้ไม่มีสภาพผูกพันหรือมีผลเป็นกฎหมาย แต่เป็นหลักการที่คาดว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของบริษัทลูกหนี้จะนำไปปรับใช้ในกรณีที่การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ดังกล่าวมีเจ้าหนี้เกี่ยวข้องหลายราย ทั้งนี้ หลักการนี้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในตลาด และสามารถรับเปลี่ยนหรือแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน

หลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุด คือประสงค์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อช่วยให้ลูกหนี้ที่ทำการปรับโครงสร้างหนี้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีเหตุเชื่อว่าบริษัทลูกหนี้ดังกล่าวมีศักยภาพที่จะแข่งขันในตลาดได้ หลักการนี้มุ่งให้ความสำคัญแก่ความร่วมมือเป็นเอกภาพอย่างทันท่วงทีระหว่างบรรดาผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรร และก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันแก่ทุกฝ่าย

หลักการที่นำเสนอนี้ มิได้มีเจตนาจะบังคับให้เจ้าหนี้รายหนึ่งรายใดสละสิทธิที่ตนมีอยู่

วัตถุประสงค์

หลักการปรับโครงสร้างหนี้ที่นำเสนอนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบการปรับโครงสร้างหนี้นอกกระบวนการล้มละลายของศาลสำหรับกิจการที่มีศักยภาพพอที่จะปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ลูกจ้าง และผู้ถือหุ้น อันเป็นการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยโดย

(1) ใช้การแก้ไขปัญหาแบบร่วมมือกันเป็นการภายในระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสบความสูญเสียน้อยที่สุด

(2) หลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ ที่ไม่จำเป็นและเป็นผลนำไปสู่การเลิกกิจการของบริษัทลูกหนี้ ทั้งนี้ เพื่อรักษาสถานภาพของการจ้างงานและความสามารถในการผลิตในทุกกรณีที่สามารถจะกระทำได้

หลักการที่ 1 การดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้กิจการทุกขั้นตอนควรมุ่งให้มีการปรับโครงสร้างกิจการของลูกหนี้ มากกว่าปรับโครงสร้างทางการเงินเท่านั้น เพื่อให้ลูกหนี้มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่อไป

การปรับใช้หลักการ

(ก) ผู้ที่มีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้กิจการต้องให้ความสำคัญแก่วัตถุประสงค์หลักของการปรับโครงสร้างหนี้ กล่าวคือ ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะช่วยให้บริษัทไทยกลับมามีความสามารถดำเนินการต่อสู้และแข่งขันได้ภายในระยะเวลาอันสมควร ถึงแม้ว่าการผ่อนปรนหนี้ในระยะสั้นโดยการลดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งการให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้อาจจะไม่ทำให้ลูกหนี้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาวได้ แต่การผ่อนปรนหนี้ดังกล่าวก็จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถดำเนินการตามแผนธุรกิจได้และจะส่งผลให้ลูกหนี้ทำกำไรในระยะยาวได้

(ข) แผนการปรับโครงสร้างหนี้ที่นำเสนอแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องผ่านการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ของแผนธุรกิจ เพื่อให้เป็นที่เชื่อมั่นได้ว่าเจ้าหนี้จะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่ยอมรับได้ และในขณะเดียวกันลูกหนี้ก็จะต้องมีความสามารถในการทำกำไรและสามารถแข่งขันได้ในระยะยาวเพื่อให้กิจการของลูกหนี้มีส่วนร่วมสร้างสรรเศรษฐกิจไทยในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ การปรับโครงสร้างทางธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จได้ตามแนวทางนี้จะต้องมุ่งเน้นความสามารถในการแข่งขันของลูกหนี้ต่อไปในตลาดโดยมุ่งเน้นแผนธุรกิจซึ่งจะทำให้กิจการลูกหนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เมื่อสิ้นสุดการผ่อนปรนหนี้ในระยะสั้นแล้ว

(ค) เว้นแต่ในกรณีที่บรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น สิ่งจำเป็นประการแรกสำหรับการชี้ขาดว่ากิจการมีศักยภาพที่จะแข่งขันในตลาดต่อไปได้หรือไม่นั้นคือการที่ลูกหนี้ต้องยอมผูกพันที่จะแต่งตั้งนักบัญชีอิสระที่เป็นที่เชื่อถือหรือผู้เชี่ยวชาญอิสระซึ่งเสนอโดยเจ้าหนี้เป็นที่ปรึกษาเพื่อทำการตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับฐานะการดำเนินงานของลูกหนี้ (ตามหลักการที่ 9) โดยลูกหนี้จะต้องจัดหาข้อมูลทางการเงินและการบริหารงานที่ถูกต้องเชื่อถือได้ของบริษัทลูกหนี้ให้แก่ที่ปรึกษาเพื่อพิจารณาชี้ขาดว่าบริษัทมีศักยภาพสามารถแข่งขันในอนาคตได้หรือไม่(ดูหลักการที่ 8)

(ง) โดยที่ลูกหนี้เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและเข้าใจสภาวะตลาดมากที่สุด จึงควรที่จะรู้ดีว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและทำกำไรได้ประกอบด้วยอะไรบ้าง ดังนั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงควรให้ลูกหนี้มีโอกาสรับคำปรึกษาจากที่ปรึกษามืออาชีพและตัวแทนของเจ้าหนี้เพื่อเตรียมการให้ฝ่ายบริหารของลูกหนี้นำเสนอแผนธุรกิจในรายละเอียด รวมถึงแผนกระแสเงินสด ซึ่งมีข้อมูลที่โปร่งใสและสามารถปฏิบัติได้ โดยให้ถือเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นก่อนการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการให้สินเชื่อเพิ่มเติมแก่ลูกหนี้

หลักการที่ 2 มุ่งให้ความสำคัญในการฟื้นฟูแก้ไขหนี้ที่มีปัญหาเพื่อให้กลับมามีสถานะเป็นหนี้ที่สามารถชำระหนี้ได้โดยครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

การปรับใช้หลักการ

(ก) ไม่ควรทำการปรับโครงสร้างหนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดชั้นลูกหนี้ หรือหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การระงับการรับรู้รายได้(อ้างถึงหนังสือธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ 1837/2541 วรรคแรกของเอกสารแนบ 1)

(ข) รายงานที่จัดทำโดยนักบัญชี สถาบันการเงินที่เป็นแกนนำ หรือคณะกรรมการเจ้าหนี้ อย่างน้อยจะต้องมีข้อมูลตามที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย ตามข้อ 4.1 ของเอกสารแนบ 1 ในหนังสือของ ธปท. ฉบับที่อ้างถึง

(ค) สัญญาปรับโครงสร้างหนี้ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการติดตามผลการปฏิบัติตามสัญญาให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามข้อ 4.2 ของหนังสือ ธปท. ฉบับที่อ้างถึง

(ง) ควรกำหนดอัตราดอกเบี้ยและกำหนดเวลาชำระหนี้ที่เหมาะสมโดยพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ผลตอบแทนที่เจ้าหนี้จะได้รับให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและความจำเป็นที่สถาบันการเงินจะต้องกันเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ในจำนวนที่ไม่สูงเกินสมควร

(จ) วิธีปรับโครงสร้างหนี้ใด ๆ ที่มิใช่ธรรมเนียมปฏิบัติปกติ เช่น การยกเลิกหนี้ ควรจะนำมาใช้เป็นวิธีการสุดท้ายเท่านั้น ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการยกเลิกหนี้ เจ้าหนี้ก็ควรที่จะได้รับการชดเชยด้วยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ได้รับหุ้น หรือใบสำคัญแสดงสิทธิในหุ้น เป็นต้น

(ฉ) ข้อที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษในแผนการปรับโครงสร้างหนี้คือ มาตรการที่ช่วยให้ลูกหนี้ฟื้นคืนสู่สภาพการเป็นลูกหนี้ที่สามารถชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยได้โดยเร็วที่สุด

หลักการที่ 3 การปรับโครงสร้างหนี้ในแต่ละขั้นตอนจะต้องมีการดำเนินการอย่างทันท่วงทีดังที่ได้กล่าวไว้ในเอกสารแนบท้าย 1

การปรับใช้หลักการ

(ก) ความล่าช้าในกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้จะลดโอกาสในความสำเร็จของแผนการฟื้นฟูกิจการลูกหนี้ และจะก่อให้เกิดผลเสียต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ถือหุ้น

(ข) ดังนั้น การกำหนดตารางเวลาสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้และการปฏิบัติตามตารางเวลาดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เอกสารแนบท้าย 1 เป็นแนวทางสำหรับการกำหนดตารางเวลาดังกล่าว ซึ่งสามารถลดหรือขยายระยะเวลาได้ โดยความตกลงของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

หลักการที่ 4 หากฝ่ายบริหารของลูกหนี้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและถูกต้องตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่การประชุมร่วมกันครั้งแรกระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้เป็นต้นไป และให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการเจ้าหนี้ทุกครั้ง เจ้าหนี้ก็จะสามารถตกลงกัน "หยุดกระทำการ" ในช่วงระยะเวลาตามที่จะได้กำหนดไว้ ซึ่งอาจจะขยายเวลาออกไปได้ ทั้งนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ และตัดสินใจอย่างรอบคอบ

การปรับใช้หลักการ

(ก) การหยุดกระทำการในกรณีทั่วไปจะมีระยะเวลาจำกัดน้อยกว่าหกสิบวันในช่วงแรกหรือระยะเวลาอันจำเป็นต้องใช้ในการรวบรวมข้อมูลและการประเมินผลเบื้องต้นว่าลูกหนี้มีศักยภาพในเชิงธุรกิจเพียงพอที่สมควรจะมีการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่

(ข) เวลาหยุดกระทำการอาจขยายออกไปได้ในระหว่างที่ยังไม่มีการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเต็มรูปแบบ หากจากการพิจารณาแผนธุรกิจปรากฏว่าลูกหนี้มีศักยภาพในเชิงธุรกิจ

(ค) ในช่วงที่มีการหยุดกระทำการเจ้าหนี้แต่ละรายไม่ควรทำการต่อไปนี้

(1) แก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสินเชื่อ

(2) รับหลักประกันหรือหนังสือค้ำประกันเพิ่มเติม

(3) เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้หรือบอกกล่าวให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนหนี้ถึงกำหนด

(4) คิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัด

(5) ดำเนินการรวบรวมทรัพย์สินหรือดำเนินคดีล้มละลาย

(6) บังคับหลักประกัน ยกเว้นสิทธิในการหักกลบลบหนี้

(ง) ในช่วงที่มีการหยุดกระทำการ ลูกหนี้ไม่ควรทำการดังต่อไปนี้ เว้นแต่ลูกหนี้ได้รับความยินยอมจากบรรดาเจ้าหนี้

(1) ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายโดยปกติในทางการค้าของลูกหนี้

(2) จำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใด ๆ นอกเหนือจากการจำหน่ายจ่ายโอนโดยปกติในทางการค้าของลูกหนี้

(3) ให้กู้ยืมเงิน

(4) ทำธุรกรรมใด ๆ กับบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกเหนือไปจากในทางการค้าปกติและในลักษณะที่ลูกหนี้จะพึงทำกับผู้ที่มิใช่บุคคลที่เกี่ยวข้อง

(5) ก่อภาระผูกพันเพิ่มเติมใด ๆ แก่หลักประกัน หรือก่อภาระผูกพันใด ๆ เพิ่มเติมในส่วนทรัพย์สินของลูกหนี้

(6) ชำระเงินใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการให้บุริมสิทธิแก่ผู้รับชำระเงิน หรือชำระเงินใด ๆ อันอาจเป็นการให้สิทธิที่ดีกว่าแก่ผู้รับชำระเงิน

(7) ทำธุรกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ SWAP หรืออนุพันธ์ทางการเงินเว้นแต่ในทางการค้าโดยปกติของลูกหนี้ เพื่อบริหารความเสี่ยงทางการค้าที่มีอยู่

(จ) เจ้าหนี้รายใดที่ไม่ประสงค์จะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดกระทำการต้องแจ้งให้ธนาคารที่เป็นแกนนำทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อยสามวันทำการของธนาคารพาณิชย์ก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ กับลูกหนี้

หลักการที่ 5 มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงของเจ้าหนี้และลูกหนี้จะต้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสำคัญตลอดกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับใช้หลักการ

(ก) ผู้บริหารระดับที่มีอำนาจตัดสินใจของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงและอย่างจริงจัง เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงในนาทีสุดท้าย และเพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้ทุกขั้นตอนดำเนินไปตามตารางเวลาที่กำหนด

(ข) ในส่วนของเจ้าหนี้ ในการประชุมทุกครั้งตัวแทนของเจ้าหนี้ต้องแจ้งให้ผู้บริหารระดับที่มีอำนาจตัดสินใจทราบถึงความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างหนี้และต้องขอรับความคิดเห็นจากผู้บริหาร ทุกขั้นตอน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำขอข้อมูลเพิ่มเติม) ต้องแจ้งให้ผู้บริหารที่มีอำนาจตัดสินใจ ทราบกำหนดระยะเวลาที่องค์กรจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับตารางเวลา เจ้าหน้าที่ของธนาคารที่เข้าร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้ต้องมีอำนาจเจรจาในนามของสถาบันของตัวเองได้ (อ้างถึง วรรค 3.3 เอกสารแนบ 1 ในหนังสือ ธปท. ที่ 1837/2541) ผู้บริหารของเจ้าหนี้ต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสถาบันของตนจะไม่นำข้อมูลที่ได้รับไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ใช้ข้อมูลในลักษณะ insider trading หรือใช้ข้อมูลไปในทางใด ๆ ที่มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือข้อห้ามตามกฎหมาย และจะต้องควบคุมดูแลมิให้บุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ได้ล่วงรู้ถึงข้อมูลที่มิได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเหล่านี้ด้วย

(ค) ฝ่ายบริหารของลูกหนี้ควรจะจัดทำเอกสารและส่งมอบข้อมูลต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด ฝ่ายบริหารของลูกหนี้หรือผู้ที่มีอำนาจกระทำการแทนลูกหนี้สำหรับบรรดากิจการทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้จะต้องเข้าร่วมประชุมเจ้าหนี้ทุกครั้ง

หลักการที่ 6 สถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ และบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากสถาบันดังกล่าว ต้องได้รับการแต่งตั้งในระยะเริ่มแรกของการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อจัดการและประสานงานเรื่องต่าง ๆ ทั้งหมดให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และตามกำหนดเวลาที่กำหนดไว้

การปรับใช้หลักการ

(ก) เจ้าหนี้ซึ่งเป็นสถาบันแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ควรจะกำหนดเป้าหมายและกำหนดเวลา จัดให้มีการประชุมระหว่างเจ้าหนี้ด้วยกันช่วยแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งระหว่างเจ้าหนี้ ประสานงานกับบรรดาที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาอื่น ๆ เป็นผู้นำในการเจรจากับลูกหนี้ รวมทั้งทำหน้าที่รวบรวมและจัดส่งข้อมูลให้บรรดาเจ้าหนี้อื่นทั้งหมด

(ข) สถาบันที่เป็นแกนนำต้องกำหนดแผนการปฏิบัติงานและกำหนดกรอบเวลาเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางสำหรับการปรับโครงสร้างหนี้

(ค) สถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ ควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (โดยเรียงลำดับจากความสำคัญมากไปยังความสำคัญน้อยกว่า) คือ

(1) มีคุณสมบัติเหมาะสมและมีความรู้ความชำนาญเพียงพอที่จะสามารถจัดการขั้นตอนต่างๆ ทั้งหมดเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์หลักตามกำหนดเวลาต่าง ๆ โดยครบถ้วน

(2) มีความสัมพันธ์ในด้านวิชาชีพกับฝ่ายบริหารระดับสูงของลูกหนี้เป็นอย่างดี

(3) เป็นเจ้าหนี้รายที่มีนัยสำคัญของลูกหนี้

(ง) สถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้อาจจะไม่สามารถให้ข้อเสนอที่จะมีผลบังคับตามกฎหมายต่อเจ้าหนี้อื่น แต่บรรดาเจ้าอื่นทั้งหมดควรจะให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเห็นและคำแนะนำของสถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว

หลักการที่ 7 ในกรณีการปรับโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้หลายราย ควรจะมีการตั้งคณะกรรมการเจ้าหนี้โดยมีตัวแทนจากกลุ่มเจ้าหนี้ที่มีผลประโยชน์หลากหลายต่างกัน

การปรับใช้หลักการ

(ก) คณะกรรมการเจ้าหนี้ควรจะมีขนาดที่เหมาะสม โดยมีตัวแทนที่เลือกจากกลุ่มเจ้าหนี้ทุกกลุ่มโดยไม่คำนึงว่าเจ้าหนี้รายนั้น ๆ เป็นเจ้าหนี้ประเภทใดหรือมีจำนวนหนี้มากน้อยเพียงใด เจ้าหนี้ทุกรายต้องรู้สึกว่าส่วนได้เสียของตนได้รับความคุ้มครองและเอาใจใส่และตนมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการปรับโครงสร้างหนี้

(ข) กรรมการแต่ละรายของคณะกรรมการเจ้าหนี้ควรจะได้รับมอบหมายให้ดูแลเจ้าหนี้จำนวนหนึ่งและให้ข้อมูลแก่เจ้าหนี้เหล่านั้นและดำเนินการขอความร่วมมือจากเจ้าหนี้เหล่านั้นอย่างจริงจังตลอดทุกขั้นตอนของการปรับโครงสร้างหนี้ ถ้าหากคณะกรรมการมิได้ดำเนินการดังกล่าว อาจเกิดความล่าช้าหรือไม่ได้รับความร่วมมือ และเป็นไปได้ที่การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้จะล้มเหลวในเวลาต่อมา หลังจากเสียค่าใชัจ่ายเป็นจำนวนมากแล้ว

(ค) คณะกรรมการเจ้าหนี้ควรจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆให้แก่สถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ในส่วนที่เกี่ยวกับการเจรจาต่างๆ สถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ควรจะทำหน้าที่เป็นประธานของคณะกรรมการเจ้าหนี้

(ง) กรรมการของคณะกรรมการเจ้าหนี้ไม่ควรจะมีอำนาจในการก่อความผูกพันในนามของเจ้าหนี้อื่นใด หรือในนามของสถาบันที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้

หลักการที่ 8 การตัดสินใจในการปรับโครงสร้างหนี้ควรกระทำโดยอาศัยข้อมูลเกี่ยวกับลูกหนี้ที่ครบถ้วนและสมบูรณ์และได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว เพื่อให้การปรับโครงสร้างหนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส

การปรับใช้หลักการ

(ก) ควรมีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง (รวมทั้งข้อมูลทั้งหมดที่ต้องมีตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย) ให้ครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด การเก็บรวบรวมข้อมูลควรจะกระทำอย่างรวดเร็วและต้องมีการตรวจสอบยืนยันข้อมูลนั้นอย่างเป็นอิสระเพื่อใช้สำหรับการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน และศักยภาพในอนาคตของธุรกิจลูกหนี้ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของการปรับโครงสร้างหนี้ ข้อมูลที่รวบรวมได้จะต้องนำมาใช้ร่วมกันระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ทุกราย ขอบเขตของข้อมูลรวบรวมไว้ในเอกสารแนบท้าย 2 ทั้งนี้ ควรจะได้มีการพิจารณาข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจากรายการที่กล่าวถึง

(ข) ในการประชุมคณะกรรมการเจ้าหนี้ทุกครั้ง ผู้บริหาร (ที่มีอำนาจตัดสินใจ) ของลูกหนี้ควรพร้อมที่จะเข้าประชุม และตอบคำถามทุกคำถาม

(ค) ในกรณีที่เจ้าหนี้ร้องขอ ลูกหนี้ควรแต่งตั้งนักบัญชีอิสระที่มีคุณสมบัติหรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ทำการพิสูจน์ข้อมูลที่ใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ดังที่กำหนดในเอกสารแนบท้าย 2

(ง) เจ้าหนี้แต่ละรายจะต้องรับผิดชอบในการขอความเห็นชอบในการเปิดเผยข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของตนในเวลาอันควร ลูกหนี้ต้องให้ความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าวใดๆ รวมทั้งการอนุมัติการให้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว

หลักการที่ 9 ในกรณีที่มีการแต่งตั้งนักบัญชี ทนายความ และที่ปรึกษา บุคคลดังกล่าวควรมีความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับประเทศไทย ความชำนาญพิเศษ และทรัพยากรต่างๆ เพียงพอที่จะทุ่มเทให้กับงานได้

การปรับใช้หลักการ

(ก) ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรดำเนินการให้แน่ใจว่าที่ปรึกษาวิชาชีพต่าง ๆ เช่น ที่ปรึกษาทางการเงินนักบัญชีและทนายความ ฯลฯ ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษามีคุณสมบัติที่เหมาะสม ตลอดจนต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการปรับโครงสร้างหนี้และความรู้เกี่ยวกับภาวะตลาดในประเทศ วัฒนธรรม กฎหมายและข้อระเบียบต่าง ๆ

(ข) บรรดาที่ปรึกษาต้องมีทรัพยากรเพียงพอพร้อมจะทุ่มเทให้โครงการและต้องมีใบอนุญาตตามระเบียบและกฎหมายไทย หรือในกรณีที่เป็นที่ปรึกษาต่างประเทศต้องมีใบอนุญาตตามกฎหมายของประเทศที่ตนดำเนินกิจการอยู่ สำนักงานที่ปรึกษายังต้องแน่ใจว่าตนเองจะไม่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ในการปฏิบัติงานด้วย

(ค) เจ้าหนี้ที่ประสงค์จะมีที่ปรึกษาของตนต่างหาก (นอกเหนือจากที่ปรึกษาที่ให้คำปรึกษาแก่เจ้าหนี้ทั้งหมด) ควรรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเองและไม่ควรขอให้ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้อื่น ๆ ร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้น

หลักการที่ 10 แม้จะเป็นประเพณีปฏิบัติตามปกติที่ลูกหนี้จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาด้านวิชาชีพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายของสถาบันที่เป็นแกนนำ และคณะกรรมการเจ้าหนี้ แต่เจ้าหนี้ซึ่งผู้ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการปรับโครงสร้างหนี้ ก็มีความรับผิดชอบทางวิชาชีพที่จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายดังกล่าว

การปรับใช้หลักการ

(ก) ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแต่งตั้งนักบัญชีอิสระ หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ลูกหนี้ไม่สามารถหน่วงเหนี่ยวการแต่งตั้งนักบัญชีอิสระหรือผู้เชี่ยวชาญ โดยปราศจากเหตุอันสมควรได้

(ข) ในกรณีที่การปรับโครงสร้างหนี้ไม่สำเร็จ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และค่าใช้จ่ายของสถาบันที่เป็นแกนนำและกรรมการของคณะกรรมการเจ้าหนี้ควรมีสิทธิได้เบิกค่าใช้จ่ายที่ตนได้จ่ายไปตามสัดส่วนของมูลหนี้โดยถือว่าเป็นหนี้ที่อยู่ในลำดับก่อนเจ้าหนี้อื่น

หลักการที่ 11 ควรมีการรายงานความคืบหน้าของการปรับโครงสร้างหนี้ให้กระทรวงการคลัง (กค.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทราบเป็นระยะ ๆ เพื่อให้มีการทบทวนกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้เอื้ออำนวยต่อการปรับโครงสร้างหนี้

หลัการที่ 12 บทบาทของคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับใช้หลักการ

(ก) คณะกรรมการฯ มีหน้าที่ติดตามพัฒนาการของการปรับโครงสร้างหนี้

(ข) คณะกรรมการฯ จะทำการทบทวน หรือกำหนดนโยบาย เพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้

(ค) คณะกรรมการฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่เป็นอิสระ เพื่อช่วยผลักดันให้การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ที่มีอุปสรรค หรือติดปัญหาใด ๆ ในการเจรจา ให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่เป็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีความยุ่งยาก หรือมีท่าทีว่าจะเกิดความล้มเหลวในการดำเนินการ

หลักการที่ 13 ให้สิทธิเหนือหลักประกันของเจ้าหนี้ในปัจจุบันคงมีอยู่ต่อไป

การปรับใช้หลักการ

(ก) เจ้าหนี้ผู้มีหลักประกันซึ่งเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ที่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจการของลูกหนี้ไม่ควรถูกบังคับให้สละหลักประกันโดยไม่มีสิ่งตอบแทนที่พอเพียง อย่างไรก็ตามเจ้าหนี้ผู้มีหลักประกันซึ่งเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ไม่มีความสำคัญต่อการดำเนินกิจการของลูกหนี้อาจทำการเจรจาต่อรองกับลูกหนื้เพื่อบังคับเอากับทรัพย์สินดังกล่าวโดยสมัครใจได้

(ข) โดยการตกลงกัน เงินส่วนเกินที่ลูกหนี้ได้จากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือเงินส่วนที่เกินกว่าหนี้ที่ฟ้องเรียกชำระที่เจ้าหนี้มีประกันได้จากการขายทรัพย์สินของลูกหนี้ ควรจะนำฝากไว้ในบัญชีผู้แทน (Escrow account) และต้องนำมาแบ่งชำระให้แก่เจ้าหนี้ทุกรายตามสัดส่วนของหนี้ที่ให้แก่ลูกหนี้

(ค) เจ้าหนี้ที่มีหลักประกันไม่คุ้มหนี้ควรเข้ามีส่วนร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้ในจำนวนเท่ากับส่วนต่างของหนี้ที่ตนขอรับชำระทั้งหมดกับมูลค่าของหลักประกันที่ไม่มีความสำคัญต่อกิจการของลูกหนี้ซึ่งเป็นประกันหนี้ของตน

หลักการที่ 14 เจ้าหนี้ที่ให้สินเชื่อใหม่แก่ลูกหนี้ในการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้นจากยอดคงค้าง ณ วันที่หยุดกระทำการและโดยมีเงื่อนไขและข้อตกลงที่เป็นธรรมเพื่อช่วยให้ลูกหนี้ดำเนินกิจการต่อไปได้ควรได้รับสิทธิชำระหนี้ในลำดับก่อนเจ้าหนี้อื่น ทั้งนี้ให้ขึ้นอยู่กับบุริมสิทธิ์เหนือหลักประกัน และข้อตกลงระหว่างเจ้าหนี้ด้วย

หลักการที่ 15 ผู้ให้กู้ควรดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากการให้กู้ลง ซึ่งจะทำให้ได้รับผลตอบแทนที่ต้องการ โดยควรให้ความสำคัญแก่หลักประกัน และผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการที่ลูกหนี้มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นมากกว่ามุ่งที่จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยและเรียกค่าธรรมเนียมในการปรับโครงสร้างหนี้ในอัตราที่สูง

การปรับใช้หลักการ

(ก) เพื่อเป็นการตอบแทนสำหรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ควรให้ทรัพย์สินซึ่งไม่มีภาระผูกพันเป็นหลักประกันแก่บรรดาเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมในโครงการการปรับโครงสร้างหนี้ ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการฟื้นตัวของกิจการลูกหนี้ ควรแบ่งให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างยุติธรรม

หลักการที่ 16 ในบางสถานการณ์เจ้าหนี้บางรายอาจขายหนี้ของตัวเองให้บุคคลอื่นได้ แต่ทั้งนี้เจ้าหนี้ดังกล่าว ควรถือเป็นความรับผิดชอบด้านวิชาชีพที่จะดูแลมิให้เจ้าหนี้รายใหม่ที่ซื้อหนี้ไปกระทำการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับใช้หลักการ

(ก) ในตอนต้นของการปรับโครงสร้างหนี้เจ้าหนี้ผู้ขายหนี้ควรตัดสินใจว่าจะร่วมปรับโครงสร้างหนี้หรือจะขายหนี้ของตน เจ้าหนี้ที่ขายหนี้ดังกล่าวควรถือเป็นความรับผิดชอบด้านวิชาชีพของตนที่จะดำเนินการมิให้เจ้าหนี้ที่ซื้อหนี้ไปกระทำการใด ๆ ที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ขายหนี้จะต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบถึงสถานะล่าสุดของการปรับโครงสร้างหนี้และต้องแจ้งให้ผู้ซื้อทราบว่าประเด็นการตัดสินใจใด ๆ ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ตัดสินใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว รวมทั้งข้อผูกพันที่ผู้ซื้อจะต้องยอมรับโดยไม่หยิบยกมาเป็นประเด็นการเจรจาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

หลักการที่ 17 ความเสียหายที่เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ควรจะเฉลี่ยในระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างยุติธรรม โดยคำนึงถึงลำดับการได้รับชำระหนี้ก่อนหลังตามกฎหมาย

การปรับใช้หลักการ

(ก) ในการดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ ลูกหนี้ ผู้ถือหุ้นของลูกหนี้ และเจ้าหนี้ของลูกหนี้ต้องตระเตรียมที่จะให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในการผ่อนปรนหนี้

(ข) ลูกหนี้ควรรองรับความเสียหาย โดยการตัดจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินที่ไม่สำคัญทิ้งไป เลิกหรือเลื่อนการขยายการลงทุนที่ไม่จำเป็น รวมทั้งต้องงดจ่ายเงินโบนัสตอบแทน และสินทรัพย์ หรือการจ่ายเงินที่ไม่จำเป็นอื่นๆ

(ค) ควรให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้แบกรับความเสียหายในลำดับต่อไป โดยการงดจ่ายเงินปันผล งดการชำระเงินระหว่างบริษัทในเครือ และการจ่ายเงินอื่นๆ

(ง) ความเสียหายของเจ้าหนี้ควรเฉลี่ยกันรับผิดชอบระหว่างเจ้าหนี้ในลำดับสิทธิเดียวกัน โดยรับผิดชอบเป็นสัดส่วนกับหนี้ ทั้งนี้ให้อยู่ภายใต้หลักการที่ 13 ว่าด้วยสิทธิของเจ้าหนี้มีประกัน

หลักการที่ 18 เจ้าหนี้แต่ละรายยังคงสามารถบังคับใช้สิทธิของตนได้โดยอิสระบนพื้นฐานของผลประโยชน์ได้เสียของตน แต่เจ้าหนี้ควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบของการบังคับใช้สิทธิที่จะมีต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ต่อเจ้าหนี้รายอื่นและลูกหนี้ที่มีศักยภาพในการปรับโครงสร้างหนี้

การปรับใช้หลักการ

(ก) เจ้าหนี้อาจยังคงมีสิทธิดำเนินการบังคับสิทธิของตนได้โดยอิสระ อย่างไรก็ตามเจ้าหนี้แต่ละรายจะต้องไม่ดำเนินการใด ๆ โดยไม่เปิดเผยเพื่อให้ตนได้รับชำระหนี้หรือได้หลักประกันเพิ่มในระหว่างที่มีการปรับโครงสร้างหนี้

(ข) หลักการปรับโครงสร้างหนี้มีไว้เพื่อช่วยให้การดำเนินธุรกิจดีขึ้น และปรับโครงสร้างทางการเงิน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย ดังนั้นผู้มีส่วนเข้าร่วมจะต้องไม่พยายามดำเนินการให้ตนเองหรือกลุ่มของตนได้ประโยชน์สูงสุดบนความเสี่ยงต่อความเสียหายในผลประโยชน์แก่ผู้อื่นหรือแก่การดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้โดยรวม เจ้าหนี้และผู้มีส่วนได้เสียต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากการดำเนินการโดยอิสระของตนที่จะมีต่อระบบเศรษฐกิจไทย เจ้าหนี้รายอื่นและตัวลูกหนี้

หลักการที่ 19 การยกเว้นหรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักการ หรือยกเลิกหลักการข้อหนึ่งข้อใดข้างต้นในการปรับโครงสร้างหนี้รายใดอาจกระทำได้ โดยได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ทั้งหมดที่เข้าร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้

 เอกสารแนบท้าย 1

 ตารางเวลาตามหลักการที่ 3

¡

รายการ

ระยะเวลา

1.

เรียกประชุมลูกหนี้ เจ้าหนี้ และทุกฝ่ายที่มีส่วนได้เสีย

เริ่มต้นเมื่อใดก็ได้ โดยลูกหนี้หรือ เจ้าหนี้

2.

การประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรก แต่งตั้งกรรมการเจ้าหนี้และธนาคารที่เป็นแกนนำในการปรับโครงสร้างหนี้ (ดูหลักการที่ 6 และ 7) กำหนดกรอบเวลาในการปรับโครงสร้างหนี้

ดำเนินการภายใน 7 วัน นับจากการบอกกล่าวตามข้อ 1

 

3.

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้และต่อคณะกรรมการเจ้าหนี้และธนาคารที่เป็นแกนนำ

สิบห้าวันนับจากข้อ 2

4.

ในการประชุมเจ้าหนี้ทุกครั้ง ลูกหนี้จะต้องเข้าประชุมและต้องตอบคำถามทุกคำถาม

ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

5.

ฝ่ายบริหารของลูกหนี้ ซึ่งได้แก่ กรรมการหรือพนักงานผู้มีอำนาจ กระทำการของลูกหนี้ต้องส่งมอบเอกสารและให้ข้อมูลต่อไปนี้

(ก) สินทรัพย์ หนี้สิน และความรับผิดที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลที่สาม

(ข) ทรัพย์สินที่ลูกหนี้นำไปวางเป็นหลักประกันหนี้ต่อเจ้าหนี้รวมทั้ง

วันที่ก่อให้เกิดเป็นหลักประกันดังกล่าว

(ค) ทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่อยู่ในความครอบครอง

ของลูกหนี้

(ง) การถือหุ้นในบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นของลูกหนี้

(จ) ชื่อและที่อยู่ของบรรดาเจ้าหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้

(ฉ) ชื่อและที่อยู่ของบรรดาลูกหนี้ทั้งหมดของลูกหนี้

(ช) รายละเอียดของทรัพย์สินรวมทั้งการชำระเงินต่าง ๆ ที่

ลูกหนี้จะได้รับในอนาคต

(ซ) หนังสือยินยอมให้บรรดาเจ้าหนี้มีสิทธิเปิดเผยข้อมูล

เกี่ยวกับสินทรัพย์และหนี้สินของลูกหนี้ต่อเจ้าหนี้ด้วยกัน

(ดูหลักการที่ 8)

ภายใน 7 วัน นับจากข้อ 2

 

6.

การแต่งตั้งนักบัญชีอิสระและ หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ จะมีขึ้นตามที่ได้ร้องขอโดยเจ้าหนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดที่ได้ตกลงกัน

ภายใน 7 วัน จากข้อ 2

 

7.

ลูกหนี้ส่งมอบข้อมูลทั้งหมดที่เจ้าหนี้หรือนักบัญชีเห็นว่ามีความจำเป็นสำหรับการเตรียมแผน

(ดูหลักการที่ 8)

ภายใน สองเดือน นับจากรายการที่ 2

(ขยายเวลาได้ไม่เกินหนึ่งเดือน)

8.

คณะกรรมการเจ้าหนี้ ลูกหนี้และนักบัญชีอิสระยื่นแผน

ยื่นภายใน 3 เดือน นับจากรายการตามข้อ 2 และสามารถขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 2 เดือน

9.

ประชุมเจ้าหนี้พิจารณาแผน

ภายใน 10 วัน นับจากข้อ 8

10

เจ้าหนี้เสนอแก้ไขแผน

ภายใน 7 วัน นับแต่รายการข้อ 8

11.

ถ้าหากการพิจารณาแผนไม่เสร็จก็เลื่อนการประชุมไปประชุมในวันทำการถัดไป

วันทำการถัดไป นับจากรายการตามข้อ 9

12.

การประชุมเจ้าหนี้ครั้งใหม่ ในกรณีที่มีการขอให้เลื่อนประชุม เจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาการแก้ไขแผน

ภายใน 10 วัน นับจากการเลื่อนการประชุมเจ้าหนี้

13.

ตัดสินใจว่าจะปรับโครงสร้างหนี้นอกศาล หรือยื่นคำขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ตามพ.ร.บ. ล้มละลาย หรือขอเลิกกิจการ

พิจารณาตัดสินใจโดยเจ้าหนี้ตามข้อ 9 หรือ 12 ภายในสามเดือนนับจากข้อ 2

หมายเหตุ : ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง (ไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้สอบบัญชี ทนายความที่ปรึกษา) ควรให้ ความสำคัญสูงสุดเป็นอันดับแรกแก่ขั้นตอนต่าง ๆ ตามตารางข้างต้น เจ้าหนี้ไม่ควรขอให้ ลูกหนี้ปฏิบัติตามตารางเวลาที่กำหนดไว้โดยที่เจ้าหนี้เองไม่ปฏิบัติตามตารางเวลาและไม่เข้า ร่วมในการปรับโครงสร้างหนี้ตามกำหนด

 เอกสารแนบท้าย 2

 รายการข้อมูลตามหลักการที่ 8

 ข้อมูลของบริษัทในเครือ

 รายชื่อของบริษัทในเครือและสัดส่วนร้อยละของการถือหุ้น ประเทศที่จดทะเบียนบริษัท รวมทั้งระบุว่าบริษัทดังกล่าวยังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่

ข้อมูลเกี่ยวกับหนี้สิน

 เป็นข้อมูลหนี้สินทั้งหมด (รวมทั้งภาระผูกพันและรายการนอกบัญชีต่าง ๆ) สถานะของการใช้สินเชื่อในปัจจุบันและวัตถุประสงค์ของการใช้สินเชื่อแต่ละรายในปัจจุบัน วันครบกำหนดชำระ ทั้งนี้ รายการต่างๆ ควรจะมีการตรวจสอบให้ถูกต้องครบถ้วนตรงกันและหากมีความคลาดเคลื่อนต้องแก้ไขให้ถูกต้อง

ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของการชำระหนี้

 เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับ ผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ ผู้ค้ำประกัน หรือหนังสือค้ำประกันและวงเงินค้ำประกัน รวมทั้งข้อจำกัดต่างๆ ที่มีข้อมูลที่ให้จะต้องมีรายละเอียดของหลักประกัน ข้อสัญญาจะละเว้นกระทำการและข้อจำกัดสิทธิในฐานะที่เป็นเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ

สถานะระหว่างบริษัท

 ประกอบด้วยรายละเอียดของสินเชื่อทางการค้าในปัจจุบัน สถานะทางการค้า การบริการ ค่าธรรมเนียมทางการค้า หรือสัญญาที่ก่อให้เกิดการรับจ่ายเงินระหว่างบริษัท รวมทั้งสถานะปัจจุบันของสัญญาเหล่านั้น ข้อตกลงให้มีสภาพเป็นเจ้าหนี้ด้อยสิทธิ ผลตอบแทนที่ให้แก่ผู้บริหารและผู้ถือหุ้น และข้อตกลงต่าง ๆ

ทรัพย์สิน

 ได้แก่ บัญชีรายการทรัพย์สินต่าง ๆ พร้อมทั้งรายละเอียดว่ามีภาระติดพันหรือไม่

แผนดำเนินธุรกิจ

ประกอบด้วยผลการวิเคราะห์ตลาด ผลการวิเคราะห์คู่แข่ง และรายงานความสามารถในการแข่งขันของลูกหนี้ ซึ่งจัดทำโดยผู้วิเคราะห์อิสระ

การวิเคราะห์กระแสเงินสดและประมาณการเงินสด

 ประกอบด้วยงบกระแสเงินสดในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ประมาณการเงินสดรับ-จ่ายในระยะเวลา 3-5 ปีข้างหน้า แผนปรับลดค่าใช้จ่าย รวมทั้งรายการที่จะก่อให้เกิดรายได้ต่าง ๆ แผนการจำหน่ายทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ รวมทั้งขั้นตอนวิธีการจำหน่ายทรัพย์สินดังกล่าว

สัญญาที่สำคัญที่ทำในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

 ประกอบด้วยสัญญาที่ทำกับลูกหนี้ ผู้ขายสินค้า ผู้ให้กู้ ผู้ถือหุ้น และผู้บริหารของบริษัท

ข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและศักยภาพในอนาคต

 

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.