Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
พิพิธภัณฑ์ ธปท.
Skip Navigation Links
รู้จักพิพิธภัณฑ์Expand รู้จักพิพิธภัณฑ์
วังบางขุนพรหมExpand วังบางขุนพรหม
วังเทวะเวสม์Expand วังเทวะเวสม์
บริการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์
กิจกรรมExpand กิจกรรม
เกร็ดความรู้Expand เกร็ดความรู้
พิพิธภัณฑ์ ธปท.สภน.Expand พิพิธภัณฑ์ ธปท.สภน.

พิพิธภัณฑ์ ธปท. > วังบางขุนพรหม
ผู้จัดการบริการ   อัมพร (0-2283-5265)    อมร (0-2283-6723)   
  วังบางขุนพรหม  
ตำหนักใหญ่ 

 

           ที่ดินวังบางขุนพรหม ประกอบด้วยที่ดินผืนใหญ่น้อย ทั้งที่เป็นของเจ้านาย ขุนนาง และราษฎร ปัจจุบัน ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเจ้าพระยา  ทิศตะวันออกจดถนนสามเสน ทิศใต้จดถนนท่าเกษม และทิศเหนือ
จดวังเทวะเวสม์ 
         

 

                    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ 
พระราชทานที่ดินนี้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต (ทูนกระหม่อมบริพัตรของชาววังบางขุนพรหม)
พระราชโอรส  ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ หลังจากนั้น พระมารดา  สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี
ได้ทรงเป็นพระธุระจัดการเรื่องต่าง ๆ ในขณะที่ทูนกระหม่อมยังทรงศึกษาอยู่  ณ ทวีปยุโรป ครั้นทูลกระหม่อมเสด็จกลับมาเป็นการชั่วคราว
ใน พ.ศ. ๒๔๔๔ จึงทรงมีกำหนดชัดเจนว่าจะเสด็จกลับมาประทับเป็น
การถาวรใน พ.ศ. ๒๔๔๖ โดยวังบางขุนพรหมสร้างเสร็จและมีพิธีขึ้น
พระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๔๙
 

แผนที่ตั้งวังบางขุนพรหมในอดีต 

 

มาริโอ ตามาญโญ 
สถาปนิกผู้ออกแบบตำหนักวังบางขุนพรหม

 

ภาพตำหนักวังบางขุนพรหมในอดีต

วังบางขุนพรหม

                  การก่อสร้าง กรมโยธาธิการเป็นผู้ดำเนินการออกแบบภายใต้การกำกับดูแลของพระสถิตย์นิมานการ (หม่อมราชวงศ์ชิต อิศรศักดิ์) ซึ่งงานออกแบบก่อสร้างของราชการในกรมโยธาธิการในระยะแรก ทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของนายคาร์ล ซันเดรคซกี อาคิเต๊กใหญ่  และนายเปาโล เรเมดีและนายมาริโอ ตามาญโญ  เป็นผู้ช่วย  สำหรับงานวิศวกรรมนั้นมี นายคาร์โล อัลเลกรี เป็นอินยิเนียใหญ่ และนายเอมิลโย โจวันนี อูเจนโย กอลโล เป็น อินยิเนียรอง  ภายหลังนายมาริโอ ตามาญโญ  รับผิดชอบด้านสถาปัตยกรรม และนายคาร์โล อันเลกรี ดูแลด้านวิศวกรรม

               สถาปัตยกรรม  ในห้วงเวลาที่มีการออกแบบวังบางขุนพรหมนั้นสถาปัตยกรรมในยุโรปอยู่ในยุคของ การปฏิวัติอุตสาหกรรมทำให้สามารถผลิตวัสดุก่อสร้างแบบใหม่ เปลี่ยนแปลงการออกแบบ และวิธีการก่อสร้าง  ดังนั้นสถาปัตยกรรมวังบางขุนพรหมจึงเป็นโครงสร้างก่ออิฐฉาบปูน ผนังรับน้ำหนัก มีโครงสร้างหลังคาไม้เนื้อแข็ง มุงด้วยกระเบื้องว่าว หลังคาเป็นทรงมังซาร์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหลังคาสองชั้นซ้อนกันโดยมีความลาดของหลังคาแต่ละชั้นไม่เท่ากัน หลังคาชั้นล่างมีหน้าต่างเล็ก ๆ อย่างที่เรียกว่า ดอร์เมอร์ ยื่นออกจากหลังคาห่างกันเป็นระยะเท่า ๆ กัน 
                     ตำหนักใหญ่วังบางขุนพรหมมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งผนังปูนปั้นอันวิจิตร  นับเป็นอาคารที่มีลวดลายประดับงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ปูนปั้นเหล่านี้ล้วนเป็นลวดลายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในสมัยต่าง ๆ กัน โดยออกแบบให้สอดคล้องกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม 
                     สถาปนิกใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกและโรโกโกเป็นอิทธิพลหลักในการออกแบบ ดังจะเห็นได้จากรูปลักษณะหน้าบันและผนังภายนอกอาคาร หอกลมทางด้านทิศใต้ที่มีลักษณะโค้ง และผนังด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเส้นโค้งเว้าเข้า และนูนต่อเนื่องกัน สำหรับการวางผังเป็นไปในลักษณะสถาปัตยกรรมแบบ บาโรกและใช้ต่อเนื่องมาจนปลายสมัยศตวรรษที่ ๑๙ ส่วนองค์ประกอบที่ใช้ในการตกแต่งภายในห้องต่าง ๆ มีความคล้ายคลึงกัน โดยมีการใช้ปูนปั้นเป็นเส้นนูนตามกรอบประตูและช่องแสง ที่โดดเด่นที่สุดคือ บานประตูไม้แกะลายเส้นบนกึ่งกลางของลูกฟักไม้ ช่องแสงเหนือประตูปิดด้วยแผ่นไม้ฉลุลาย และฝ้าเพดานตกแต่งด้วยแผ่นไม้ฉลุลายและเน้นลวดลายด้วยการเขียนสีทอง พื้นภายในห้องต่าง ๆ เป็นพื้นไม้สักปูเข้าลิ้น ขัดมัน

 

แปลนพิพิธภัณฑ์

 

<-- เข้าชมห้องจัดแสดง

               ห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑ์ ภายในตำหนักวังบางขุนพรหม ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 8 ห้องหลัก ๆ โดยใช้รูปแบบการนำเสนอด้วยเทคนิคสมัยใหม่ ซึ่งผู้เข้าชมจะได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.