ความเป็นมาและแบบธนบัตรประเทศไทยนำธนบัตรออกใช้เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๕ ตามพระราชบัญญัติธนบัตรสยามรัตนโกสินทร ศก ๑๒๑ โดยมีกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ (กระทรวงการคลัง ในปัจจุบัน) เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สั่งพิมพ์และนำออกใช้ธนบัตรภายในประเทศ จนกระทั่ง มีการจัดตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๕ งานเกี่ยวกับการจัดการและออกใช้ธนบัตร จึงโอนมาอยู่ในความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย
โครงการ "รักษ์ธนบัตรไทย"เชิญชวนร่วมประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์และคำขวัญ
โครงการ “รักษ์ธนบัตรไทย”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี
วิธีตรวจสอบธนบัตรท่านสามารถตรวจสอบธนบัตรรัฐบาลทุกชนิดราคาด้วยตนเอง โดยคลิกที่ภาพเพื่อเลือกชนิดราคาที่ต้องการ
การผลิตและลักษณะต่อต้านการปลอมแปลงในธนบัตรธนบัตรเป็นเงินตราที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย การผลิตธนบัตรจึงต้องมีความละเอียดประณีต มีคุณภาพตามมาตรฐาน และยากต่อการปลอมแปลง เพื่อสร้างความเชื่อถือให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน
การออกใช้และการจัดการธนบัตรการจัดพิมพ์และนำธนบัตรออกใช้หมุนเวียนในระบบเงินตราเป็นหน้าที่สำคัญอีกด้านหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้ กล่าวคือ ธนบัตรที่ออกใช้จะต้องมีทุนสำรองเงินตรามาหนุนหลังเต็มมูลค่าเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในมูลค่าที่ตราไว้บนธนบัตร และเป็นหลักประกันว่าการออกใช้ธนบัตรมีขอบเขตอยู่เท่ากับสินทรัพย์ที่จะมาเป็นทุนสำรองเงินตรา
ปริมาณและมูลค่าธนบัตรออกใช้ณ สิ้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยนำออกใช้ทั้งสิ้น ๓,๙๗๘.๒ ล้านฉบับ
เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ ๖.๙ ธนบัตรออกใช้มีมูลค่ารวม ๑,๐๕๔,๔๘๔.๗๓ ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ ๑๐.๕
ระบบบริหารมาตรฐานสากลสายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานสากลไอเอสโอ 9001 : 2000 จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ
โครงการ "ธนบัตรน่ารู้จากครูสู่เยาวชน"ธนาคารแห่งประเทศไทย จัดโครงการ "ธนบัตรน่ารู้จากครูสู่เยาวชน" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ความรู้กับครูผู้สอนหมวดวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ในระดับมัธยมศึกษาได้เพิ่มเติมความรู้และประสบการณ์ด้านธนบัตร ด้วยการรับสมัครครูเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการความรู้ด้านธนบัตร และชมกระบวนการผลิตธนบัตร ณ โรงพิมพ์ธนบัตร ธปท. ที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โครงการดังกล่าวจะทำให้ครูที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ถ่ายทอดสู่นักเรียนจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก อันจะส่งผลต่อไปยังครอบครัวและชุมชนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นต่อไป