|
|
|
ระบบบริหารข้อมูล : DMS (Data Mangemant System) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ในช่วงหลังวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2540 ธปท. ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการงานด้านต่างๆ ของ ธปท. และมีนโยบายที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลของ ธปท. ภายใต้ระบบงานเดียวกัน และมีความเป็นมาตรฐานสากล ดังนั้น คณะกรรมการ ธปท. จึงได้มีมติให้จัดตั้งสายงานใหม่ขึ้น ในขณะนั้นมีชื่อว่า “สายฐานข้อมูล” หรือ “ฝ่ายบริหารข้อมูล” ในปัจจุบัน เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลสถาบันการเงิน ข้อมูลธุรกิจเงินตราต่างประเทศและตลาดการเงิน และข้อมูลเศรษฐกิจ รวมทั้งประมวลผลข้อมูลและเผยแพร่ข้อมูล และได้อนุมัติให้จัดตั้งโครงการพัฒนาระบบบริหารข้อมูล (Data Management System Project) ขึ้นเพื่อรับผิดชอบการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพในกระบวนการบริหารจัดการข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น โดยนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้และให้เป็นระบบอัตโนมัติมากที่สุด โดยให้ฝ่ายบริหารข้อมูล เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
ในขั้นแรกของการเริ่มโครงการนั้น ทางโครงการพัฒนาระบบบริหารข้อมูลได้ดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของการพัฒนาระบบ หรือจัดทำ Feasibility Study โดยได้มีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลและผู้ใช้ข้อมูล ทั้งภายนอกและภายใน ธปท. ทำให้ได้ทราบข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์เกี่ยวกับข้อมูลที่ต้องจัดส่งให้ ธปท. และข้อมูลที่ ธปท. เผยแพร่แก่สาธารณชน และได้มีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการนำระบบคลังข้อมูลมาใช้งานจากองค์กรในต่างประเทศมาช่วยวิเคราะห์และให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบคลังข้อมูล การส่งเจ้าหน้าที่ดูงานระบบคลังข้อมูลและการบริหารจัดการข้อมูลที่ APRA (Australian Prudential Regulatory Authority) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงินต่างๆ และเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินของประเทศออสเตรเลีย และที่ ธนาคารกลางของประเทศอินเดีย (Reserve Bank of India) ตลอดจนการเชิญนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นที่ปรึกษาของโครงการ ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ทำให้ ธปท. ได้ข้อมูลสนับสนุนที่ดีเพียงพอในการเลือกแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาระบบคลังข้อมูล
ระบบบริหารข้อมูล (Data management System : DMS) ที่พัฒนานี้ ได้นำเอาเทคโนโลยีการรับ-ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์และเทคนิคกระบวนการคลังข้อมูล (Data Warehousing) มาใช้ในการพัฒนา โดยมีบริษัทที่ปรึกษา(IBM) เข้ามาร่วมดำเนินการพัฒนาและติดตั้งระบบงานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2545 ซึ่งจะครอบคลุมกระบวนการทำงานต่างๆ ตั้งแต่การรับและการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ(Data Acquisition) การจัดเก็บข้อมูลในคลังข้อมูล(Data Storing) และการเรียกใช้และการเผยแพร่ข้อมูล (Data Provision)

การทำงานของระบบบริหารข้อมูล
ธปท. และบริษัทที่ปรึกษาฯ ได้ร่วมกันพัฒนาระบบบริหารข้อมูล(DMS) โดยได้ปรับปรุงในด้านต่างๆ หลายประการ สรุปได้ คือ
1. การรับข้อมูลที่มาจากสถาบันการเงิน จะกำหนดรูปแบบการส่งให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยกำหนดเป็น ชุดข้อมูลสถาบันการเงิน(Financial Institution Data : FI Dataset) และ ชุดข้อมูลเงินตราต่างประเทศและตลาดการเงิน(Financial Market Data : FM Dataset) และปรับปรุงประสิทธิภาพของวิธีการรับส่งข้อมูลให้เป็นวิธีการรับ-ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่าย Extranet ทั้งหมดและนำระบบอัตโนมัติมาใช้ให้มากที่สุด 2. การจัดเก็บข้อมูลทั้งระบบ ทั้งข้อมูลจากสถาบันการเงินและจากหน่วยงานอื่นที่มิใช่สถาบันการเงิน จะแบ่งเป็นหมวดหมู่และประเภทที่ชัดเจน เก็บรวมอยู่ในระบบเดียวกัน (Integrated System) ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพของระบบข้อมูล และมีศูนย์รวมกลางในการให้บริการข้อมูล (Single Point of Services) 3. มีความเป็นมาตรฐานสากลของการบริหารข้อมูลในรูปแบบของระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) เช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ของหลายๆ ประเทศ 4. มีการนำเอาเทคโนโลยีระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse) และระบบงานใหม่ๆ มาช่วยในการบริหารจัดเก็บ และเรียกใช้ข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ เช่น Business Objects (BO) Tools เป็นต้น ธปท. ได้เริ่มใช้งานระบบคลังข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 โดยในช่วงแรกเริ่มใช้งานเฉพาะข้อมูลด้าน FI และเริ่มใช้งานข้อมูลด้าน FM ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2547
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|