การค้าชายแดนเป็นการค้าระดับท้องถิ่นที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนระหว่างประชาชนหรือผู้ประกอบการที่มีถิ่นที่อยู่คนละประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีสัญญาการค้าระหว่างกัน สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เงินสกุลท้องถิ่น การค้ากระทำทั้งการค้าที่ผ่านและไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เนื่องจากการเคลื่อนย้ายสินค้าทำได้ง่ายและยากต่อการควบคุม
ความสำคัญของการค้าชายแดน
มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างภาคเหนือกับประเทศเพื่อนบ้านในปี 2549 มีมูลค่า 24,359.0 ล้านบาท เมื่อรวมกับมูลค่า การค้านอกระบบซึ่งจากงานศึกษาต่างๆ พบว่ามีมากกว่าการค้าในระบบประมาณ 0.5-3 เท่า ความสำคัญของการค้าชายแดนจะมีเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการค้าชายแดนจึงเป็นช่องทางสร้างงานและเป็นการพัฒนาภูมิภาคของทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน
สภาพการค้า
ภาคเหนือทำการค้าชายแดนกับประเทศพม่า ลาวและจีนตอนใต้ เนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกับพม่าและลาวประมาณ 2,103 กิโลเมตร รวมทั้งสามารถค้ากับจีน (ตอนใต้) (มณฑลยูนนาน) ผ่านทางแม่น้ำโขง บริเวณอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย การค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า ภาคเหนือ-ลาว และภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) กระทำใน 2 รูปแบบคือ การค้าผ่านพิธีการทางศุลกากร (การค้าในระบบ) และการค้าไม่ผ่านพิธีการศุลกากร (การค้านอกระบบ)
1. การค้าผ่านพิธีทางศุลกากร มูลค่าการค้ากับพม่าในปี 2549 มีสัดส่วนสูงมากคือร้อยละ 69.5 ของมูลค่าการค้าชายแดนโดยรวมของภาคเหนือ รองลงมาได้แก่ การค้าชายแดนกับจีน (ตอนใต)้ และลาว ซึ่งมีสัดส่วนลดหลั่นลงมา คือร้อยละ 21.3 และร้อยละ 9.2 ตามลำดับ โดยภาคเหนือได้ดุลการค้ากับพม่า ลาว และเริ่มได้ดุลการค้ากับจีน (ตอนใต้) ในปี 2542 เป็นต้นมา
การค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า มีจุดทำการค้า 16 จุด กระทำผ่านด่านศุลกากรในภาคเหนือรวม 6 แห่ง ใน 4 จังหวัด คือ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย แต่ที่สำคัญมีเพียง 2 แห่ง คือด่านฯ แม่สาย จังหวัดเชียงราย และด่านฯ แม่สอด จังหวัดตาก ในปี 2549 มูลค่าผ่านด่านฯ ทั้ง 6 แห่ง รวม 16,933.7 ล้านบาท เป็นการส่งออก 14,899.3 ล้านบาท และนำเข้า 2,034.4 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ สินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ อัญมณี สินค้าเกษตร และของป่า การค้าชายแดนกับพม่ามิใช่เป็นการค้าขายแลกเปลี่ยนเพื่อการยังชีพซึ่งกระทำในพื้นที่พรมแดนติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังนำสินค้าสู่เมืองสำคัญของพม่าหรือส่งผ่านต่อประเทศอื่น โดยสินค้าจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายถูกส่งสู่เมืองตองจี และเมืองมัณฑะเลย์ รวมทั้งผ่านสู่จีน (ตอนใต้) ขณะที่สินค้าจากแม่สอด จังหวัดตากจะเข้าสู่เมืองย่างกุ้ง และบางส่วนสู่ บังคลาเทศ ส่วนสินค้านำเข้าจากพม่าก็นำมาแปรรูปเพื่อการส่งออก เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้และอัญมณี เป็นต้น
การค้าชายแดนภาคเหนือ-ลาว มีจุดทำการค้า 12 จุด ในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์ กระทำผ่านด่านศุลกากร 4 แห่ง แต่ที่สำคัญคือด่านฯ เชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าของไทยไปยัง 6 แขวง ในภาคเหนือของลาวโดยเฉพาะแขวงหลวงพระบาง โดยมูลค่าการค้าในปี 2549 เท่ากับ 2,227.6 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออก 1,439.6 ล้านบาท และนำเข้า 788.0 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พืชผล ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ยานพาหนะและชิ้นส่วน สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ถ่านหิน ลิกไนต์ สินค้าเกษตรและของป่า
การค้าชายแดนภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) เป็นการค้ากับมณฑลยูนนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 โดยใช้ เส้นทางเรือในแม่น้ำโขง ผ่านด่านฯ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย สู่เมืองเชียงรุ่งหรือเมืองซือเหมา เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มูลค่าการค้าในปี 2541 มีเพียง 386.1 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในระยะเริ่มต้นและการขนส่งสินค้าโดยใช้เส้นทางในแม่น้ำโขงไม่สามารถทำได้ทุกฤดูกาล มูลค่าการค้าในปี 2549 เท่ากับ 5,197.8 ล้านบาท เป็นการส่งออก 4,108.2 ล้านบาท และนำเข้า 1,089.6 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พืชผล ผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าอุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ผักและผลไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
2. การค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2537 พบว่าการค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า และภาคเหนือ-ลาว มีลักษณะเป็นการค้านอกระบบที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ประมาณว่าการค้านอกระบบกับพม่าและลาวมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 76 และ 50 ของการค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า และภาคเหนือ-ลาว สำหรับการค้าภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) ยังไม่พบรายงานการศึกษา
วิธีการชำระเงินค่าสินค้าชายแดน
การชำระเงินค่าสินค้าชายแดนสามารถ จำแนก เป็น 2 ลักษณะใหญ่คือ การชำระเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย การชำระเงินด้วยเช็คหรือดราฟต์ของ ธนาคาร การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และการชำระค่าสินค้า ตาม L/C ที่เปิดเป็นเงินสกุลดอลลาร์ สรอ. และการชำระเงินที่ไม่ผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วยการชำระค่าสินค้าโดยผ่านตัวแทนคู่ค้าระหว่างประเทศในตลาดที่ไม่เป็นทางการ การชำระเป็นเงินสดด้วยเงินสกุลท้องถิ่น เช่น บาท จัต จากข้อมูลการสำรวจดังกล่าวสรุปได้ว่ากว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าการค้า ยังคงนิยมชำระค่าสินค้าโดยไม่ผ่านระบบธนาคาร ส่วนหนึ่ง เป็นผลสืบเนื่องจากวิถีการค้าแบบดั้งเดิม คือความเชื่อใจกันเป็นสำคัญ อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า เช่น พม่าห้ามนำเข้าสินค้าสำคัญของไทย จีนมี กฎ ระเบียบนำเข้าที่ยุ่งยากมาก ส่วนลาวจัดเก็บภาษีนำเข้าสูงมาก เป็นต้น ทำให้มีการลักลอบนำเข้าประเทศ จึงไม่สามารถชำระเงินผ่านระบบธนาคารได้ โดยที่การค้าชายแดนภาคเหนือ-ลาว ประมาณการว่ามีการชำระค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารเพียงประมาณร้อยละ 20 ส่วนใหญ่นิยมชำระค่าสินค้าโดยใช้เงินสด สกุลบาท กีบ และดอลลาร์ สรอ. สำหรับการค้าชายแดน ภาคเหนือ-พม่า พบว่ามีการชำระเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ น้อยกว่าร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือเป็นการชำระเงินไม่ผ่านสถาบันการเงิน
ปัญหาการค้าชายแดน
การประกอบการค้าชายแดนระหว่างภาคเหนือกับประเทศเพื่อนบ้านยังมีปัญหาและอุปสรรค เช่น ปัญหาประเทศเพื่อนบ้านปิดด่านชายแดน ปัญหาการสูญเสียตลาดสินค้าสำคัญบางประเภทให้ประเทศอื่น เช่น จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ปัญหากฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า การชำระเงินค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารยังไม่เป็นที่นิยม ปัญหาระเบียบพิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ส่วนแนวทางการพัฒนาการค้าชายแดนควรใช้โอกาสจากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (The Greater Mekong Subregional Economic Cooperation : GMS) เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน รวมทั้งบรรลุข้อตกลงระหว่างประเทศในการขนส่งสินค้าผ่านแดนซึ่งจะช่วยขยายตลาดสินค้าไทยให้กว้างขวางขึ้น
|
มูลค่าการค้าชายแดน |
|
หน่วย : ล้านบาท |
|
รายการ |
2544 |
2545 |
2546 |
2547 |
2548 |
2549 |
| ภาคเหนือ-พม่า |
5,880.0 |
4,720.1 |
8,488.6 |
16,038.0 |
18,124.4 |
16,933.7 |
| ส่งออก |
4,069.5 |
3,915.7 |
7,519.0 |
14,255.8 |
16,701.8 |
14,899.3 |
| นำเข้า |
1,810.5 |
804.4 |
969.6 |
1,782.2 |
1,422.6 |
2,034.4 |
| ดุลการค้า |
2,259.0 |
3,111.3 |
6,549.4 |
12,473.6 |
15,279.2 |
12,864.9 |
| ภาคเหนือ-ลาว |
1,148.7 |
1,053.9 |
853.5 |
1,347.4 |
2,226.8 |
2,227.6 |
| ส่งออก |
621.1 |
607.1 |
551.2 |
940.1 |
1,633.3 |
1,439.6 |
| นำเข้า |
527.6 |
446.8 |
302.3 |
407.3 |
593.5 |
788.0 |
| ดุลการค้า |
93.5 |
160.3 |
248.9 |
532.8 |
1,039.8 |
651.6 |
| ภาคเหนือ-จีนตอนใต้ |
2,772.6 |
3,199.5 |
4,162.5 |
3,352.2 |
5,179.6 |
5,197.8 |
| ส่งออก |
2,225.6 |
2,737.5 |
3,075.1 |
2,110.4 |
4,075.2 |
4,108.2 |
| นำเข้า |
547.0 |
462.0 |
1,087.4 |
1,241.8 |
1,104.4 |
1,089.6 |
| ดุลการค้า |
1,678.6 |
2,275.5 |
1,987.7 |
868.6 |
2,970.8 |
3,018.6 |
| มูลค่าการค้า |
9,801.3 |
8,973.5 |
13,504.6 |
20,737.6 |
25,530.8 |
24,359.1 |
| ดุลการค้า |
4,031.1 |
5,547.1 |
8,786.0 |
13,875.0 |
19,289.8 |
16,535.1 |
| ที่มา : ด่านศุลกากรในภาคเหนือ |