Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ภาวะเศรษฐกิจ
Skip Navigation Links
เศรษฐกิจในประเทศExpand เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจต่างประเทศExpand เศรษฐกิจต่างประเทศ
เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขงExpand เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง
สัมมนาวิชาการ
บทความและงานวิจัยเศรษฐกิจ
สถิติเศรษฐกิจและการเงิน
ผลการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจ
ภาวะเศรษฐกิจ > เศรษฐกิจในประเทศ > เศรษฐกิจภาคเหนือ > รายงานเศรษฐกิจและการเงิน > การค้าชายแดน
ผู้จัดการบริการ   ดำรงค์ (0-5393-1165)    ประจักษ์ (0-5393-1169)   
  การค้าชายแดนของภาคเหนือ 

             การค้าชายแดนเป็นการค้าระดับท้องถิ่นที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนระหว่างประชาชนหรือผู้ประกอบการที่มีถิ่นที่อยู่คนละประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีสัญญาการค้าระหว่างกัน สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้เงินสกุลท้องถิ่น การค้ากระทำทั้งการค้าที่ผ่านและไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เนื่องจากการเคลื่อนย้ายสินค้าทำได้ง่ายและยากต่อการควบคุม

ความสำคัญของการค้าชายแดน

             มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างภาคเหนือกับประเทศเพื่อนบ้านในปี 2549 มีมูลค่า 24,359.0 ล้านบาท เมื่อรวมกับมูลค่า การค้านอกระบบซึ่งจากงานศึกษาต่างๆ พบว่ามีมากกว่าการค้าในระบบประมาณ 0.5-3 เท่า ความสำคัญของการค้าชายแดนจะมีเพิ่มขึ้น การส่งเสริมการค้าชายแดนจึงเป็นช่องทางสร้างงานและเป็นการพัฒนาภูมิภาคของทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

สภาพการค้า

             ภาคเหนือทำการค้าชายแดนกับประเทศพม่า ลาวและจีนตอนใต้ เนื่องจากมีพรมแดนติดต่อกับพม่าและลาวประมาณ 2,103 กิโลเมตร รวมทั้งสามารถค้ากับจีน (ตอนใต้) (มณฑลยูนนาน) ผ่านทางแม่น้ำโขง บริเวณอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย การค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า ภาคเหนือ-ลาว และภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) กระทำใน 2 รูปแบบคือ การค้าผ่านพิธีการทางศุลกากร (การค้าในระบบ) และการค้าไม่ผ่านพิธีการศุลกากร (การค้านอกระบบ)

             1. การค้าผ่านพิธีทางศุลกากร มูลค่าการค้ากับพม่าในปี 2549 มีสัดส่วนสูงมากคือร้อยละ 69.5 ของมูลค่าการค้าชายแดนโดยรวมของภาคเหนือ รองลงมาได้แก่ การค้าชายแดนกับจีน (ตอนใต)้ และลาว ซึ่งมีสัดส่วนลดหลั่นลงมา คือร้อยละ 21.3  และร้อยละ 9.2 ตามลำดับ โดยภาคเหนือได้ดุลการค้ากับพม่า ลาว และเริ่มได้ดุลการค้ากับจีน (ตอนใต้) ในปี 2542 เป็นต้นมา

             การค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า มีจุดทำการค้า 16 จุด กระทำผ่านด่านศุลกากรในภาคเหนือรวม 6 แห่ง ใน 4 จังหวัด คือ ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย แต่ที่สำคัญมีเพียง 2 แห่ง คือด่านฯ แม่สาย จังหวัดเชียงราย และด่านฯ แม่สอด จังหวัดตาก ในปี 2549 มูลค่าผ่านด่านฯ ทั้ง 6 แห่ง รวม 16,933.7 ล้านบาท เป็นการส่งออก 14,899.3 ล้านบาท และนำเข้า 2,034.4 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ สินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ สิ่งทอ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และเคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ อัญมณี สินค้าเกษตร และของป่า การค้าชายแดนกับพม่ามิใช่เป็นการค้าขายแลกเปลี่ยนเพื่อการยังชีพซึ่งกระทำในพื้นที่พรมแดนติดต่อกันเท่านั้น แต่ยังนำสินค้าสู่เมืองสำคัญของพม่าหรือส่งผ่านต่อประเทศอื่น โดยสินค้าจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายถูกส่งสู่เมืองตองจี และเมืองมัณฑะเลย์ รวมทั้งผ่านสู่จีน (ตอนใต้) ขณะที่สินค้าจากแม่สอด จังหวัดตากจะเข้าสู่เมืองย่างกุ้ง และบางส่วนสู่ บังคลาเทศ ส่วนสินค้านำเข้าจากพม่าก็นำมาแปรรูปเพื่อการส่งออก เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้และอัญมณี เป็นต้น

             การค้าชายแดนภาคเหนือ-ลาว มีจุดทำการค้า 12 จุด ในจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน และอุตรดิตถ์ กระทำผ่านด่านศุลกากร 4 แห่ง แต่ที่สำคัญคือด่านฯ เชียงของ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นการส่งออกสินค้าของไทยไปยัง 6 แขวง ในภาคเหนือของลาวโดยเฉพาะแขวงหลวงพระบาง โดยมูลค่าการค้าในปี 2549 เท่ากับ 2,227.6 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออก 1,439.6 ล้านบาท และนำเข้า 788.0 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พืชผล ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ยานพาหนะและชิ้นส่วน สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ ถ่านหิน ลิกไนต์ สินค้าเกษตรและของป่า

             การค้าชายแดนภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) เป็นการค้ากับมณฑลยูนนาน เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2537 โดยใช้ เส้นทางเรือในแม่น้ำโขง ผ่านด่านฯ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย สู่เมืองเชียงรุ่งหรือเมืองซือเหมา เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มูลค่าการค้าในปี 2541 มีเพียง 386.1 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในระยะเริ่มต้นและการขนส่งสินค้าโดยใช้เส้นทางในแม่น้ำโขงไม่สามารถทำได้ทุกฤดูกาล มูลค่าการค้าในปี 2549 เท่ากับ 5,197.8 ล้านบาท เป็นการส่งออก 4,108.2 ล้านบาท และนำเข้า 1,089.6 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์พืชผล ผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าอุปโภคบริโภค และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ผักและผลไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และผลิตภัณฑ์สิ่งทอ

             2. การค้าที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2537 พบว่าการค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า และภาคเหนือ-ลาว มีลักษณะเป็นการค้านอกระบบที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ประมาณว่าการค้านอกระบบกับพม่าและลาวมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 76 และ 50 ของการค้าชายแดนภาคเหนือ-พม่า และภาคเหนือ-ลาว สำหรับการค้าภาคเหนือ-จีน (ตอนใต้) ยังไม่พบรายงานการศึกษา

วิธีการชำระเงินค่าสินค้าชายแดน

             การชำระเงินค่าสินค้าชายแดนสามารถ จำแนก เป็น 2 ลักษณะใหญ่คือ การชำระเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย การชำระเงินด้วยเช็คหรือดราฟต์ของ ธนาคาร การโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร และการชำระค่าสินค้า ตาม L/C ที่เปิดเป็นเงินสกุลดอลลาร์ สรอ. และการชำระเงินที่ไม่ผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วยการชำระค่าสินค้าโดยผ่านตัวแทนคู่ค้าระหว่างประเทศในตลาดที่ไม่เป็นทางการ การชำระเป็นเงินสดด้วยเงินสกุลท้องถิ่น เช่น บาท จัต จากข้อมูลการสำรวจดังกล่าวสรุปได้ว่ากว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าการค้า ยังคงนิยมชำระค่าสินค้าโดยไม่ผ่านระบบธนาคาร ส่วนหนึ่ง เป็นผลสืบเนื่องจากวิถีการค้าแบบดั้งเดิม คือความเชื่อใจกันเป็นสำคัญ อีกส่วนหนึ่งเป็นผลจากกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า เช่น พม่าห้ามนำเข้าสินค้าสำคัญของไทย จีนมี กฎ ระเบียบนำเข้าที่ยุ่งยากมาก ส่วนลาวจัดเก็บภาษีนำเข้าสูงมาก เป็นต้น ทำให้มีการลักลอบนำเข้าประเทศ จึงไม่สามารถชำระเงินผ่านระบบธนาคารได้ โดยที่การค้าชายแดนภาคเหนือ-ลาว ประมาณการว่ามีการชำระค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารเพียงประมาณร้อยละ 20 ส่วนใหญ่นิยมชำระค่าสินค้าโดยใช้เงินสด สกุลบาท กีบ และดอลลาร์ สรอ. สำหรับการค้าชายแดน ภาคเหนือ-พม่า พบว่ามีการชำระเงินผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ น้อยกว่าร้อยละ 20 ส่วนที่เหลือเป็นการชำระเงินไม่ผ่านสถาบันการเงิน

ปัญหาการค้าชายแดน

             การประกอบการค้าชายแดนระหว่างภาคเหนือกับประเทศเพื่อนบ้านยังมีปัญหาและอุปสรรค เช่น ปัญหาประเทศเพื่อนบ้านปิดด่านชายแดน ปัญหาการสูญเสียตลาดสินค้าสำคัญบางประเภทให้ประเทศอื่น เช่น จีน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ปัญหากฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า การชำระเงินค่าสินค้าผ่านระบบธนาคารยังไม่เป็นที่นิยม ปัญหาระเบียบพิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ปัญหาด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ส่วนแนวทางการพัฒนาการค้าชายแดนควรใช้โอกาสจากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (The Greater Mekong Subregional Economic Cooperation : GMS) เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมระหว่างกัน รวมทั้งบรรลุข้อตกลงระหว่างประเทศในการขนส่งสินค้าผ่านแดนซึ่งจะช่วยขยายตลาดสินค้าไทยให้กว้างขวางขึ้น


มูลค่าการค้าชายแดน
หน่วย : ล้านบาท
รายการ
2544
2545
2546
2547
2548
2549
 ภาคเหนือ-พม่า
5,880.0
4,720.1
8,488.6
16,038.0
18,124.4
16,933.7
       ส่งออก
4,069.5
3,915.7
7,519.0
14,255.8
16,701.8
14,899.3
       นำเข้า
1,810.5
804.4
969.6
1,782.2
1,422.6
2,034.4
       ดุลการค้า
2,259.0
3,111.3
6,549.4
12,473.6
15,279.2
12,864.9
 ภาคเหนือ-ลาว
1,148.7
1,053.9
853.5
1,347.4
2,226.8
2,227.6
       ส่งออก
621.1
607.1
551.2
940.1
1,633.3
1,439.6
       นำเข้า
527.6
446.8
302.3
407.3
593.5
788.0
       ดุลการค้า
93.5
160.3
248.9
532.8
1,039.8
651.6
 ภาคเหนือ-จีนตอนใต้
2,772.6
3,199.5
4,162.5
3,352.2
5,179.6
5,197.8
       ส่งออก
2,225.6
2,737.5
3,075.1
2,110.4
4,075.2
4,108.2
       นำเข้า
547.0
462.0
1,087.4
1,241.8
1,104.4
1,089.6
       ดุลการค้า
1,678.6
2,275.5
1,987.7
868.6
2,970.8
3,018.6
 มูลค่าการค้า
9,801.3
8,973.5
13,504.6
20,737.6
25,530.8
24,359.1
 ดุลการค้า
4,031.1
5,547.1
8,786.0
13,875.0
19,289.8
16,535.1
ที่มา : ด่านศุลกากรในภาคเหนือ
Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.