Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ภาวะเศรษฐกิจ
Skip Navigation Links
เศรษฐกิจในประเทศExpand เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจต่างประเทศExpand เศรษฐกิจต่างประเทศ
เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขงExpand เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง
งานวิจัยและสัมมนาวิชาการ
สถิติเศรษฐกิจและการเงิน
ผลการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจ

ภาวะเศรษฐกิจ > เศรษฐกิจในประเทศ > เศรษฐกิจภาคเหนือ > รายงานเศรษฐกิจและการเงิน > โครงสร้างเศรษฐกิจ
ผู้จัดการบริการ   โสภิต (0-5393-1155)    บูชิตา (0-5393-1156)   
  โครงสร้างเศรษฐกิจภาคเหนือ 

 

ลักษณะทั่วไป

             ภาคเหนือประกอบด้วย 17 จังหวัด มีพื้นที่ 106 ล้านไร่ (169,600 ตร.กม.) หรือประมาณ 1 ใน ของพื้นที่ทั้งประเทศ ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขา  มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 29.2 ล้านไร่ หรือ 1 ใน 5 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งประเทศ ณ สิ้นปี 2552 ภาคเหนือมีประชากรจำนวน 11.7 ล้านคน หรือร้อยละ 18.5 ของประชากรทั้งประเทศ เป็นภาคเดียวของประเทศซึ่งมีประชากรลดลงในระยะ 9 ปีที่ผ่านมา (เทียบกับปี 2543 จำนวน 12.1 ล้านคน) [1] รายได้เฉลี่ยต่อหัวปี 2552 จำนวน 71,105 บาท ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประเทศซึ่งมีรายได้ 135,281 บาท เกือบเท่าตัวและต่ำกว่าทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงสร้างเศรษฐกิจ

             เศรษฐกิจภาคเหนือระหว่างปี 2545-2552 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 2.7 ต่ำกว่าของประเทศซึ่งขยายตัวร้อยละ 3.5 โครงสร้างการผลิตภาคเหนืออยู่ในภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการค้าส่งค้าปลีก สัดส่วน  ร้อยละ 19.6, 19.3 และ 16.3 ของผลิตภัณฑ์ภาคเหนือ ตามลำดับ การกระจายตัวดีกว่าของประเทศที่กระจุกตัวอยู่ในภาคอุตสาหกรรมถึงร้อยละ 38.6 พืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด ใบยาสูบ ถั่วเหลือง พืชผัก และผลไม้ ขณะที่อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ สินค้าเกษตรแปรรูป เซรามิค น้ำตาล ปูนซีเมนต์ และหัตถกรรม

ความสำคัญของภาคเหนือต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ

             ผลิตภัณฑ์ภาคเหนือ (Gross Regional Product : GRP) ตามราคาตลาดปี 2549 มีมูลค่า 686,218 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.8 ของผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP) การผลิตบางสาขามีความสำคัญต่อประเทศ เช่น เกษตรกรรมและสาขาเหมืองแร่ ผลผลิตทั้งสองสาขา คิดเป็นร้อยละ 20.2 และร้อยละ 11.4 ของผลผลิตสาขาเกษตรกรรมและสาขาเหมืองแร่ของประเทศ ตามลำดับ ภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตข้าวและพืชไร่ที่สำคัญ พืชผลสำคัญของภาคเหนือ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวและอ้อยมีปริมาณผลผลิต ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของผลผลิตทั้งประเทศ ขณะที่พืชสำคัญอื่น เช่น ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม ใบยาสูบเวอร์จิเนียและเบอร์เลย์ หอมแดง และหอมหัวใหญ่ เกือบทั้งหมดผลิตในภาคเหนือ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งต้นน้ำของภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญของประเทศ เช่น ถ่านหินลิกไนต์ หินปูน และดินขาวที่จังหวัดลำปาง แร่สังกะสีที่จังหวัดตาก น้ำมันดิบที่จังหวัดกำแพงเพชร เป็นต้น

ลักษณะและโครงสร้างเศรษฐกิจของภาคเหนือ

             จำแนกออกเป็น 2 ส่วนคือ ภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง 

             ภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง และตาก มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ของภาคเหนือตอนบนกว่าครึ่งเป็นป่าเขา มีพื้นที่ราบเหมาะกับการเพาะปลูกไม่ถึงร้อยละ 15 แต่มีทรัพยากรธรรมชาติลักษณะภูมิประเทศและอากาศเหมาะแก่การท่องเที่ยวสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนและพำนักอาศัยเป็นครั้งคราวและถาวร ทำให้ธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และของที่ระลึก เป็นสาขาเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือตอนบน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าสำคัญทั้งจากพลังน้ำจากเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และถ่านหินลิกไนต์ที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตลอดจนเป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด เช่น ถ่านหินลิกไนต์ หินปูน และดินขาวที่จังหวัดลำปาง และแร่สังกะสีที่จังหวัดตาก ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมเซรามิค ปูนซีเมนต์ และโรงงานถลุงแร่สังกะสี เป็นต้น นอกจากนี้ จังหวัดตากยังเป็นประตูการค้าชายแดนกับประเทศพม่าและจังหวัดเชียงรายมีการค้าเชื่อมโยงกับพม่า ลาว และจีน (ตอนใต้) 

             จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทุกด้านของภาคเหนือ มีสัดส่วนการผลิตประมาณร้อยละ 14.8 ของผลิตภัณฑ์ภาค มีจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์ 201 สาขา สูงสุดเป็นอันดับสี่ของประเทศ และมีสัดส่วนเงินฝากและสินเชื่อประมาณ 1 ใน 3 ของเงินฝากและสินเชื่อทั้งภาคเหนือ

             ภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี มีพื้นที่ติดต่อกับภาคกลาง ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นแหล่งผลิตและค้าข้าวและพืชไร่สำคัญของประเทศ การผลิตพืชสำคัญประกอบด้วย ข้าว อ้อย และข้าวโพด สภาพดินฟ้าอากาศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลผลิตภาคเกษตร ด้านอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาล ที่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ที่จังหวัดพิษณุโลก และนครสวรรค์ โรงสีข้าว ที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทโบราณสถานทางประวัติศาสตร์อันเลื่องชื่อที่จังหวัดสุโขทัย 

ความสำคัญของภาคเหนือต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ

              ผลิตภัณฑ์ภาคเหนือ (Gross Regional Product : GRP) ตามราคาคงที่ปี 2552 มีมูลค่า 350,630 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.2 ของผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP) การผลิตบางสาขามีความสำคัญต่อประเทศ เช่น เกษตรกรรมและเหมืองแร่ คิดเป็นร้อยละ 17.4 และร้อยละ 16.9 ของผลผลิตสาขาเกษตรกรรมและสาขา   เหมืองแร่ของประเทศ ตามลำดับ ภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตพืชสำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด และถั่วเหลือง มีปริมาณผลผลิตประมาณหนึ่งในสี่ของผลผลิตทั้งประเทศ ขณะที่พืชสำคัญอื่น เช่น ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม ใบยาสูบเวอร์จิเนียและเบอร์เลย์ หอมแดง และหอมหัวใหญ่ เกือบทั้งหมดผลิตในภาคเหนือ นอกจากนี้ ภาคเหนือยังเป็นแหล่งต้นน้ำของภาคกลาง รวมทั้งเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญของประเทศ เช่น ถ่านหินลิกไนต์ หินปูน และดินขาวที่จังหวัดลำปาง แร่สังกะสีที่จังหวัดตาก น้ำมันดิบที่จังหวัดกำแพงเพชร เป็นต้น

สภาพแรงงาน

             สิ้นปี 2553 ประชากรภาคเหนือมีกำลังแรงงาน ประมาณ 6.8 ล้านคน ร้อยละ 47 อยู่ในภาคการเกษตร ค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดอยู่ระหว่าง 159-180 บาท (ประกาศกระทรวงแรงงาน วันที่ 13 ธันวาคม 2553 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554) จังหวัดที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดคือ เชียงใหม่ สาขาการผลิตในภาคเหนือพึ่งพิงแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลักได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอ การก่อสร้าง และภาคการเกษตร (อาทิ สวนลำใย สวนส้ม การตัดอ้อย เป็นต้น) ในขณะที่ แรงงานมีฝีมือของภาคเหนือบางส่วนไปทำงานที่ส่วนกลางและต่างประเทศ อาทิ ประเทศในตะวันออกกลาง ไต้หวัน และสิงคโปร์ ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่าการทำงานในประเทศ 

ภาคการเงิน 

             ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2554 ภาคเหนือมีสาขาธนาคารพาณิชย์เปิดบริการ จำนวน 696 สาขา หรือร้อยละ 11.6 ของสาขาธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศ (จำนวน 6,013 สาขา) โดยร้อยละ 62.4 อยู่ในเขตภาคเหนือตอนบน และร้อยละ 62.6 กระจุกตัวอยู่ในเขตอำเภอเมือง

             เงินฝากและเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2554 มีจำนวน 431.8 พันล้านบาท และ 354.5 พันล้านบาท หรือร้อยละ 6.0 และร้อยละ 4.2 ของเงินฝากและสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศตามลำดับ (ธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศทั้งระบบมีเงินฝาก 7,155 พันล้านบาท เงินให้สินเชื่อ 8,348 พันล้านบาท)

การค้าต่างประเทศ

              รูปแบบการค้าจำแนกเป็น 2 ลักษณะคือ (1) การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการค้าผ่านด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประกอบด้วยการค้าผ่านฝ่ายบริการศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ และฝ่ายบริการศุลกากรลำพูน โดยมูลค่าการค้าต่างประเทศของภาคเหนือมากกว่าร้อยละ 56 เป็นการค้าผ่านฝ่ายบริการศุลกากรลำพูน สินค้าสำคัญคือ อุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ฝ่ายบริการศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรและสินค้าหัตถกรรม  (2) การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่พม่า ลาว และจีน (ตอนใต้) โดยมากกว่าร้อยละ 82 เป็นการค้ากับพม่า สินค้าออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิง และวัสดุก่อสร้าง ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ ไม้แปรรูป ผักและผลไม้ เป็นสำคัญ

[1] ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

 

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.