Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ภาวะเศรษฐกิจ
Skip Navigation Links
เศรษฐกิจในประเทศExpand เศรษฐกิจในประเทศ
เศรษฐกิจต่างประเทศExpand เศรษฐกิจต่างประเทศ
เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขงExpand เศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง
สัมมนาวิชาการ
บทความและงานวิจัยเศรษฐกิจ
สถิติเศรษฐกิจและการเงิน
ผลการสำรวจข้อมูลเศรษฐกิจ
ภาวะเศรษฐกิจ > เศรษฐกิจในประเทศ > เศรษฐกิจภาคเหนือ > รายงานเศรษฐกิจและการเงิน > โครงสร้างเศรษฐกิจ
ผู้จัดการบริการ   ธราทิพย์ (0-5393-1141)    ณวรา (0-5393-1144)   
  โครงสร้างเศรษฐกิจภาคเหนือ 

ลักษณะทั่วไป

             ภาคเหนือประกอบด้วย 17 จังหวัด มีพื้นที่ 106 ล้านไร่ (169,600 ตร.กม.) หรือประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่ทั้งประเทศ ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 29.2 ล้านไร่ หรือ 1 ใน 5 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งประเทศ ณ สิ้นปี 2549 ภาคเหนือมีประชากรจำนวน 11.6 ล้านคน หรือร้อยละ 17.8 ของประชากรทั้งประเทศ จังหวัดที่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน คือ เชียงใหม่ เชียงราย และนครสวรรค์ รายได้เฉลี่ยต่อหัวปี 2549 จำนวน 58,969 บาท ต่ำกว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวทั้งประเทศที่ 119,825 บาท ประมาณเท่าตัวและต่ำกว่าทุกภาคยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงสร้างเศรษฐกิจ

             เศรษฐกิจภาคเหนือระหว่างปี 2543-2549 ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.4 ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของประเทศที่ร้อยละ 5.0 โครงสร้างเศรษฐกิจภาคเหนือขึ้นกับภาคเกษตรเป็นสำคัญ โดยในปี 2549 ภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนร้อยละ 19.3 ของผลิตภัณฑ์ภาค อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเป็นลำดับเป็นร้อยละ 20.1 ภาคการค้าร้อยละ 15.7 และการขนส่งและสื่อสารร้อยละ 7.5 พืชหลักของภาคได้แก่ ข้าว อ้อย ข้าวโพด ใบยาสูบ ถั่วเหลือง พืชผัก และผลไม้ ขณะที่อุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ น้ำตาล แปรรูปสินค้าเกษตร ปูนซีเมนต์ เซรามิกส์ และหัตถกรรม

ความสำคัญของภาคเหนือต่อเศรษฐกิจส่วนรวมของประเทศ

             ผลิตภัณฑ์ภาคเหนือ (Gross Regional Product : GRP) ตามราคาตลาดปี 2549 มีมูลค่า 686,218 ล้านบาทหรือร้อยละ 8.8 ของผลิตภัณฑ์ในประเทศ (GDP) การผลิตบางสาขามีความสำคัญต่อประเทศ เช่น เกษตรกรรมและสาขาเหมืองแร่ ผลผลิตทั้งสองสาขา คิดเป็นร้อยละ 20.2 และร้อยละ 11.4 ของผลผลิตสาขาเกษตรกรรมและสาขาเหมืองแร่ของประเทศ ตามลำดับ ภาคเหนือเป็นแหล่งผลิตข้าวและพืชไร่ที่สำคัญ พืชผลสำคัญของภาคเหนือ เช่น ถั่วเหลือง ข้าวโพด ข้าวและอ้อยมีปริมาณผลผลิต ไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสี่ของผลผลิตทั้งประเทศ ขณะที่พืชสำคัญอื่น เช่น ลำไย ลิ้นจี่ กระเทียม ใบยาสูบเวอร์จิเนียและเบอร์เลย์ หอมแดง และหอมหัวใหญ่ เกือบทั้งหมดผลิตในภาคเหนือ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งต้นน้ำของภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งเป็นแหล่งทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญของประเทศ เช่น ถ่านหินลิกไนต์ หินปูน และดินขาวที่จังหวัดลำปาง แร่สังกะสีที่จังหวัดตาก น้ำมันดิบที่จังหวัดกำแพงเพชร เป็นต้น

ลักษณะและโครงสร้างเศรษฐกิจของภาคเหนือ

             จำแนกออกเป็น 2 ส่วนคือภาคเหนือตอนบนและตอนล่าง

             ภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย 9 จังหวัด ได้แก่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน พะเยา น่าน แพร่ ลำปางและตาก มีพื้นที่ประมาณร้อยละ 60 ของพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งกว่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ภาคเหนือตอนบนเป็นป่าเขา มีพื้นที่เหมาะกับการเพาะปลูก ไม่ถึงร้อยละ 15 แต่มีทรัพยากรทางด้านท่องเที่ยวและลักษณะภูมิอากาศที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักผ่อนและพำนักอาศัยเป็นครั้งคราวและถาวร ทำให้ธุรกิจบริการ เช่น ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และของที่ระลึก เป็นสาขาเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคเหนือตอนบน และเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่สำคัญ ทั้งจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และไอน้ำจากเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และอำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตลอดจนมีแร่ธาตุ เช่น แร่สังกะสี ถ่านหิน ลิกไนต์ หินปูน และดินขาวอุดมสมบูรณ์ ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมเซรามิก ปูนซีเมนต์ และโรงงานถลุงแร่สังกะสี เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นประตูการค้าชายแดนกับประเทศพม่า ลาว และจีน(ตอนใต้)

             จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทุกด้านของภาคและของภาคเหนือตอนบนมีสัดส่วนการผลิตประมาณร้อยละ 15.3 ของผลิตภัณฑ์ภาค มีจำนวนสาขาธนาคารพาณิชย์สูงสุดเป็นอันดับสี่ของประเทศ เงินฝากและสินเชื่อมีสัดส่วนสูงประมาณ 1 ใน 3 ของเงินฝากและสินเชื่อทั้งภาคเหนือ

             ภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี มีพื้นที่ติดต่อกับภาคกลาง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นแหล่งผลิตและค้าข้าวและพืชไร่สำคัญของประเทศ การผลิตพืชสำคัญประกอบด้วย ข้าว อ้อย และข้าวโพด สภาพดินฟ้าอากาศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลผลิตภาคเกษตร ด้านอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร เช่น อุตสาหกรรมน้ำตาล ในจังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร ในจังหวัดพิษณุโลก และนครสวรรค์ โรงสีข้าว ในจังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และนครสวรรค์ นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวประเภทโบราณสถานทางประวัติศาสตร์

สภาพแรงงาน

             สิ้นปี 2549 ประชากรภาคเหนือมีกำลังแรงงาน ประมาณ 6.7 ล้านคน ร้อยละ 54 อยู่ในภาคการเกษตร อัตราค่าจ้างขั้นต่ำในแต่ละจังหวัดอยู่ระหว่าง 143-149 บาท ยกเว้นจังหวัดเชียงใหม่วันละ 159 บาท (ประกาศกระทรวงแรงงาน วันที่ 30 ตุลาคม 2549 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550) แรงงานของภาคเหนือบางส่วนไปทำงานที่ส่วนกลางและต่างประเทศ เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ บรูไน และอิสราเอล เป็นต้น นอกจากนั้นมีแรงงานจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาทำงานรับจ้างตัดอ้อยในเขตภาคเหนือตอนล่าง

ภาคการเงิน

             ภาคเหนือมีสาขาธนาคารพาณิชย์เปิดบริการเป็นอันดับสามรองจากกรุงเทพฯ และภาคตะวันออก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2549 มีสาขาธนาคารพาณิชย์เปิดดำเนินการ 587 สาขา หรือร้อยละ 12.4 ของสาขาธนาคารพาณิชย์ของทั้งประเทศ ร้อยละ 61.3 อยู่ในภาคเหนือตอนบน โดยกระจุกตัวในอำเภอเมือง ขณะที่บริเวณภาคเหนือตอนล่างจะกระจายตัวในเขตอำเภอรอบนอก เงินฝากและเงินให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2549 มีจำนวน 328.7 พันล้านบาท และ 274.5 พันล้านบาท หรือร้อยละ 5.0 และร้อยละ 4.8 ของเงินฝากและสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศตามลำดับ

การค้าต่างประเทศ

             กระทำใน 2 ลักษณะคือ (1) การค้าระหว่างประเทศ เป็นการค้าผ่านด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่ และด่านศุลกากรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน (2) การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าการค้าต่างประเทศของภาคเหนือมากกว่าร้อยละ 80 เป็นการค้าผ่านด่านศุลกากรนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จังหวัดลำพูน สินค้าสำคัญคืออุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ด่านศุลกากรท่าอากาศยานเชียงใหม่เป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูปและแช่แข็ง และสินค้าหัตถกรรม ส่วนการค้าชายแดนเป็นการค้ากับพม่า ลาว และจีน (ตอนใต้) มากกว่าร้อยละ 60 เป็นการค้ากับพม่า สินค้าออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ยางรถยนต์ และวัสดุก่อสร้าง ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ โค กระบือ และไม้แปรรูป เป็นสำคัญ

อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคเหนือ

ภาคการผลิต

2543r

2544r

2545r

2546r

2547r

2548p

2549p

ภาคเกษตรกรรม

6.7%

4.2%

-5.1%

18.1%

-4.0%

-2.0%

4.8%

นอกภาคเกษตรกรรม

0.0%

-2.0%

10.2%

6.0%

2.4%

3.6%

4.1%

รวม

1.3%

-0.7%

6.9%

8.3%

1.1%

2.5%

4.2%

หมายเหตุ: r=revised ,p=preliminary

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

 

โครงสร้างการผลิตปี 2549p

ภาคการผลิต

สัดส่วน

อุตสาหกรรม

20.1%

เกษตรกรรม

18.7%

การค้าส่งค้าปลีก

15.7%

ขนส่ง/สื่อสาร

7.5%

อสังหาริมทรัพย์

6.2%

การศึกษา

5.7%

การบริหารราชการและป้องกันประเทศ

5.1%

เหมืองแร่

4.7%

การก่อสร้าง

3.7%

การเงิน

3.2%

อื่นๆ

9.4%

รวม

100.0%

หมายเหตุ: p=preliminary

ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.