ระบบการเงินในภาคเหนือประกอบด้วย การเงินในระบบและการเงินนอกระบบ การเงินในระบบดำเนินงานโดยสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของกฏหมายและกำกับดูแลโดยหน่วยงานของรัฐ ส่วนการเงินนอกระบบเป็นการรับฝากหรือให้กู้ยืมโดยประชาชนทั่วไป
การเงินในระบบของภาคเหนือ ประกอบด้วยสถาบันการเงินประเภทธนาคาร และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร สถาบันการเงินที่เป็นธนาคาร ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ กิจการวิเทศธนกิจ (PIBF) และธนาคารที่ตั้งโดยกฎหมายพิเศษ ที่ดำเนินการเฉพาะอย่าง อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ได้แก่ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ และโรงรับจำนำ
สถาบันการเงินประเภทธนาคารและไม่ใช่ธนาคาร (ยกเว้นสหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ และโรงรับจำนำ) เป็นสำนักงานสาขาของสถาบันการเงิน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ เปิดดำเนินการที่กรุงเทพฯ ทั้งสิ้น และการดำเนินธุรกิจเป็นการดำเนินนโยบายตามสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ดำเนินการในฐานะเป็นธนาคารกลาง ทำหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวกับการออกธนบัตร การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เป็นนายธนาคาร จ่ายดอกเบี้ย และการไถ่ถอนพันธบัตรเงินกู้ของรัฐบาล อีกทั้งควบคุมดูแลและตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ศึกษาวิเคราะห์และรายงานภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาค
บริษัทหลักทรัพย์ทำหน้าที่จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ค้าหลักทรัพย์ และเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สนับสนุนการให้สินเชื่อแก่วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ให้บริการทางการเงินเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของนักธุรกิจในการส่งออกและส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ ส่วนบริษัทประกันชีวิต สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นสถาบันการเงินหนึ่งที่ระดมเงินจากประชาชน ทั้งในรูปเบี้ยประกันและการออมเพื่อนำมาหาประโยชน์ทั้งในรูปของการลงทุน หรือการให้กู้ยืมแก่สมาชิกภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ทางด้านโรงรับจำนำเป็นสถานประกอบการที่รับจำนำสิ่งของเพื่อเป็นประกันเงินกู้ยืมตามวงเงินและมีการไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนด
สถาบันการเงินในภาคเหนือได้เพิ่มความสำคัญต่อเศรษฐกิจของภาค และได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นลำดับ โดยมีสาขาธนาคารพาณิชย์เป็นสถาบันการเงินที่มีบทบาทมากที่สุด ทั้งด้านการระดมเงินออม และให้สินเชื่อ เนื่องจากมีจำนวนสำนักงานมากกว่าร้อยละ 60 ของสถาบันการเงินในภาคเหนือ อีกทั้งยังมีความได้เปรียบด้านเครื่องมือและบริการที่ให้กับลูกค้า ความสามารถในการระดมเงินออมก็มีผลต่อบทบาทในการให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์ สัดส่วนเงินฝากและสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในเขตภาคเหนือเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ทั้งประเทศคิดเป็นร้อยละ 5.0 และ 4.8 ตามลำดับ สถาบันการเงินที่มีบทบาทรองลงมาทางด้านเงินออมและสินเชื่อ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นธนาคารเฉพาะกิจด้านการเกษตร และธนาคารออมสินที่เน้นการระดมจากผู้ออมรายย่อย ตามลำดับ
การเงินนอกระบบในภาคเหนือจะเป็นในรูปของการให้กู้ยืมกันระหว่างบุคคล การเล่นแชร์ สินเชื่อ การค้า การขายลดเช็ค การรับจำนำทองตามร้านทอง และการทำธุรกิจเงินทุนที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งดำเนินธุรกิจรับฝากเงินและให้กู้ยืมจากประชาชน โดยมิได้อยู่ภายใต้กฎระเบียบของทางการซึ่งเป็นการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง และขาดความรับผิดชอบต่อเงินที่ระดมจากประชาชน
|
เงินฝากและเงินให้สินเชื่อของสถาบันการเงินในภาคเหนือ ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2549 |
|
หน่วย : ล้านบาท |
|
สถาบันการเงิน |
จำนวนสาขา |
ยอดคงค้างเงินฝาก |
ยอดคงค้างสินเชื่อ |
| ธนาคารพาณิชย์ |
587 |
328.7 |
274.5 |
| ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ |
152 |
82.3 |
110.2 |
| ธนาคารออมสิน |
122 |
45.2 |
67.3 |