ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 และ 19 องศาเหนือ และระหว่างเส้นแวงที่ 101 และ 106 องศาตะวันออก มีพื้นที่ 105.5 ล้านไร่ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศ ประกอบด้วย 20จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์
บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี และอุบลราชธานี
ลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยทิวเขาที่สำคัญ ได้แก่ ทิวเขาเพชรบูรณ์ 1 ทิวเขาดงพญาเย็น ทิวเขาสันกำแพง ทิวเขาพนมดงรัก และทิวเขาภูพาน แม่น้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำชี ยาวประมาณ 765 กิโลเมตร และแม่น้ำมูล ยาวประมาณ 750 กิโลเมตร
ลักษณะภูมิอากาศ เป็นแบบร้อนชื้นสลับร้อนแห้งแล้ง หรือทุ่งหญ้าเมืองร้อน ปริมาณฝนตกเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,200 มิลลิเมตร ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 26-27 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 8 องศาเซลเซียส และในฤดูร้อนอุณหภูมิสูงสุดถึง 41 องศาเซลเซียส
ประชากร ปี 2553 มีประมาณ 22.8 ล้านคน เป็นกำลังแรงงาน 12.7 ล้านคน และมีผู้ว่างงานประมาณ 0.1 ล้านคน คิดเป็นอัตราการว่างงานประมาณร้อยละ 1.0
ผลิตภัณฑ์ภาค (Gross Regional Product: GRP) ปี 2553 ณ ราคาประจำปี มีมูลค่า 1,123,153 ล้านบาท หรือมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 11 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) สาขาเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ สาขาเกษตรกรรม สัดส่วนร้อยละ 22.2 สาขาค้าส่งและค้าปลีก สัดส่วนร้อยละ 18.8 สาขาอุตสาหกรรม ร้อยละ 16.5 จังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์จังหวัดสูงที่สุด ได้แก่ นครราชสีมา รองลงมาคือ ขอนแก่น สำหรับจังหวัดที่มีผลิตภัณฑ์จังหวัดต่ำที่สุด คือ อำนาจเจริญ
สำหรับรายได้ต่อคนต่อปีของภาคเฉลี่ย 46,913 บาท จังหวัดขอนแก่นมีรายได้ต่อคนต่อปีมากที่สุด 82,211 บาท ส่วนจังหวัดอำนาจเจริญมีรายได้ต่อคนต่อปี 35,986 บาท น้อยที่สุดในภาคอีสาน และประเทศ
|
ผลิตภัณฑ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2553 ณ ราคาปัจจุบัน |
|
|
มูลค่า (ล้านบาท) |
สัดส่วน (ร้อยละ) |
|
เกษตรกรรม |
248,966 |
22.2 |
|
การค้าส่งและค้าปลึก |
210,998 |
18.8 |
|
อุตสาหกรรม |
184,857 |
16.5 |
|
การศึกษา |
145,412 |
12.9 |
|
การบริหารราชการแผ่นดิน |
73,919 |
6.6 |
|
การขนส่ง |
38,097 |
3.4 |
|
อื่น ๆ |
220,904 |
19.6 |
|
รวม |
1,123,153 |
100.0 |
พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยข้าวมีผลผลิตประมาณ 12.4 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 49 ของผลผลิตข้าวทั้งประเทศ มันสำปะหลังมีผลผลิต ประมาณ 15.6 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 67 ของผลผลิตมันสำปะหลังทั้งประเทศ อ้อยโรงงาน มีผลผลิตประมาณ 40.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นร้อยละ 39 ของผลผลิตอ้อยโรงงานทั้งประเทศ สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีผลผลิตประมาณ 1 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 22 ของผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งประเทศ
อุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทางการเกษตร เช่น โรงสีข้าว โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่สำคัญได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า อุตสาหกรรมผลิตร้องเท้า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และอุตสาหกรรมแหอวน
ณ สิ้นปี 2553 มีสาขาธนาคารพาณิชย์ 707 สำนักงาน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 222 สำนักงาน ธนาคารออมสิน 166 สำนักงาน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 25 สำนักงาน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม 23 สำนักงาน สำนักงานบริหารด้านหลักทรัพย์ 37 สำนักงาน บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม 2 สำนักงาน และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย 1 สำนักงาน
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2553 เงินฝากธนาคารพาณิชย์ 432,679 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนของเงินฝากประจำ เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากกระแสรายวันต่อเงินฝากทั้งหมดร้อยละ 37 ร้อยละ 59 และร้อยละ 4 ตามลำดับ สำหรับสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 459,947 ล้านบาท มีสัดส่วนของสินเชื่อให้กู้ยืม สินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชี และสินเชื่ออื่น ๆ ร้อยละ 57 ร้อยละ 17 และร้อยละ 26 ตามลำดับ