Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
Skip Navigation Links
รู้จักกองทุนฯExpand รู้จักกองทุนฯ
กฎหมายและประกาศExpand กฎหมายและประกาศ
การจำหน่ายทรัพย์สินExpand การจำหน่ายทรัพย์สิน
การขายทอดตลาดทรัพย์สินโดยกรมบังคับคดี
การบริหารจัดการหนี้Expand การบริหารจัดการหนี้
ข่าวสารที่เกี่ยวข้องExpand ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน > รู้จักกองทุนฯ > ประวัติความเป็นมา
ผู้จัดการบริการ   รัชนี (0-2356-7151)    วลักษกมล (0-2356-7129)   
  ประวัติความเป็นมา 

          กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2528  โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ทางการสามารถดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีวิกฤติการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงิน ภายใต้กรอบนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยและรัฐบาล

          ในระยะแรกกองทุนฯ ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินที่ประสบปัญหา ทำให้ต้องเข้าไปถือหุ้นในสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์หลายแห่ง และได้เข้าไปบริหารทรัพย์สิน เร่งรัดติดตามหนี้สินที่ได้รับจากการให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงิน รวมทั้งได้มีบทบาทในการเข้าไปค้ำประกันและจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝากเงินของสถาบันการเงินและเจ้าหนี้เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้ของสถาบันการเงินเหล่านั้นตั้งแต่ช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 และรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบสถาบันการเงินของประเทศโดยรวม  ต่อมาในปี 2546 กองทุนฯ ได้ลดบทบาทในการค้ำประกันเจ้าหนี้สถาบันการเงินลงเหลือเพียงการค้ำประกันการจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยแก่ผู้ฝากเงินเท่านั้น

          ในวันที่ 11 สิงหาคม 2551 เมื่อพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีผลบังคับใช้  บทบาทด้านการให้ความช่วยเหลือผู้ฝากเงินของกองทุนฯ ได้สิ้นสุดลง โดยเป็นภารกิจของสถาบันคุ้มครองเงินฝากเป็นผู้รับไปดำเนินการ ภารกิจของกองทุนฯ คงเหลือเพียงการทำหน้าที่บริหารสินทรัพย์ของกองทุนฯ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินและภาระผูกพันที่มีอยู่ในปัจจุบันให้เสร็จสิ้น เพื่อสามารถชำระบัญชีและปิดกองทุนฯ ได้ในที่สุด  ส่วนบทบาทการให้ความช่วยเหลือแก่สถาบันการเงินนั้น  ในช่วงระยะเวลา 4 ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากมีผลใช้บังคับ กฎหมายได้บัญญัติไว้ว่า หากยังไม่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินใช้บังคับ  กองทุนฯ ยังคงมีหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินต่อไป  ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี โดยรัฐบาลจะใช้คืนเงินที่ใช้ในการดำเนินการดังกล่าวให้แก่กองทุนฯ   อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้กองทุนฯ ยังคงทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินภายหลังวันที่ 10 สิงหาคม 2555 ต่อไป

          ในวันที่ 27 มกราคม 2555 พระราชกำหนดปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 มีผลบังคับใช้ โดยกำหนดให้กองทุนฯ มีหน้าที่และรับผิดชอบเกี่ยวกับการชำระคืนต้นเงินกู้และการชำระดอกเบี้ยในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือการจัดการและฟื้นฟูสถาบันการเงินที่ประสบปัญหาวิกฤติทางการเงินเมื่อปี 2540 ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2541  และ พ.ศ. 2545

                   กองทุนฯ มีฐานะทั้งเป็นส่วนหนึ่งและเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในส่วนของการบริหารงานกองทุนฯ เป็นฝ่ายหนึ่งของธนาคารแห่งประเทศไทย  โดยฝ่ายจัดการกองทุนทำหน้าที่ในการบริหารภายใต้กรอบของคณะกรรมการจัดการกองทุน มีการจัดทำบัญชีและงบประมาณเป็นของกองทุนฯ เอง และมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจบัญชี โดยได้รายงานผลการสอบบัญชีนั้นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และแจ้งธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบ

                   กองทุนฯ บริหารงานโดยคณะกรรมการจัดการกองทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นประธาน และปลัดกระทรวงการคลังเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง  และมีกรรมการอื่นแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอีกไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 9 คน  ปัจจุบันคณะกรรมการจัดการกองทุนมีกรรมการทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย 4 คน กระทรวงการคลัง 3 คน  สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอีกแห่งละ 1 คน โดยมีผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่งกรรมการจัดการกองทุน   เลขานุการคณะกรรมการจัดการกองทุน  และผู้จัดการกองทุนด้วย

 

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.