|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
บทบาทหน้าที่
นับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2551 เป็นต้นไปหลังจากที่มีการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากแล้ว บทบาทหน้าที่ของกองทุนในเรื่องการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินจะเป็นไปตามมาตรา 19 ของพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 ที่กำหนดไว้ว่า ภายในระยะเวลา 4 ปีนับแต่วันที่กฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝากใช้บังคับ หากยังไม่มีการตรากฎหมายเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินใช้บังคับ แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขฟื้นฟูสถาบันการเงินที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงิน อันอาจกระทบต่อเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และเป็นกรณีที่ได้มีการดำเนินการตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงินอาจเสนอแนะแผน แนวทาง และวิธีการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินนั้นต่อคณะกรรมการจัดการกองทุนของกองทุน โดยต้องแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการตามแผน แนวทาง และวิธีการดังกล่าวมีประสิทธิผลสูงสุดและเป็นไปอย่างเหมาะสม เมื่อคณะกรรมการจัดการกองทุนพิจารณาแล้วเห็นชอบด้วย ให้เสนอรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว กองทุนมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้
1) ให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน โดยมีหรือไม่มีหลักประกันตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี
2) ซื้อหรือเข้าถือหุ้นในสถาบันการเงิน
3) ซื้อ ซื้อลด หรือรับช่วงซื้อลดตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของสถาบันการเงิน
ในกรณีที่กองทุนมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพื่อดำเนินการดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจให้กู้ยืมเงินแก่กองทุน หรือรัฐบาลอาจค้ำประกันการกู้ยืมเงินของกองทุนก็ได้ ทั้งนี้ ต้องจัดทำบัญชีสำหรับการดำเนินการแยกต่างหากจากบัญชีอื่น และให้รัฐบาลใช้คืนเงินต้นและดอกเบี้ย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้แก่กองทุน
อนึ่ง สำหรับบทบาทและหน้าที่ของกองทุนในการประกันผู้ฝากเงินนั้น ได้สิ้นสุดลงเมื่อมีการจัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝาก และบทบาทของกองทุนยังคงเหลือเฉพาะการทำหน้าที่บริหารสินทรัพย์อยู่ต่อไป เพื่อชำระหนี้สินและภาระผูกพันที่มีอยู่ในปัจจุบัน
|
|
|
|
|
|
|