Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)
Skip Navigation Links
แนะนำ ศคง.
สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงินExpand สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน
รอบรู้เรื่องดอกเบี้ยExpand รอบรู้เรื่องดอกเบี้ย
รอบรู้เรื่องสินเชื่อExpand รอบรู้เรื่องสินเชื่อ
ความรู้เรื่องบัตรเครดิตExpand ความรู้เรื่องบัตรเครดิต
ผู้ประกอบการในระบบการเงินไทยExpand ผู้ประกอบการในระบบการเงินไทย
ข้อมูลสถิติของ ศคง.

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) > ความรู้เรื่องบัตรเครดิต > คิดให้ดีก่อนเป็นหนี้บัตรเครดิต
  คิดให้ดีก่อนเป็นหนี้บัตรเครดิต 

         
          บัตรเครดิต เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระหนี้ค่าสินค้าและบริการ ดังนั้น ไม่ควรใช้เป็นช่องทาง
ในการกู้เงิน เพราะเสียอัตราดอกเบี้ยแพง (ดูวิธีคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต)

          - บัตรเครดิตทำให้ผู้ถือบัตรมีความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยที่ผู้ออกบัตรจ่ายเงินสดให้ก่อนล่วงหน้า และ
ผู้ถือบัตรได้รับสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยประมาณ 30-55 วัน ทำให้มีอำนาจการใช้จ่ายสูงขึ้นจากรายได้ปกติ แต่อย่าลืมว่าคุณกำลังเอาเงินของผู้อื่นมาใช้ซึ่งผู้ถือบัตรต้องชำระคืนในภายหลัง  ดังนั้น ต้องระวังการใช้จ่ายที่เกินตัว หรือเกินจำเป็นเพื่อไม่ให้มีภาระที่ต้องชำระหนี้มากเกินความสามารถ

          -
คุณควรเตรียมเงินให้เพียงพอกับยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าปรับต่าง ๆ

          -
หากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบ  ควรจดบันทึกหมายเลขบัตรเครดิต วงเงินสินเชื่อ ภาระหนี้ที่มีอยู่ และวันครบกำหนดชำระเงิน ฯลฯ ให้ครบถ้วน เพื่อวางแผนการใช้บัตรเครดิตและการชำระหนี้ให้ตรงเวลา

ปัญหาหนี้สินบัตรเครดิต...มีทางออก

          1. อย่าท้อถอย ทุกปัญหามีทางแก้ไข

          2. 
คุณต้องตรวจสอบรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือน  โดยอาจทำเป็นตารางรายรับ - รายจ่าย เพื่อให้คุณ
ทราบสถานะทางการเงินของคุณอย่างชัดเจน และรู้ว่าคุณมีเงินเหลือเท่าไหร่สำหรับชำระคืนหนี้สิน และเก็บออม
นอกจากนั้น ยังช่วยให้รู้ว่าสามารถลดรายจ่ายรายการใดที่ไม่จำเป็นลงได้บ้าง

          3. 
คุณต้องสำรวจภาระหนี้สินของตนเอง  โดยอาจทำเป็นตาราง มีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ประเภทหนี้ จำนวนเงินต้นค้างชำระ จำนวนดอกเบี้ยค้างชำระ และวันถึงกำหนดชำระ เป็นต้น เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการชำระเงินของคุณได้

          4. 
คุณควรหยุดวงจรแห่งหนี้ ด้วยการอยู่ให้ได้ด้วยรายได้ของคุณในแต่ละเดือนและบอกกับตนเองว่า คุณจะไม่ก่อหนี้สินเพิ่มอีก ซึ่งรวมถึงการกู้ยืมเพื่อมาจ่ายหนี้เก่าด้วย แล้วทยอยผ่อนชำระหนี้สินเดิม แม้จะใช้เวลาแต่หนี้สินของคุณก็จะหมดไปในที่สุด

          5. 
หากคุณมีภาระหนี้สินมากกว่าเงินคงเหลือในแต่ละเดือน คุณสามารถปรึกษากับเจ้าหนี้ หรือสถาบันผู้ออกบัตร เพื่อร่วมกันหาวิธีแก้ไขปัญหาหนี้สินที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ ซึ่งมีหลายวิธี เช่น การยืดอายุการชำระหนี้ การลดจำนวนเงินที่ผ่อนชำระต่อเดือน หรือการชำระเงินต้นโดยปลอดดอกเบี้ยให้ระยะเวลาหนึ่ง เป็นต้น 

รู้ไหมว่า...
          เมื่อคุณนำเงินของผู้อื่นมาใช้ก่อน คุณจึงมีหน้าที่ชำระเงินคืน ดังนั้น เพื่อรักษาเครดิตของคุณไว้ เผื่อในอนาคตคุณอาจมีความจำเป็นต้องกู้เงินจากธนาคารในจำนวนที่มากกว่าวงเงินสินเชื่อของบัตรเครดิต เช่น การกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์ เป็นต้น
          ดังนั้น การหนีหนี้หรือไม่ชำระหนี้
จะทำให้คุณมีประวัติการเงินที่ไม่ดีบันทึกอยู่ใน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ซึ่งหากคุณต้องการกู้เงินในอนาคต ธนาคารพาณิชย์ก็จะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ของคุณจาก บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และจะทำให้คุณถูกปฏิเสธการขอกู้เงิน ทั้งนี้ ประวัติการชำระเงินจะถูกเก็บไว้เป็นเวลา 3 ปี นับจากวันที่บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ได้รับรายงาน

  • โทร.

 

 

        รับคำปรึกษาและร้องเรียนได้ที่

 

                   

 

 Content Editor Web Part

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.