Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)
Skip Navigation Links
ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)
รู้เท่าทัน กลโกงเงิน
ความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อ
บัตรเครดิต สิทธิที่ควรทราบ
สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน
มารู้จักอัตราดอกเบี้ยกันดีกว่า
ผู้ประกอบการในระบบการเงินไทย
ข่าวและกิจกรรม ศคง.

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) > สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน
ผู้จัดการบริการ  สุมิตร (0-2283-6764)   นารีรัตน์ (0-2283-6154)   
  รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ .. สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน 

สิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้บริการทางการเงิน


เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้สถาบันการเงินต่าง ๆ มีการพัฒนารูปแบบการให้บริการทางการเงินที่หลากหลายกับลูกค้าของตน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และการแข่งขันทางธุรกิจ แต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเหล่านั้นอาจมีความซับซ้อน และความเสี่ยง จึงอาจเป็นความสะดวกสบายที่นำภัยมาสู่ผู้บริโภคได้ 

ด้วยเหตุนี้ การเป็นผู้บริโภคในยุคที่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินมึความหลากหลาย ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องรู้จักสิทธิและหน้าที่ และการปกป้องสิทธิของตน เสมือนเป็นการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตนเอง จะได้ตัดสินใจเลือกใช้บริการทางการเงินได้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินและความต้องการ แถมยังเป็นการป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบอีกด้วย  

 

สิทธิในการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และครบถ้วน

ผู้ใช้บริการทางการเงินมีสิทธิที่จะได้รับทราบรายละเอียด และเงื่อนไขการให้บริการต่าง ๆ ซึ่งสถาบันการเงินต้องเปิดเผยข้อมูล
ผลิตภัณฑ์
ทางการเงิน และการให้บริการต่างๆอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ ต่อการเปรียบเทียบเพื่อตัดสินใจ และไม่บิดเบือน
ข้อเท็จจริงตามเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนด ดังนี้

  • เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ไว้ในที่เปิดเผย
    สังเกตุเห็นง่าย เช่น สำนักงานใหญ่ สาขาที่ทำการ รวมทั้งในเว็บไซต์ของตนเอง

    และของแบงก์ชาติ เพื่อสร้างความโปร่งใส และช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลเปรียบเทียบ
    เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • เปิดเผยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ที่ผู้ฝากเงินได้รับให้แก่ผู้ฝากเงินทราบด้วย เช่น ในใบโฆษณาเงินฝากประจำที่มีการให้อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เป็นต้น


เปิดเผยข้อมูลอย่างไร
 

 

  • เจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินมีหน้าที่อธิบายลักษณะของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการต่างๆ ให้ท่านเข้าใจก่อนตัดสินใจ
  • การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ต้องมีความชัดเจนเข้าใจง่าย ให้ข้อมูลครบถ้วน ไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด
    ไม่โฆษณาเกินจริง และต้องระบุอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ค่าธรรมเนียม
    และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนและชัดเจน
  • กรณีขอกู้เงินแล้วไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ สถาบันการเงินต้องมีหนังสือชี้แจงเหตุผลที่ไม่ให้เงินกู้ และท่านมีสิทธิในการขอคืนเอกสารประกอบการพิจารณาสินเชื่อ และต้องได้รับเอกสารคืนภายในเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านเกิดความเข้าใจ สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และมีข้อมูลในการปรับปรุงประสิทธิภาพตนเองเพื่อขอสินเชื่อใหม่

สิทธิที่ต้องได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมในการติดตามทวงถามหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดแนวนโยบายในการติดตามทวงถามหนี้ของสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับ
เพื่อความเหมาะสม และความเป็นธรรมกับลูกหนี้ดังนี้

  1. ติดตามทวงถามได้เฉพาะภายในเวลาที่กำหนด
      -  วันจันทร์ – วันศุกร์ ภายในเวลา 08.00 น. – 20.00 น.
      -  วันหยุดราชการ ภายในเวลา 08.00 น. – 18.00 น.
      -  ความถี่ในการติดต่อต้องเหมาะสม
  2. ต้องแสดงตัวและแจ้งวัตถุประสงค์ในการติดตามทวงถามหนี้
      -  
    กรณีเป็นสถาบันการเงิน ต้องแจ้งชื่อ และวัตถุประสงค์ในการติดต่อให้ลูกหนี้ได้รับทราบอย่างถูกต้องเหมาะสม
      -  
    กรณีเป็นผู้ให้บริการเรียกเก็บหนี้ (ตัวแทนสถาบันการเงิน) ต้องแสดงเอกสาร
         ว่าได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบธุรกิจให้ทำการแทน
  3. ต้องใช้วิธีการเรียกเก็บหนี้ที่เหมาะสม
      - 
    เก็บเงินได้จากลูกหนี้เท่านั้น ยกเว้นได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ หรือเป็นสิทธิตามกฏหมาย
      - 
    ไม่รบกวนหรือรังควานลูกหนี้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
      - 
    ไม่ใช้คำพูดที่รุนแรง หรือหยาบคาย ข่มขู่ และคุกคามในลักษณะที่ผิดกฏหมายเพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้
      - 
    ห้ามปลอมแปลง บิดเบือนข้อมูล เอกสาร หรือแสดงท่าทางอันทำให้ลูกหนี้สำคัญผิดว่าเอกสารเรียกเก็บหนี้
         หรือเอกสารที่ใช้ในการติดต่อกับลูกหนี้นั้น ออกหรือได้รับอนุญาต หรือรับรองจากหน่วยงานของรัฐ หรือ
         บริษัทข้อมูลเครดิต
  4. ต้องเก็บรักษาความลับของลูกหนี้ ห้ามเปิดเผยข้อมูลหนี้ของลูกหนี้ให้บุคคลอื่นทราบระหว่างติดต่อทวงถามหนี้ แม้จะเป็นบุคคลในครอบครัว ยกเว้นได้รับความยินยอมจากลูกหนี้
  5. ต้องมีหลักฐานแสดงการรับเงินจากลูกหนี้ที่เหมาะสมและมีผลในทางกฎหมาย

ข้อควรรู้ก่อนเป็นลูกหนี้

     1.  ก่อนเป็นลูกหนี้ ผู้ประกอบการหรือสถาบันการเงินต้องแจ้งให้ผู้ที่มาขอกู้เงินครั้งแรกทราบในเรื่องต่อไปนี้ 
           
-  ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นในการกู้เงิน เช่น ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าปรับต่างๆ
            -  รายชื่อตัวแทนที่ทำหน้าที่ในการติดตามทวงถามหนี้

     2. 
ขณะเป็นลูกหนี้
            -  ต้องแจ้งให้ลูกหนี้ทราบล่วงหน้าหากมอบหมายให้ผู้อื่นเก็บหนี้แทน
            -  ต้องจัดส่งเอกสารยืนยันยอดหนี้ให้แก่ลูกหนี้

     3. 
ลูกหนี้สามารถร้องเรียนได้ที่สถาบันการเงิน หรือแบงก์ชาติ หากสถาบันการเงินหรือตัวแทนมีพฤติกรรมในการติดตาม
          ทวงถามหนี้ไม่เหมาะสม หรือเข้าข่ายคุกคามลูกหนี้

หมายเหตุ : กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างยกร่าง พ.ร.บ. ติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรมเพื่อเป็นกฏหมายที่ใช้ควบคุมผู้ทวงถามหนี้
                    ของสินเชื่อทุกประเภท และสร้างความเป็นธรรมต่อลูกหนี้

สิทธิที่ได้รับความคุ้มครองเรื่องการรักษาความลับของข้อมูล


สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน รวมทั้ง บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ต้องรักษาข้อมูลของลูกค้าเป็นความลับ จะใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าได้เฉพาะวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของสถาบันการเงิน และ/หรือผลประโยชน์ของลูกค้าเท่านั้น การเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าต่อองค์กรอื่นหรือบุคคลอื่นจะทำได้ต่อเมื่อ

  1. ลูกค้าร้องขอและยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล
  2. การให้ข้อมูลกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อวัตถุประสงค์ในการรายงานซึ่งมีลักษณะเดียวกัน
  3. กฏหมายอนุญาตหรือกำหนดไว้ เช่น การเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าตามคำสั่งศาล หรือหน่วยงานของรัฐที่ใช้อำนาจ
    ตามฏหมาย เช่น ผู้ตรวจการของแบงก์ชาติ

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เกี่ยวข้องกับเราอย่างไร
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (
National Credit Bureau Co.,ltd) จะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าสถาบัน
การเงิน ซึ่งประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วน คือ ข้อมูลบ่งชี้ตัวบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน และอีกส่วนหนึ่งเป็นประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระสินเชื่อบัตรเครดิต ซึ่งจะมีการรายงานข้อมูลเครดิตแสดงยอดหนี้คงค้าง และประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละเดือนโดยเก็บข้อมูลย้อนหลังไม่เกิน
36 เดือน ซึ่งสถาบันการเงินสามารถเรียกดูข้อมูลดังกล่าวเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลก่อน (อ่านเพิ่มเติม click)

สิทธิการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ
  • สิทธิที่จะรับรู้ว่าบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของเราอะไรบ้าง
  • สิทธิที่จะขอตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และต้องได้รับแจ้งผลการตรวจสอบภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • สิทธิที่จะขอตรวจสอบข้อมูลโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม กรณีที่สถาบันการเงินปฏิเสธคำขอสินเชื่อเพราะใช้ข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ แต่ต้องดำเนินการภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับการปฏิเสธการขอสินเชื่อนั้น
  • สิทธิที่จะโต้แย้งและขอแก้ไขเมื่อทราบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง 
  • สิทธิที่จะอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งเรื่องความถูกต้องของข้อมูลที่หาข้อยุติไม่ได้ระหว่างเจ้าของข้อมูลกับบริษัทข้อมูลเครดิต

สิทธิในการร้องเรียนเมื่อประสบปัญหาการใช้บริการทางการเงิน

เมื่อประสบกับปัญหาในการใช้บริการทางการเงินสามารถร้องเรียนได้ที่

  • สถาบันการเงินผู้ให้บริการ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน
    เช่น การเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็มแล้วไม่ได้รับเงิน เงินฝากในบัญชีสูญหาย มีผู้อื่นนำบัตรเครดิต
    ไปซื้อสินค้าและบริการ ทั้งนี้ สถาบันการเงินต้องแจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม
    รวมทั้งแจ้งขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไป หากต้องใช้เวลาในการดำเนินการ
  • ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือไม่ได้รับการชี้แจงจากสถาบันการเงิน รวมทั้งกรณีที่ท่านต้องการสอบถาม หรือขอข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่แบงก์ชาติดูแล เช่น ธนบัตร พันธบัตร ตราสารหนี้ และการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น

                                           ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน หรือสอบถามข้อมูลทางการเงิน       
                           ธนาคารแห่งประเทศไทย มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและสอบถามข้อมูลสำหรับบริการประชาชน ดังนี้

  • โทรสายด่วน 1213 (บริการตอบรับอัตโนมัติ 24 ชั่วโมง)
  •  เว็บไซต์ แบงก์ชาติ  www.bot.or.th และเลือก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
  • ส่ง e-mail ถึง ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) : fcc@bot.or.th
    ส่งโทรสาร (FAX) หมายเลข 0-2283-6151 หรือ
  • ติดต่อขอพบเจ้าหน้าที่เพื่อรับคำปรึกษา ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ 
     

    ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
    อาคาร
    3 ชั้น 5
    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่
    ถนนสามเสน แขวงบางขุนพรหม
    เขตพระนคร กรุงเทพฯ
    10200

    ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ
    68/3 ถนนโชตนา ตำบลช้างเผือก
    อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50300
                  
    ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    393 ถนนศรีจันทร์ ตำบลในเมือง
    อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000
     
    ส่วนคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน
    ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้
    472 ถนนเพชรเกษม อำเภอหาดหใญ่ 
    จังหวัดสงขลา 90110
                 

     

ขั้นตอนการรับเรื่องร้องเรียน หรือสอบถามข้อมูลทางการเงิน

 

หน้าที่ของผู้บริโภค

แม้ว่าสถาบันการเงินจะเล็งเห็นความสำคัญของการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินอย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์
ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่สิ่งสำคัญ คือ ผู้บริโภคมีหน้าที่ทำความเข้าใจเอกสาร และเงื่อนไขการ
ให้บริการต่าง ๆ อย่างละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจสมัครเป็นผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกหลอก หรือเอารัดเอาเปรียบ
และเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากการเลือกใช้บริการทางการเงินเหล่านั้น

 

ดูแลตัวเองอย่างไรให้พ้นภัยการเงิน

  • ศึกษาข้อมูลและติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของบริการทางการเงิน เพื่อป้องกันการถูกหลอก หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ และเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตนในการเปรียบเทียบผลตอบแทนในการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน
  • อ่าน ศึกษา และทำความเข้าใจผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเงื่อนไขการให้บริการ
    อย่างรอบคอบก่อนซื้อหรือตัดสินใจใช้บริการ
  • วางแผนการเงินของตน เพื่อจะได้ทราบสถานะการเงิน และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์
    ทางการเงินได้สอดคล้องกับรายได้ของตนเอง
  • อ่าน ทำความเข้าใจ และตรวจสอบสัญญาทุกครั้งก่อนลงนาม ซึ่งในเบื้องต้นต้องใส่ใจประเด็นสำคัญ ดังนี้
      • จำนวนเงิน ที่ระบุในสัญญาเป็นจำนวนเงินที่ตกลงไว้หรือไม่ ตัวเลขตรงกับตัวหนังสือหรือไม่
      • ระยะเวลา ทั้งวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดสัญญา
      • ระบุรายละเอียด เช่น รายชื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง อัตราดอกเบี้ยที่เรียกเก็บ ระยะเวลาการคิดดอกเบี้ย (ถ้ามี)
        ไว้ในสัญญาอย่างครบถ้วนถูกต้อง
      • จำนวนเงินที่ต้องชำระต่องวด และจำนวนงวดที่ต้องชำระ
      • ค่าปรับกรณีผิดนัดชำระหนี้
      • ค่าธรรมเนียมต่างๆ ในส่วนที่ต้องรับผิดชอบ
      • เงื่อนไขอื่นๆ ที่ระบุไว้ในสัญญา 
  • ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ได้รับจากสถาบันการเงิน เช่น ใบแจ้งยอดการใช้เงิน ใบแจ้งข้อมูลเครดิต ใบเสร็จ
    รับเงิน เป็นต้น หากข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้อง รีบติดต่อกับสถาบันการเงินผู้ออกเอกสารทันที และติดตามให้สถาบันการเงินแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ควรเก็บเอกสารหลักฐาน หรือเอกสารการติดต่อให้มีการแก้ไขข้อมูลไว้อย่างน้อย
    1 รอบบัญชี หรือจนกว่าจะได้รับหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลได้แก้ไขถูกต้องแล้ว
  • ต้องระมัดระวังก่อนลงนามในเอกสารเพิ่มเติม เพื่อสอบถามความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก เช่น สามารถเปิดเผยข้อมูลให้แก่บริษัทในเครือได้หรือ ยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลเพื่อให้บริการอื่นๆ ที่ลูกค้าสนใจได้หากลงนามเท่ากับเราได้ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลของเราแก่บุคคลอื่นได้

 

ทำตัวอย่างไรเมื่อเป็นลูกหนี้

  • มีหน้าที่ต้องชำระหนี้อาจเป็นตัวเงินหรือทรัพย์สินอื่นให้กับเจ้าหนี้ตามจำนวนที่ได้ไปขอกู้ยืม
  • หากลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาได้ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชย หรือค่าเสียหายตามที่ระบุไว้ในสัญญาภายใต้กรอบของกฏหมาย
  • หากท่านไม่สามารถชำระหนี้ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา ท่านสามารถติดต่อเจ้าหนี้เพื่อหาทางแก้ปัญหา
    ข้อสำคัญอย่าเบี้ยวหรือหนีหนี้เพราะท่านจะไม่ได้รับการพิจารณาสินเชื่อเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี 

ก่อนผูกพันตนเองในฐานะลูกหนี้ควรทำความเข้าใจ ประเมินความสามารถในการชำระคืนหนี้
และตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาในสัญญาก่อนลงนามทุกครั้ง

 

 

ทำอย่างไรเมื่อเป็นผู้ค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกัน คือ บุคคลที่สามที่เข้ามาผูกพันตนกับเจ้าหนี้ โดยยินยอมชำระหนี้แทนลูกหนี้ (ผู้กู้เงิน) หากลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้
ซึ่งการค้ำประกันจะจำกัดวงเงินค้ำประกันหรือไม่ก็ได้

กรณีที่จำกัดวงเงินค้ำประกัน : มีการระบุจำนวนเงินที่รับชำระหนี้แทนลูกหนี้ไว้ในรายละเอียดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

กรณีไม่จำกัดวงเงินค้ำประกัน
: ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดชอบหนี้สิน และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากภาระหนี้ทั้งหมด รวมถึง
ดอกเบี้ยผิดนัด ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าทนายความ ค่าดำเนินการติดตามทวงถามหนี้ ค่าธรรมเนียมศาล

พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 กำหนดให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติ โดยในการทำสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคล
ให้มีการระบุเงินต้นในสัญญา และไม่ให้มีการทำข้อตกลงค้ำประกันแบบไม่จำกัดจำนวน

 


Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.