|
|
|
การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลาและสตูล |
|
|
|
|
การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการในจังหวัดสงขลาและสตูล (เริ่ม 30 ธันวาคม 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) |
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้างและเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินการต่อไปได้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ |
|
2. ลักษณะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ |
เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และกิจการค้าปลีก ค้าส่ง ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน |
|
3. วิธีการให้ความช่วยเหลือ |
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน |
|
4. วงเงินให้ความช่วยเหลือ |
วงเงินให้ความช่วยเหลือในส่วนของ ธปท. ทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท โดย ธปท. รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่านสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 60 ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ |
|
5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ |
ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และไม่มีเศษของหลักพัน |
|
6. อายุตั๋วสัญญาใช้เงิน |
6.1 กิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 6.2 กิจการอื่น ๆ ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน |
|
7. อัตราดอกเบี้ย |
7.1 ธปท. เรียกเก็บดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน(60% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) 7.2 สถาบันการเงินเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ประกอบกิจการตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน (100% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) ในอัตราลอยตัวไม่เกินอัตราดอกเบี้ย MLR ของแต่ละธนาคารพาณิชย์ลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี กรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR หรือ Prime Rate ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี ส่วนสถาบันการเงินอื่นที่ไม่มีอัตราดอกเบี้ย MLR หรือ Prime Rate ของตนเองให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR ของธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์โดยเฉลี่ยลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี |
|
8. ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ* |
ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2553 |
|
9. เบี้ยปรับ |
ธปท. จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง |
|
10. รายละเอียดโครงการ |
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.2477/2548 ลงวันที่30 ธันวาคม 2548 คำถามคำตอบ หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.374/2551 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551* |
|
|
|
|
|
|
|