Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ตลาดการเงิน
Skip Navigation Links
การดำเนินการในตลาดการเงินExpand การดำเนินการในตลาดการเงิน
การพัฒนาตลาดการเงินExpand การพัฒนาตลาดการเงิน
การบริหารเงินสำรองExpand การบริหารเงินสำรอง
หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญExpand การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐExpand ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐ
ข้อมูลตราสารหนี้Expand ข้อมูลตราสารหนี้
การประมูลตราสารหนี้Expand การประมูลตราสารหนี้
การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชนExpand การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชน
บริการงานตราสารหนี้Expand บริการงานตราสารหนี้
ประกาศ/หนังสือเวียนตลาดการเงิน
ศูนย์สื่อสารกลางตลาดการเงิน
สถิติตลาดการเงิน
พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท.

ตลาดการเงิน > การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ > การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลาและสตูล
ผู้จัดการบริการ   กัลยา (0-2283-5148)    กันยารัตน์   
  การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในจังหวัดสงขลาและสตูล 
        
 

การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการในจังหวัดสงขลาและสตูล
(เริ่ม 30 ธันวาคม 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

1. วัตถุประสงค์

เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินสำหรับยอดสินเชื่อคงค้างและเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินการต่อไปได้ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

2. ลักษณะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ

เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น กิจการโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า และกิจการค้าปลีก ค้าส่ง ผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดาต้องมีสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน

3. วิธีการให้ความช่วยเหลือ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน

4. วงเงินให้ความช่วยเหลือ

วงเงินให้ความช่วยเหลือในส่วนของ ธปท. ทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท โดย ธปท. รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่านสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 60 ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ

ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และไม่มีเศษของหลักพัน

6. อายุตั๋วสัญญาใช้เงิน

6.1 กิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน
6.2 กิจการอื่น ๆ ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน

7. อัตราดอกเบี้ย

7.1 ธปท. เรียกเก็บดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน(60% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ)
7.2 สถาบันการเงินเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ประกอบกิจการตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน (100% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) ในอัตราลอยตัวไม่เกินอัตราดอกเบี้ย MLR ของแต่ละธนาคารพาณิชย์ลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี กรณีสถาบันการเงินเฉพาะกิจให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR หรือ Prime Rate ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี ส่วนสถาบันการเงินอื่นที่ไม่มีอัตราดอกเบี้ย MLR หรือ Prime Rate ของตนเองให้ใช้อัตราดอกเบี้ย MLR ของธนาคารพาณิชย์ 4 แห่ง คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์โดยเฉลี่ยลบด้วยร้อยละ 2.75 ต่อปี

8. ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ*

ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2553

9. เบี้ยปรับ

ธปท. จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง

10. รายละเอียดโครงการ

หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.2477/2548 ลงวันที่30 ธันวาคม 2548
คำถามคำตอบ

หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.374/2551 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551

หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551*

   
 
Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.