|
|
|
การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ประกาศ ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม) |
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อบรรเทาภาระดอกเบี้ยยอดสินเชื่อคงค้าง และเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการของผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ดำเนินการต่อไปได้ ในรูปการกู้ยืมเงินประเภทมีกำหนดเวลา และประเภทวงเงินหมุนเวียน |
|
2. วิธีการให้ความช่วยเหลือ |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการให้กู้ยืมเงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย |
|
3. ลักษณะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ |
เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียน ประกอบกิจการ การผลิต การให้บริการ ค้าส่ง และค้าปลีก ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสถานประกอบการอยู่ในเขตจังหวัด ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส และมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินในพื้นที่ รวมถึงการรับซื้อหรือรับโอนกิจการเพื่อดำเนินธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าวต่อไป |
|
4. จำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับที่จะให้กู้ยืมเงิน |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้กู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินในอัตราเต็มตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ |
|
5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ |
ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และไม่มีเศษของหลักพัน |
|
6. อายุตั๋วสัญญาใช้เงิน |
6.1 กิจการการผลิต ไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 6.2 กิจการอื่น ๆ ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน |
|
7. อัตราดอกเบี้ย |
7.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยคิดดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่ให้กู้ยืม 7.2 กำหนดให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบกิจการตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน (100% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) ในอัตราร้อยละ 1.50 ต่อปี |
|
8. ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ * |
ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2553 |
|
9. เบี้ยปรับ |
ธนาคารแห่งประเทศไทย จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง |
|
10. รายละเอียดโครงการ |
10.1 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1601/2549 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 10.2 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1602/2549 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 10.3 หนังสือที่ ธปท.ฝกช.(22) 1603/2549 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 คำถามคำตอบ 10.4 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1006/2550 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2550 คำถามคำตอบ 10.5 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.64/2551 ลงวันที่ 14 มกราคม 2551 10.6 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551* |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|