|
การให้ความช่วยเหลือแก่วิสาหกิจขนาดย่อมตามระเบียบการให้กู้ยืมเงินโดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อมเป็นประกัน พ.ศ. 2550 (เริ่ม 1 มกราคม 2550) |
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อมให้มีเงินทุนหมุนเวียนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ |
|
2. วิธีการให้ความช่วยเหลือ |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ความช่วยเหลือแก่วิสาหกิจขนาดย่อม โดยการให้กู้ยืมเงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และบริษัทเงินทุน |
|
3. ลักษณะของวิสาหกิจขนาดย่อมที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ |
เป็นกิจการการผลิต กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีก รวมทั้งกิจการรับจ้างทำของ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด (ผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้น หรือมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนจดทะเบียนในนิติบุคคลนั้น) ประเภทวิสาหกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดให้ความอนุเคราะห์ตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการให้กู้ยืมเงินโดยมีตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการประกอบวิสาหกิจขนาดย่อมเป็นประกัน พ.ศ. 2550 |
|
4. จำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับที่จะให้กู้ยืมเงิน (สถาบันการเงินนำมาวางเป็นประกันกับ ธปท.) |
วงเงินให้ความช่วยเหลือในส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งสิ้น 38,000 ล้านบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทยให้กู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 50 ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดย่อม (จำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่เหลืออีกร้อยละ 50 เป็นเงินที่สถาบันการเงินร่วมให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบการ) |
|
5. ขนาดของวิสาหกิจและวงเงินความอนุเคราะห์ |
|
ขนาดของกิจการ (ถือเอาที่น้อยกว่าเป็นเกณฑ์) |
|
ประเภท |
สินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดิน (ล้านบาท) |
จำนวนการ จ้างงาน (คน) |
วงเงินช่วยเหลือ |
|
กิจการการผลิต |
ไม่เกิน 50 |
ไม่เกิน 50 |
|
|
กิจการบริการ |
ไม่เกิน 50 |
ไม่เกิน 50 |
ไม่เกิน 20 ล้านบาท |
|
กิจการค้าส่ง |
ไม่เกิน 50 |
ไม่เกิน 25 |
|
|
กิจการค้าปลีก |
ไม่เกิน 30 |
ไม่เกิน 15 |
|
|
|
6. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ |
ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และไม่มีเศษของหลักพัน |
|
7. อายุตั๋วสัญญาใช้เงิน |
ไม่เกิน 120 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน |
|
8. อัตราดอกเบี้ย |
8.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยคิดดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตราลอยตัวตามจำนวนเงินที่ให้กู้ยืม (50% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ ที่นำมาวางเป็นประกัน)
8.2 กำหนดให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบวิสาหกิจตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน (100% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) ในอัตราลอยตัวไม่เกินอัตราดอกเบี้ย MLR หรือ Prime rate ของแต่ละสถาบันการเงินลบด้วยร้อยละ ดังนี้
|
ปีที่ |
อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วฯ |
อัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วฯ ที่ออกโดย |
|
|
ที่ออกโดยผู้ประกอบวิสาหกิจ |
สถาบันการเงิน (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ต่อปี) |
|
1 |
ไม่เกินร้อยละ MLR - 2.25 ต่อปี |
ร้อยละ MLR - 6.75 ต่อปี |
|
2 |
ไม่เกินร้อยละ MLR - 1.25 ต่อปี |
ร้อยละ MLR - 4.75 ต่อปี |
|
3 |
ไม่เกินร้อยละ MLR - 0.25 ต่อปี |
ร้อยละ MLR - 2.75 ต่อปี |
|
|
9. ระยะเวลาการให้ความ ช่วยเหลือ * |
ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายไม่เกิน 3 ปี |
|
10. เบี้ยปรับ |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลงโทษผู้ประกอบวิสาหกิจที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง |
|
11. รายละเอียดโครงการ |
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1843/2549 ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2549 คำถามคำตอบ หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551* |