Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ตลาดการเงิน
Skip Navigation Links
การดำเนินการในตลาดการเงินExpand การดำเนินการในตลาดการเงิน
การพัฒนาตลาดการเงินExpand การพัฒนาตลาดการเงิน
การบริหารเงินสำรองExpand การบริหารเงินสำรอง
หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญExpand การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐExpand ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐ
ข้อมูลตราสารหนี้Expand ข้อมูลตราสารหนี้
การประมูลตราสารหนี้Expand การประมูลตราสารหนี้
การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชนExpand การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชน
บริการงานตราสารหนี้Expand บริการงานตราสารหนี้
ประกาศ/หนังสือเวียนตลาดการเงิน
ศูนย์สื่อสารกลางตลาดการเงิน
สถิติตลาดการเงิน
พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท.

ตลาดการเงิน > การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ > การให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท
ผู้จัดการบริการ   กัลยา (0-2283-5148)    กันยารัตน์   
  การให้ความช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท 

  

การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจาก
การแข็งค่าของเงินบาท
(เริ่ม 3 สิงหาคม 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม)

1. วัตถุประสงค์

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

2.กิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ

เป็นกิจการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมที่มีจำนวนการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท

3. วิธีการให้ความช่วยเหลือ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการให้กู้ยืมเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) ที่เป็นสมาชิกสมาคมธนาคารไทยที่เข้าร่วมโครงการ

4. ผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ

บุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่เกินกว่าร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนที่เป็น
4.1 ผู้ประกอบกิจการทั่วไป หรือผู้ประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านการเงินอันเนื่องมาจากผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทแต่ยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้ตรวจสอบแล้วและรับรองว่าเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการแข็งค่าของค่าเงินบาท
4.2 ผู้ประกอบกิจการในข้อ 4.1 และมีคุณสมบัติเป็น NPL ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ

ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และต้องไม่มีเศษของหลักพัน

6. อายุของตั๋วสัญญาใช้เงิน

ไม่เกิน 120 วัน นับแต่วันออกตั๋วสัญญาใช้เงิน

7. วงเงินให้ความช่วยเหลือ

ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายจะได้รับความช่วยเหลือภายในวงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท (เป็นวงเงินรวมของธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์) โดยมีวงเงินรวมและสัดส่วนเงินสมทบ แยกตามประเภทผู้ประกอบกิจการดังนี้

ผู้ประกอบกิจการ

วงเงิน (ล้านบาท)

สัดส่วน (ร้อยละ)

 

ธปท.

ธพ.

ธปท.

ธพ.

1. SMEs ทั่วไป
2. SMEs ที่เป็น NPL

2,250
450

2,250
50

50
90

50
10

8. อัตราดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ยแยกตามประเภทผู้ประกอบกิจการดังนี้

ผู้ประกอบกิจการ

ธปท. เรียกเก็บจาก ธพ.

ธพ. เรียกเก็บจากผู้ประกอบกิจการ

1. SMEs ทั่วไป
2. SMEs ที่เป็น NPL

ร้อยละ 1 ต่อปี
ร้อยละ 1 ต่อปี

ไม่เกินร้อยละ MLR - 2.25 ต่อปี
ไม่เกินร้อยละ MLR + 1 ต่อปี

9. ระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ *

ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายได้รับความช่วยเหลือไม่เกิน 3 ปี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2553

10. เบี้ยปรับ

ธปท.จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง

11. รายละเอียดโครงการ

หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1393/2550 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2550
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.63/2551 ลงวันที่ 14 มกราคม 2551
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551*

             
Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.