|
|
|
การให้ความช่วยเหลือกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม 2551) |
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ปรับปรุงเทคโนโลยี หรือพัฒนากระบวนการผลิตสินค้า หรือบริการ |
|
2. วิธีการให้ความช่วยเหลือ |
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม โดยการให้กู้ยืมเงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และธนาคารออมสิน |
|
3. ลักษณะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ |
เป็นบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทย หรือนิติบุคคลจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถือเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนจดทะเบียนในนิติบุคคลนั้น ประกอบกิจการ การผลิตสินค้า หรือบริการ ที่มีจำนวนการจ้างงานไม่เกิน 200 คน หรือมีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท และต้องการสินเชื่อเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต |
|
4. วงเงินให้ความช่วยเหลือ |
- วงเงินให้ความช่วยเหลือทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท เป็นส่วนของธนาคารแห่งประเทศไทย 20,000 ล้านบาท และสถาบันการเงิน 20,000 ล้านบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้กู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ 50 ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินอีกร้อยละ 50 เป็นเงินที่สถาบันการเงินร่วมให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบการ - ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถขอความช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินมากกว่า 1 แห่ง แต่เมื่อรวมวงเงินทุกแห่งแล้วต้องไม่เกิน 50 ล้านบาท หากผู้ประกอบกิจการรายใดที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือเกิน 50 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินชี้แจงรายละเอียดความจำเป็นและแผนการใช้เงินให้ ธปท. พิจารณาเห็นชอบก่อน |
|
5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ |
ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และไม่มีเศษของหลักพัน |
|
6. อายุตั๋วสัญญาใช้เงิน |
ไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน ทั้งนี้ไม่เกินวันครบกำหนด 3 ปีของผู้ประกอบการแต่ละราย และต้องไม่เกินระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบนี้ คือ วันที่ 30 กันยายน 2554 |
|
7. อัตราดอกเบี้ย |
7.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยคิดดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตราร้อยละ MLR - 6.75 ต่อปี (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.1 ต่อปี) ตามจำนวนเงินที่ให้กู้ยืม 7.2 กำหนดให้สถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบกิจการตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงิน (100% ของจำนวนเงินในตั๋วฯ) ในอัตราร้อยละ MLR – 2.25 ต่อปี |
|
8. ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ |
จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละราย 3 ปี ทั้งนี้ไม่เกินสิ้นสุดอายุโครงการ คือ 30 กันยายน 2554 |
|
9. เบี้ยปรับ |
ธนาคารแห่งประเทศไทย จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 10 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง |
|
10. รายละเอียดโครงการ |
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.463/2551 ลงวันที่ 14 มีนาคม 2551 |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|