|
|
|
การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก (เริ่ม 12 มกราคม 2549) |
|
1. วัตถุประสงค์ |
เพื่อผ่อนคลายภาระดอกเบี้ยของยอดคงค้างสินเชื่อที่มีอยู่และเพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการฟื้นฟูกิจการให้ดำเนินการต่อไปได้ รวมถึงเพื่อให้ผู้ประกอบกิจการนำเงินไปปรับปรุงระบบและยกระดับฟาร์มเลี้ยงของตนให้ได้มาตรฐาน โดยจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ |
|
2.ลักษณะของผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในข่ายได้รับความช่วยเหลือ |
เป็นผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ปีก โรงชำแหละสัตว์ปีก โรงงานแปรรูปสัตว์ปีก การค้าสัตว์ปีก รวมทั้งการส่งออกสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีก |
|
2. วิธีการให้ความช่วยเหลือ |
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนก โดยการรับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่าน ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน |
|
4. วงเงินให้ความช่วยเหลือ |
วงเงินให้ความช่วยเหลือในส่วนของ ธปท.ทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท โดย ธปท.รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินผ่านสถาบันการเงิน ดังนี้ -ในอัตราเต็มตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนกที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือจาก ธปท.ไม่เกิน 10 ล้านบาท -ในอัตราร้อยละ 60 ของจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินที่ออกโดยผู้ประกอบกิจการที่ได้รับผลกระทบจากโรคไข้หวัดนกที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือจาก ธปท.เกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป |
|
5. จำนวนเงินของตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ละฉบับ |
ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท และต้องไม่มีเศษของหลักพัน |
|
6. อายุของตั๋วสัญญาใช้เงิน |
6.1 กิจการผลิต ไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 6.2 กิจการอื่นๆ ไม่เกิน 180 วัน นับแต่วันที่ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน |
|
7. อัตราดอกเบี้ย |
7.1 ธปท.เรียกเก็บดอกเบี้ยจากสถาบันการเงิน ดังนี้ - ผู้ประกอบการที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 10 ล้านบาท ธปท.เรียกเก็บในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน - ผู้ประกอบการที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือเกิน 10 ล้านบาท ในปีที่ 1 ธปท.จะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน ในปีที่ 2 เรียกเก็บในอัตราร้อยละ MLR ลบ 4.75 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ไม่ต่ำกว่าอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี 7.2 กำหนดให้สถาบันการเงินเรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ประกอบการ ดังนี้ - ผู้ประกอบการที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือไม่เกิน 10 ล้านบาท สถาบันการเงินเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 2.0 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน - ผู้ประกอบการที่ได้รับวงเงินช่วยเหลือเกิน 10 ล้านบาท ในปีที่ 1 สถาบันการเงินเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 3.5 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน ในปีที่ 2 เรียกเก็บไม่เกินอัตราร้อยละ MLR ลบ 2 ต่อปี ตามจำนวนเงินที่รับซื้อตั๋วสัญญาใช้เงิน |
|
8. ระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือ * |
ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบกิจการแต่ละรายไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2551 |
|
9. เบี้ยปรับ |
ธปท.จะลงโทษผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบโดยกำหนดเบี้ยปรับในอัตรา ร้อยละ 5 ต่อปี ตามจำนวนเงินและระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง |
|
10. รายละเอียดโครงการ |
หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.40/2549 ลงวันที่ 12 มกราคม 2549 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.41/2549 ลงวันที่ 12 มกราคม 2549 หนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกช.(22) ว.1000 /2551 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2551* |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|