Skip navigation links
Home
นโยบายการเงิน
สถาบันการเงิน
ตลาดการเงิน
ระบบการชำระเงิน
สถิติ
ตลาดการเงิน
Skip Navigation Links
การดำเนินการในตลาดการเงินExpand การดำเนินการในตลาดการเงิน
การพัฒนาตลาดการเงินExpand การพัฒนาตลาดการเงิน
การบริหารเงินสำรองExpand การบริหารเงินสำรอง
หลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน
การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญExpand การให้ความช่วยเหลือของ ธปท. แก่ภาคเศรษฐกิจสำคัญ
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐExpand ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับตราสารหนี้ภาครัฐ
ข้อมูลตราสารหนี้Expand ข้อมูลตราสารหนี้
การประมูลตราสารหนี้Expand การประมูลตราสารหนี้
การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชนExpand การออกจำหน่ายพันธบัตรให้แก่ประชาชน
บริการงานตราสารหนี้Expand บริการงานตราสารหนี้
ประกาศ/หนังสือเวียนตลาดการเงิน
ศูนย์สื่อสารกลางตลาดการเงิน
สถิติตลาดการเงิน
พันธบัตรออมทรัพย์ ธปท.

ตลาดการเงิน > การบริหารเงินสำรอง > การบริหารเงินสำรองทางการ
ผู้จัดการบริการ   สรายุท (0-2283-7754,0-2283-7754)    บุรินทร์ (0-2283-5485,0-2283-5495)   
  การบริหารเงินสำรองทางการ 


การบริหารเงินสำรองทางการ

กรอบกฎหมาย

          คณะผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยผู้ว่าการขึ้นไปเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารเงินสำรองทางการภายใต้กรอบกฎหมาย 2 ฉบับ ดังนี้

1. พรบ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 (แทน พรบ.ฉบับ พ.ศ.2485)

มาตรา 35 ให้ ธปท. มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการสินทรัพย์ของ ธปท. ซึ่งรวมถึงการนำสินทรัพย์นั้น ไปลงทุนหาประโยชน์ด้วย ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และผลประโยชน์ตอบแทนของสินทรัพย์ ตลอดจนความเสี่ยงในการบริหารจัดการเป็นสำคัญ

มาตรา 36 หากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศให้กระทำเฉพาะสินทรัพย์ต่อไปนี้

-   ทองคำ

-   เงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ

-  หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ ได้แก่

        1. หลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาล ต่างประเทศ สถาบัน การเงินระหว่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
2. หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศค้ำประกันการชำระหนี้ตามหลักทรัพย์นั้น
3. ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิกออกให้ในการให้กู้ยืมเงินร่วมแก่รัฐบาลสมาชิก หรือองค์การของรัฐบาลสมาชิกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศดังกล่าว
4. หลักทรัพย์ที่ออกโดยองค์การหรือนิติบุคคลต่างประเทศอื่น ตามที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด

สิทธิซื้อส่วนสำรองในกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ

-  สิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

สินทรัพย์อื่นใดที่ ธปท. นำส่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

-    สินทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด

มาตรา 37 ให้ ธปท. รายงานผลการบริหารจัดการทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ธปท. เป็นรายไตรมาส

2. พรบ. เงินตรา พ.ศ. 2501

มาตรา 30 กำหนดประเภทของสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตรา โดยมีสินทรัพย์ซึ่งถือเป็นเงินสำรองทางการ ดังนี้

-  ทองคำ

-  ต่างประเทศ

-  หลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่

1. หลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศหรือของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งไทยเป็นสมาชิก
2.หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิกประกันชำระหนี้
3.ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกออกให้ในการให้กู้ยืมเงินร่วมแก่รัฐบาลสมาชิก

-  ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงินที่นำส่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

-  ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง

-  หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่ชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ 

 กรอบการลงทุน

                ธปท.จัดแบ่งเงินสำรองทางการออกเป็น 3 กลุ่มหลักโดยจำแนกตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังนี้

                Liquidity Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อให้ธปท.มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ธปท.นำเงินส่วนนี้ไปลงทุนในตราสารที่มีสภาพคล่องสูง ได้แก่เงินฝากและหลักทรัพย์ระยะสั้น โดยทั้งหมดอยู่ในสกุลดอลลาร์สรอ.

                Investment Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อรักษาอำนาจการใช้จ่ายในรูปเงินตราต่างประเทศในระยะยาว ( Store of  wealth)  ธปท.นำเงินไปลงทุนในพันธบัตรและตราสารที่มีความมั่นคงสูงซึ่งโดยรวมแล้วจะให้ผลตอบแทน ( Portfolio return ) ที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้  โดยการลงทุนจะเน้นการกระจายความเสี่ยง ( Diversification ) ทั้งในระดับตราสาร ประเทศผู้ออกตราสาร และสกุลเงิน

                Liability Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อรักษาความสามารถในการชำระคืนภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศ โดยใช้หลักการ Asset-Liability Matching เพื่อจะลดความเสี่ยงที่มูลค่าตลาดของกองทุนจะต่ำกว่าภาระผูกพัน โดยการลงทุนทั้งหมดจะอยู่ในสกุลเดียวกับภาระหนี้

ธปท. กำหนดให้มีดัชนีอ้างอิง ( Benchmark ) เป็นเครื่องมือกำกับให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น  ในทางปฏิบัติผู้จัดการกองทุนสามารถเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิงได้ภายใน Limits ที่กำหนดโดยธปท.   ปัจจุบันธปท.ได้แบ่งเงินกองทุนส่วนน้อยไปให้ผู้จัดการทุนภายนอกบริหารเพื่อกระจายความเสี่ยงของผลการบริหาร อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้เทคนิคการลงทุนโดยเฉพาะในตราสารใหม่ๆ

กรอบการบริหารความเสี่ยง

1. การบริหารความเสี่ยงด้านตลาด ( Market Risk )

                เครื่องมือที่สำคัญที่สุดของการบริหาร Market Risk คือดัชนีอ้างอิงหรือสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์และสกุลเงิน ซึ่งได้จากผลการศึกษาโดยใช้หลักการและแบบจำลองทางการเงินว่าเป็นสัดส่วนการลงทุนที่น่าจะให้ผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การด้านการลงทุนและความเสี่ยงของแต่ละกองทุน  โดยระดับความเสี่ยงของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับ investment horizon เป็นสำคัญ   ทั้งนี้โดยรวมระดับความเสี่ยง ( Value-at-Risk )ของการลงทุนเมื่อคิดในสกุลเงินต่างประเทศของเงินที่ ธปท.บริหารอยู่นั้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนระยะยาวอื่น ๆ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ

                ในทางปฏิบัติผู้จัดการทุนจะสามารถลงทุนแตกต่างไปจากสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในดัชนีอ้างอิงได้  อย่างไรก็ดี ผลการบริหารที่เกิดขึ้นจริงและผลการบริหารหากทำตามดัชนีอ้างอิงนั้นจะแตกต่างกันไม่มากนักเนื่องจาก ธปท.จำกัดการเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิงทั้งในรูปสินทรัพย์และสกุลเงิน โดยขีดจำกัดการเบี่ยงเบนดังกล่าวอยู่ในรูปของ Tracking Error Limit  ( Tracking error คือค่าที่ใช้ในการคาดการณ์ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจริงและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ระดับของ Tracking error limit นี้จะขึ้นกับผลการบริหารในอดีตและความผันผวนของการลงทุนเป็นสำคัญ

                ทั้งดัชนีอ้างอิงและ Tracking error limit นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากคบร.และมีการทบทวนความเหมาะสมทุกปี

 2. การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ( Credit Risk )

                ธปท.มีความเสี่ยงด้านเครดิต ( credit risk exposure ) ทั้งกับรัฐบาลต่างประเทศและภาคเอกชน  ธปท.จำกัดระดับความเสี่ยงด้านเครดิตกับรัฐบาลต่างประเทศโดยการกำหนดระดับเครดิตต่ำสุดของรัฐบาลต่างประเทศที่ยอมรับได้ ( Minimum acceptable credit rating ) ให้อยู่ในระดับ Investment grade และกำหนดให้วงเงินที่ลงทุนได้ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง  กล่าวคือ หากระดับความเสี่ยงสูง  ( Credit Value-at-Risk ) วงเงินที่ได้ก็จะต่ำ  นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด Concentration risk เพื่อป้องกันไม่ให้ ธปท.มีระดับ Credit Risk Exposure ในประเทศใดประเทศหนึ่งสูงจนเกินไป

                ธปท. มีวิธีการบริหาร credit risk exposure กับสถาบันการเงินภาคเอกชนที่เข้มงวด  โดยกำหนด minimum credit rating ไว้ที่ระดับสูงเพื่อความปลอดภัย  และกำหนดวงเงินรวมที่ธปท.จะสามารถมีกับสถาบันการเงินภาคเอกชนทั้งหมดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม  นอกจากนี้การกำหนดวงเงินที่ให้กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งยังขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงเช่นเดียวกัน  กล่าวคือวงเงินของสถาบันการเงินที่มีระดับเครดิตดีจะได้สูงกว่า  ปัจจุบัน ธปท.ได้กระจายความเสี่ยงโดยการกระจาย Credit risk exposure ไปยังสถาบันการเงินที่มั่นคงต่างๆทั่วโลกเพื่อกันการกระจุกตัวของ Credit risk

                การกำหนด credit risk limits นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจาก คบร. และทบทวนความเหมาะสมตามภาวะที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

 3. การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ( Liquidity Risk )

                ธปท.บริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ทั้งด้วยการแยกกองทุน Liquidity Portfolio ออกมาบริหารอย่างชัดเจน  และมีการกำหนดระดับการถือครอง Illiquid Assets เช่นเงินฝากธนาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม  นอกจากนี้ยังมีการกำหนดไม่ให้มีการถือครองตราสารรุ่นใดรุ่นหนึ่งมากจนอาจทำให้มี transaction cost ที่มากเกินไปเมื่อต้องการนำออกมาขายในตลาด  ปัจจุบันการนำตราสารทางการเงินอาทิ Repurchase agreement และ Bond/Interest rate futures มาใช้ในการบริหารการลงทุนก็ทำให้ ธปท.สามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

                การกำหนด liquidity risk limits นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากคบร.และทบทวนความเหมาะสมตามภาวะที่เปลี่ยนไปเช่นกัน

4.การประเมินผลการบริหารกองทุน ( Performance and Risk Measurement )

                ธปท.ประเมินฐานะเงินสำรองโดยให้หลักการ Mark-to-Market ทุกสิ้นวัน   ทั้งนี้การตีราคาและการคำนวณผลตอบแทนและความเสี่ยงนั้นทำโดยหน่วยงานที่แยกจากการบริหารเงินสำรองทางการอย่างชัดเจน  นอกจากนี้ธปท.ยังจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลตอบแทนและความเสี่ยงรายเดือนเพื่อให้ทราบถึงที่มาและองค์ประกอบของผลตอบแทนและความเสี่ยง ( Return and Risk Attribution Report ) สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการลงทุนและกำหนดระดับขีดจำกัดความเสี่ยงที่เหมาะสม( Risk Budgeting ) โดยรายงานดังกล่าวจะนำเสนอไตรมาสละครั้งต่อ คณะอนุกรรมการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ (องส.)  คณะผู้บริหารระดับสูง (คบร. ) และคณะกรรมการซึ่งมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้วย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ ( กตส. ) และ คณะกรรมการ ธปท. ( กกธ.)

 โครงสร้างองค์กรด้านการบริหารเงินสำรองทางการ ของ ธปท.

คณะผู้บริหารระดับสูง (คบร.) เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และกำกับดูแลการบริหารเงินสำรอง โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ (องส.) เป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรอง และนำเสนอหลักเกณฑ์การบริหารเงินสำรองและนโยบายการลงทุน รวมทั้งดูแลให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติจาก คบร.

ในด้านการดำเนินการนั้น มีการแบ่งแยกหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเสนอแนะกลยุทธ์การลงทุนและดำเนินการลงทุน  (Front Office)  หน่วยงานที่กำหนดกรอบและควบคุมความเสี่ยง (Middle Office) และหน่วยงานที่รับผิดชอบการส่งมอบ ชำระเงิน และบันทึกบัญชี (Back Office) ออกจากกันพื่อให้เกิดระบบการควบคุมภายในที่ดี

งานด้านการเสนอแนะกลยุทธ์การลงทุนและดำเนินการลงทุน (Front Office)จะรับผิดชอบโดยสำนักบริหารเงินสำรอง ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง สายตลาดการเงิน  ส่วนงานด้านการบริหารความเสี่ยงและการส่งมอบและชำระราคา ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและปฏิบัติการทางการเงินเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ดี ฝ่ายงานทั้งสองดำเนินการโดยประสานงานกันอย่างใกล้ชิด  

Best viewed with IE 6.0 or higher at 1024 x768 screen resolution.