การบริหารเงินสำรองทางการ
กรอบกฎหมาย
คณะผู้บริหารระดับสูง ซึ่งประกอบด้วยผู้ช่วยผู้ว่าการขึ้นไปเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ในการบริหารเงินสำรองทางการภายใต้กรอบกฎหมาย 2 ฉบับ ดังนี้
1. พรบ. ธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2551 (แทน พรบ.ฉบับ พ.ศ.2485)
มาตรา 35 ให้ ธปท. มีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการสินทรัพย์ของ ธปท. ซึ่งรวมถึงการนำสินทรัพย์นั้น ไปลงทุนหาประโยชน์ด้วย ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด โดยต้องคำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และผลประโยชน์ตอบแทนของสินทรัพย์ ตลอดจนความเสี่ยงในการบริหารจัดการเป็นสำคัญ
มาตรา 36 หากเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศให้กระทำเฉพาะสินทรัพย์ต่อไปนี้
- ทองคำ
- เงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ
- หลักทรัพย์ต่างประเทศที่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ ได้แก่
1. หลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศ องค์การของรัฐบาล ต่างประเทศ สถาบัน การเงินระหว่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ
2. หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศค้ำประกันการชำระหนี้ตามหลักทรัพย์นั้น
3. ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิกออกให้ในการให้กู้ยืมเงินร่วมแก่รัฐบาลสมาชิก หรือองค์การของรัฐบาลสมาชิกของสถาบันการเงินระหว่างประเทศดังกล่าว
4. หลักทรัพย์ที่ออกโดยองค์การหรือนิติบุคคลต่างประเทศอื่น ตามที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด
- สิทธิซื้อส่วนสำรองในกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ
- สิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
- สินทรัพย์อื่นใดที่ ธปท. นำส่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
- สินทรัพย์อื่นตามที่คณะกรรมการ ธปท. กำหนด
มาตรา 37 ให้ ธปท. รายงานผลการบริหารจัดการทรัพย์สินต่อคณะกรรมการ ธปท. เป็นรายไตรมาส
2. พรบ. เงินตรา พ.ศ. 2501
มาตรา 30 กำหนดประเภทของสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตรา โดยมีสินทรัพย์ซึ่งถือเป็นเงินสำรองทางการ ดังนี้
- ทองคำ
- ต่างประเทศ
- หลักทรัพย์ต่างประเทศ ได้แก่
1. หลักทรัพย์รัฐบาลต่างประเทศหรือของสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งไทยเป็นสมาชิก
2.หลักทรัพย์ที่รัฐบาลต่างประเทศหรือสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ไทยเป็นสมาชิกประกันชำระหนี้
3.ตราสารที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นสมาชิกออกให้ในการให้กู้ยืมเงินร่วมแก่รัฐบาลสมาชิก
- ทองคำ สินทรัพย์ต่างประเทศ และสิทธิพิเศษถอนเงินที่นำส่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
- ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงิน ใบสำคัญสิทธิซื้อส่วนสำรอง
- หลักทรัพย์รัฐบาลไทยที่ชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ
กรอบการลงทุน
ธปท.จัดแบ่งเงินสำรองทางการออกเป็น 3 กลุ่มหลักโดยจำแนกตามวัตถุประสงค์ของกองทุน ดังนี้
Liquidity Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อให้ธปท.มีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ธปท.นำเงินส่วนนี้ไปลงทุนในตราสารที่มีสภาพคล่องสูง ได้แก่เงินฝากและหลักทรัพย์ระยะสั้น โดยทั้งหมดอยู่ในสกุลดอลลาร์สรอ.
Investment Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อรักษาอำนาจการใช้จ่ายในรูปเงินตราต่างประเทศในระยะยาว ( Store of wealth) ธปท.นำเงินไปลงทุนในพันธบัตรและตราสารที่มีความมั่นคงสูงซึ่งโดยรวมแล้วจะให้ผลตอบแทน ( Portfolio return ) ที่ดีภายใต้ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยการลงทุนจะเน้นการกระจายความเสี่ยง ( Diversification ) ทั้งในระดับตราสาร ประเทศผู้ออกตราสาร และสกุลเงิน
Liability Portfolio เป็นกองทุนซึ่งดำรงไว้เพื่อรักษาความสามารถในการชำระคืนภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศ โดยใช้หลักการ Asset-Liability Matching เพื่อจะลดความเสี่ยงที่มูลค่าตลาดของกองทุนจะต่ำกว่าภาระผูกพัน โดยการลงทุนทั้งหมดจะอยู่ในสกุลเดียวกับภาระหนี้
ธปท. กำหนดให้มีดัชนีอ้างอิง ( Benchmark ) เป็นเครื่องมือกำกับให้ผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาข้างต้น ในทางปฏิบัติผู้จัดการกองทุนสามารถเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิงได้ภายใน Limits ที่กำหนดโดยธปท. ปัจจุบันธปท.ได้แบ่งเงินกองทุนส่วนน้อยไปให้ผู้จัดการทุนภายนอกบริหารเพื่อกระจายความเสี่ยงของผลการบริหาร อีกทั้งยังเป็นการเรียนรู้เทคนิคการลงทุนโดยเฉพาะในตราสารใหม่ๆ
กรอบการบริหารความเสี่ยง
1. การบริหารความเสี่ยงด้านตลาด ( Market Risk )
เครื่องมือที่สำคัญที่สุดของการบริหาร Market Risk คือดัชนีอ้างอิงหรือสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์และสกุลเงิน ซึ่งได้จากผลการศึกษาโดยใช้หลักการและแบบจำลองทางการเงินว่าเป็นสัดส่วนการลงทุนที่น่าจะให้ผลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การด้านการลงทุนและความเสี่ยงของแต่ละกองทุน โดยระดับความเสี่ยงของแต่ละกองทุนจะขึ้นอยู่กับ investment horizon เป็นสำคัญ ทั้งนี้โดยรวมระดับความเสี่ยง ( Value-at-Risk )ของการลงทุนเมื่อคิดในสกุลเงินต่างประเทศของเงินที่ ธปท.บริหารอยู่นั้นถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนระยะยาวอื่น ๆ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ
ในทางปฏิบัติผู้จัดการทุนจะสามารถลงทุนแตกต่างไปจากสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในดัชนีอ้างอิงได้ อย่างไรก็ดี ผลการบริหารที่เกิดขึ้นจริงและผลการบริหารหากทำตามดัชนีอ้างอิงนั้นจะแตกต่างกันไม่มากนักเนื่องจาก ธปท.จำกัดการเบี่ยงเบนจากดัชนีอ้างอิงทั้งในรูปสินทรัพย์และสกุลเงิน โดยขีดจำกัดการเบี่ยงเบนดังกล่าวอยู่ในรูปของ Tracking Error Limit ( Tracking error คือค่าที่ใช้ในการคาดการณ์ส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนจริงและผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ) ระดับของ Tracking error limit นี้จะขึ้นกับผลการบริหารในอดีตและความผันผวนของการลงทุนเป็นสำคัญ
ทั้งดัชนีอ้างอิงและ Tracking error limit นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากคบร.และมีการทบทวนความเหมาะสมทุกปี
2. การบริหารความเสี่ยงด้านเครดิต ( Credit Risk )
ธปท.มีความเสี่ยงด้านเครดิต ( credit risk exposure ) ทั้งกับรัฐบาลต่างประเทศและภาคเอกชน ธปท.จำกัดระดับความเสี่ยงด้านเครดิตกับรัฐบาลต่างประเทศโดยการกำหนดระดับเครดิตต่ำสุดของรัฐบาลต่างประเทศที่ยอมรับได้ ( Minimum acceptable credit rating ) ให้อยู่ในระดับ Investment grade และกำหนดให้วงเงินที่ลงทุนได้ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง กล่าวคือ หากระดับความเสี่ยงสูง ( Credit Value-at-Risk ) วงเงินที่ได้ก็จะต่ำ นอกจากนี้ ยังมีการกำหนด Concentration risk เพื่อป้องกันไม่ให้ ธปท.มีระดับ Credit Risk Exposure ในประเทศใดประเทศหนึ่งสูงจนเกินไป
ธปท. มีวิธีการบริหาร credit risk exposure กับสถาบันการเงินภาคเอกชนที่เข้มงวด โดยกำหนด minimum credit rating ไว้ที่ระดับสูงเพื่อความปลอดภัย และกำหนดวงเงินรวมที่ธปท.จะสามารถมีกับสถาบันการเงินภาคเอกชนทั้งหมดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้การกำหนดวงเงินที่ให้กับสถาบันการเงินแต่ละแห่งยังขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงเช่นเดียวกัน กล่าวคือวงเงินของสถาบันการเงินที่มีระดับเครดิตดีจะได้สูงกว่า ปัจจุบัน ธปท.ได้กระจายความเสี่ยงโดยการกระจาย Credit risk exposure ไปยังสถาบันการเงินที่มั่นคงต่างๆทั่วโลกเพื่อกันการกระจุกตัวของ Credit risk
การกำหนด credit risk limits นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจาก คบร. และทบทวนความเหมาะสมตามภาวะที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
3. การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ( Liquidity Risk )
ธปท.บริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ทั้งด้วยการแยกกองทุน Liquidity Portfolio ออกมาบริหารอย่างชัดเจน และมีการกำหนดระดับการถือครอง Illiquid Assets เช่นเงินฝากธนาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการกำหนดไม่ให้มีการถือครองตราสารรุ่นใดรุ่นหนึ่งมากจนอาจทำให้มี transaction cost ที่มากเกินไปเมื่อต้องการนำออกมาขายในตลาด ปัจจุบันการนำตราสารทางการเงินอาทิ Repurchase agreement และ Bond/Interest rate futures มาใช้ในการบริหารการลงทุนก็ทำให้ ธปท.สามารถบริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
การกำหนด liquidity risk limits นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากคบร.และทบทวนความเหมาะสมตามภาวะที่เปลี่ยนไปเช่นกัน
4.การประเมินผลการบริหารกองทุน ( Performance and Risk Measurement )
ธปท.ประเมินฐานะเงินสำรองโดยให้หลักการ Mark-to-Market ทุกสิ้นวัน ทั้งนี้การตีราคาและการคำนวณผลตอบแทนและความเสี่ยงนั้นทำโดยหน่วยงานที่แยกจากการบริหารเงินสำรองทางการอย่างชัดเจน นอกจากนี้ธปท.ยังจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลตอบแทนและความเสี่ยงรายเดือนเพื่อให้ทราบถึงที่มาและองค์ประกอบของผลตอบแทนและความเสี่ยง ( Return and Risk Attribution Report ) สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ความเหมาะสมของการลงทุนและกำหนดระดับขีดจำกัดความเสี่ยงที่เหมาะสม( Risk Budgeting ) โดยรายงานดังกล่าวจะนำเสนอไตรมาสละครั้งต่อ คณะอนุกรรมการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ (องส.) คณะผู้บริหารระดับสูง (คบร. ) และคณะกรรมการซึ่งมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกด้วย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ ( กตส. ) และ คณะกรรมการ ธปท. ( กกธ.)
โครงสร้างองค์กรด้านการบริหารเงินสำรองทางการ ของ ธปท.
คณะผู้บริหารระดับสูง (คบร.) เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และกำกับดูแลการบริหารเงินสำรอง โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารเงินสำรองระหว่างประเทศ (องส.) เป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรอง และนำเสนอหลักเกณฑ์การบริหารเงินสำรองและนโยบายการลงทุน รวมทั้งดูแลให้การดำเนินการเป็นไปตามที่ได้รับอนุมัติจาก คบร.
ในด้านการดำเนินการนั้น มีการแบ่งแยกหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเสนอแนะกลยุทธ์การลงทุนและดำเนินการลงทุน (Front Office) หน่วยงานที่กำหนดกรอบและควบคุมความเสี่ยง (Middle Office) และหน่วยงานที่รับผิดชอบการส่งมอบ ชำระเงิน และบันทึกบัญชี (Back Office) ออกจากกันพื่อให้เกิดระบบการควบคุมภายในที่ดี
งานด้านการเสนอแนะกลยุทธ์การลงทุนและดำเนินการลงทุน (Front Office)จะรับผิดชอบโดยสำนักบริหารเงินสำรอง ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง สายตลาดการเงิน ส่วนงานด้านการบริหารความเสี่ยงและการส่งมอบและชำระราคา ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและปฏิบัติการทางการเงินเป็นผู้รับผิดชอบ อย่างไรก็ดี ฝ่ายงานทั้งสองดำเนินการโดยประสานงานกันอย่างใกล้ชิด
