ธปท. ได้ดำเนินการยกระดับสํานักหักบัญชีจังหวัด เพื่อลดระยะเวลาการเรียกเก็บเงินของเช็คภายในจังหวัดจาก 3-7 วันให้เหลือเป็นภายในวันเดียว (one-day clearing) โดยการขยายเขตการหักบัญชีให้ครอบคลุมทุกอําเภอในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียงจากเดิมที่มีการหักบัญชีเฉพาะเช็คภายในอําเภอเมือง นอกจากนี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้วยการนําระบบงานคอมพิวเตอร์มาใช้และปรับปรุงวิธีการชําระดุลหักบัญชีระหว่างธนาคารจากเดิมชําระผ่านผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทยที่คลังจังหวัดเป็นการชําระดุลแบบรวมศูนย์ที่ส่วนกลางผ่านระบบบาทเนต
การยกระดับสํานักหักบัญชีจังหวัดมี ระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติมาตรฐาน ดังนี้
(1) ขยายเขตการหักบัญชีให้ครอบคลุมพื้นที่ทุกอําเภอในจังหวัดและจังหวัดข้างเคียง โดยยึดถือเขตเศรษฐกิจที่มีการใช้เช็คระหว่างกันเป็นสําคัญ และอยู่ในวิสัยที่สาขาธนาคารในอําเภอดังกล่าวสามารถส่งเช็คเข้าหักบัญชีได้ตามวงจรของการหักบัญชีเช็คแบบ one-day clearing
(2) เป็นระบบ one-day clearing ซึ่งหมายถึง ระบบการหักบัญชีที่การแลกเช็คการชําระดุลระหว่างธนาคาร และการบันทึกบัญชีลูกค้ากระทําในวันเดียวกัน โดยลูกค้าสามารถถอนเงินสดได้ในวันทําการถัดไป
(3) มีการแต่งตั้งสาขาหลักเป็นผู้แทนธนาคารในการหักบัญชี
(4) ส่งยอดดุลการหักบัญชีประจําวันเข้าชําระดุลที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสํานักงานใหญ่
(5) นําระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยในการปฏิบัติงานบันทึกข้อมูลเช็คและคำนวณดุลการหักบัญชี
(6) กรณีเช็คคืนของสาขาในอําเภอรอบนอกหรือสาขาห่างไกลให้ส่งภาพถ่ายเช็คคืนทางโทรสารเพื่อการแลกเปลี่ยนกันในรอบเช็คคืนวันทําการถัดไป และส่งเช็คคืนฉบับจริงตามในรอบการหักบัญชีปกติ จึงจะถือเป็นการคืนเช็คอย่างสมบูรณ์
(7) จัดบริการขนส่งเช็คร่วมกันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการดําเนินงาน
ในการดําเนินงานการหักบัญชีของสํานักหักบัญชีจังหวัด ธนาคารสมาชิกของสํานักหักบัญชีในจังหวัดนั้น ๆ ได้ร่วมกันกําหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติงาน บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของธนาคารสมาชิก ตลอดจนบทปรับและการดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบ เพื่อให้ธนาคารสมาชิกถือปฏิบัติ โดยสาขาหลักของธนาคารสมาชิกต้องลงนามร่วมกัน เพื่อแสดงความตกลงยินยอมปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว ซึ่งระเบียบที่ใช้ในแต่ละจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นข้อกําหนดมาตรฐานที่เหมือนกัน อาจมีข้อแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดบางประการ เช่น อัตราค่าปรับ เป็นต้น
สําหรับการชําระดุลหักบัญชีระหว่างธนาคารของสํานักหักบัญชีจังหวัดต่าง ๆ แบบรวมศูนย์
ที่ส่วนกลาง มีระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการชําระดุลการหักบัญชีระหว่างธนาคารของสํานักหักบัญชีนอกเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2539 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2540 กําหนดอํานาจ หน้าที่ และขอบเขตความรับผิดชอบของธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้ให้บริการชําระดุลแก่ธนาคารสมาชิก รวมทั้งกำหนดหน้าที่ให้ธนาคารสมาชิกถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และกําหนดเวลาในการชําระดุลการหักบัญชีระหว่างธนาคารซึ่งออกตามระเบียบว่าด้วยการชําระดุล
กลับสู่ด้านบน
สมาชิกของสำนักหักบัญชี ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และธนาคารที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะที่มีสาขาอยู่ในเขตสำนักหักบัญชี โดยที่สาขาธนาคารที่เป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีอำเภอ สามารถสมัครเป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีจังหวัดได้ด้วย
การดำเนินงานประจำวันของระบบการหักบัญชีแบบ one-day clearing ด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบออฟไลน์ พัฒนาโดยธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของธนาคารสมาชิกและสำนักหักบัญชี มีขอบเขตงาน ดังนี้
(1) รอบการหักบัญชีปกติ
เมื่อสาขาธนาคารสมาชิกรับฝากเช็คจากลูกค้า จะบันทึกข้อมูลเช็คเข้าระบบเป็นรายฉบับ และคัดแยกเช็คเป็นรายธนาคาร ส่งให้สาขาหลักดำเนินการรวบรวม และจัดส่งตัวเช็คพร้อมสื่อบันทึกข้อมูลเช็คให้สำนักหักบัญชีภายในเวลา 13.00 น. สำนักหักบัญชีจะจัดทำงบพิสูจน์การหักบัญชีพร้อมดุลการหักบัญชีรายธนาคารและรายสาขา บันทึกข้อมูลเช็ครับเข้าลงสื่อให้ธนาคารสมาชิกพร้อมรายงาน จากนั้นส่งงบพิสูจน์การหักบัญชีที่ได้รวมกับรอบการหักบัญชีเช็คคืนประจำวันแล้ว ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทางสายสื่อสาร (file transfer) เพื่อชำระดุลการหักบัญชีผ่านระบบบาทเนตในวันทำการเดียวกัน
(2) รอบการหักบัญชีเช็คคืน
ในวันทำการถัดไป สาขาธนาคารดำเนินการแยกเช็คคืนและนำข้อมูลเช็คคืนพร้อมทั้งเหตุผลการคืนเข้าระบบ กรณีสาขาห่างไกลให้ส่งข้อมูลเช็คคืนพร้อมเหตุผลการคืนและภาพถ่ายเช็คคืนทางโทรสารให้สาขาหลักบันทึกข้อมูลเข้าระบบแทน เมื่อสาขาหลักรวบรวมข้อมูลเช็คคืนของทุกสาขาแล้วส่งให้สำนักหักบัญชีภายในเวลา 9.00 น. สำนักหักบัญชี จะจัดทำงบพิสูจน์การหักบัญชีพร้อมดุลการหักบัญชีรายธนาคารและรายสาขา บันทึกข้อมูลเช็คคืนรับเข้าลงสื่อให้ธนาคารสมาชิกพร้อมรายงาน โดยที่ดุลการหักบัญชีที่คำนวณได้ให้พักรอไว้ เพื่อชำระดุลรวมกับรอบการหักบัญชีปกติประจำวันนั้น
กลับสู่ด้านบน
เครื่องมือที่รองรับการปฏิบัติงานภายใต้ระบบการหักบัญชีเช็ครายฉบับ แบ่งเป็น 2 ด้าน ดังนี้
(1) ด้านสำนักหักบัญชี
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องพิมพ์ Modem เครื่องโทรสาร (Facsimile) ระบบไฟฟ้าสำรอง และสายสื่อสาร
(2) ด้านธนาคารสมาชิก
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องพิมพ์
ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดระบบการชำระดุลหักบัญชีเช็คของสำนักหักบัญชีในต่างจังหวัดที่ยกระดับเป็นสำนักหักบัญชีจังหวัด และสำนักหักบัญชีอำเภอรอบนอกต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศให้เป็นมาตรฐานแบบรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินของธนาคารสมาชิก โดยให้สำนักหักบัญชีทั่วประเทศส่งงบพิสูจน์การหักบัญชีที่เข้ารหัส(encrypt) เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลทางสายสื่อสาร (file transfer) ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในเวลา 15.30 น.เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับข้อมูลงบพิสูจน์ฯ ระบบจะถอดรหัส (decrypt) และตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อได้รับข้อมูลครบทุกสำนักหักบัญชี แต่ละสำนักงานภาคของธนาคารแห่งประเทศไทยจะยืนยันฐานะดุลการหักบัญชีสุทธิกับสาขาธนาคารสมาชิกประจำภาค ศูนย์หักบัญชีฯจะยืนยันฐานะสุทธิทั้งประเทศกับสำนักงานใหญ่ ธนาคารสมาชิก ตั้งแต่ 15.30 น. และชำระดุลการหักบัญชีผ่านระบบบาทเนตในเวลา 16.30 น. ทั้งนี้ ธนาคารสมาชิกที่ได้ดุลสามารถใช้เงินได้ทันที
กลับสู่ด้านบน
เพื่อลดความเสี่ยงในการชำระดุลการหักบัญชีเช็คต่างจังหวัด ธนาคารแห่งประเทศไทยสนับสนุนให้รวมศูนย์การชำระดุลที่ส่วนกลาง โดยคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ไม่หวังผลกำไร ปีละ 1,000 บาทต่อ 1 สำนักงานหรือสาขาธนาคาร
ธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดทำแผนรองรับกรณีฉุกเฉินที่สำคัญดังนี้
(1) กําหนดให้สำนักหักบัญชีจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำรอง อุปกรณ์การสื่อสาร และระบบไฟฟ้า ตลอดจนเตรียมพนักงานให้สามารถปฏิบัติงานแทนกันและปฏิบัติงานในระบบ manual ได้ รวมทั้งกําหนดให้มีมาตรการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ ในทำนองเดียวกันกำหนดให้ธนาคารสมาชิกมีเครื่องสํารองไว้ที่สาขาหลัก เพื่อรองรับงานของสาขาหลักเองและสาขาย่อยในกรณีอุปกรณ์ขัดข้อง
(2 ) กําหนดแผนการปฏิบัติงานเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุขัดข้องและเหตุฉุกเฉินทั้งด้านสํานักหักบัญชีและธนาคารสมาชิก ตามสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น กรณีธนาคารสมาชิกไม่สามารถนําข้อมูลส่งสํานักหักบัญชีได้ตามปกติอันเกิดจากสาขาย่อยหรือสาขาหลักไม่สามารถบันทึกรายการเช็คเรียกเก็บได้ ให้สาขาหลักแจ้งยอดดุลการเรียกเก็บตามเช็คเป็นยอดรวมรายธนาคารเพื่อนําเข้าระบบที่สํานักหักบัญชี หากสํานักหักบัญชีไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติให้ใช้ระบบ manual เป็นต้น
(3) กรณีสํานักหักบัญชีไม่สามารถส่งงบพิสูจน์ฯ เพื่อการชําระดุลด้วยสายสื่อสารให้ส่งทางโทรสารแทน หากไม่สามารถทําได้ให้แจ้งยอดดุลการหักบัญชีสุทธิรายธนาคารทางเครื่องมือสื่อสารอื่น เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ วิทยุสื่อสาร หรือในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการใด ๆให้เลื่อนการชําระดุลเป็นวันทําการถัดไป
กลับสู่ด้านบน