อังกฤษ กับ ธนบัตรพอลิเมอร์​

แม้จะเพิ่งเริ่มออกใช้ในปี 2011 แต่อังกฤษก็เป็นอีกประเทศที่มีข้อมูลที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับ ธนบัตรพอลิเมอร์ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีครับ

ธนบัตรน่ารู้ จะขอนำเสนอเกี่ยวกับ การประเมินวัฏจักรชีวิตของธนบัตรกระดาษและธนบัตรพอลิเมอร์ พร้อมการวิเคราะห์ความเสถียรของตัวแปร องค์ประกอบในอนาคตของธนบัตรพอลิเมอร์ และผลการศึกษา Carbon footprint หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากการใช้ธนบัตรพอลิเมอร์เทียบกับธนบัตรกระดาษ

ธนบัตรที่ออกใช้ในประเทศอังกฤษมีอยู่ 4 ชนิดราคา ซึ่งปัจจุบันเป็นธนบัตรพอลิเมอร์ทั้งหมดแล้ว โดยชนิดราคาสูง ได้แก่ 20 และ 50 ปอนด์ ยังมีธนบัตรกระดาษหมุนเวียนอยู่ในระบบร่วมด้วย แต่จะใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายถึงวันที่ 30 ก.ย. 2022 เท่านั้น

ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคาแรกของประเทศอังกฤษคือ 5 ปอนด์ ออกใช้เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2016 ซึ่งได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี จึงทยอยออกใช้ชนิดราคาอื่นจนครบ 4 ชนิดราคาในปี 2021 นี้เอง


ก่อนการออกใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 5 ปอนด์ (ในปี 2016) ธนาคารกลางอังกฤษได้ประเมินวงจรชีวิตของธนบัตร ในปี 2013 โดยเปรียบเทียบองค์ประกอบรอบด้านของธนบัตรกระดาษและธนบัตรพอลิเมอร์ เพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการใช้ธนบัตร ดังนี้

  • การผลิตและกระบวนการทำวัตถุดิบ (เช่น การเพาะปลูกฝ้าย การผลิตเส้นด้ายจากฝ้าย การผลิต   เม็ดพลาสติก polyprolylene เป็นต้น)

  • การผลิตวัสดุพิมพ์กระดาษและพอลิเมอร์

  • การขนส่งวัตถุดิบและวัสดุพิมพ์ จากแหล่งผลิตไปยังแหล่งจัดการขั้นกลาง (เช่น โรงกระดาษ   และแหล่งแปลงฟิล์มพลาสติก เป็นต้น) และไปยังโรงพิมพ์

  • การพิมพ์ธนบัตรทั้ง 2 ประเภท

  • การบรรจุหีบห่อที่เกี่ยวกับธนบัตรสำเร็จรูป

  • การกำจัดของเสียที่เกี่ยวกับการผลิต

  • การขนส่งจากโรงพิมพ์ธนบัตรไปยังศูนย์จัดการธนบัตรของธนาคารกลาง ศูนย์เงินสดธนาคาร  พาณิชย์ จุดบริการเงินสด (เช่น ATM สาขา ร้านค้า เป็นต้น)

  • ผลกระทบที่เกี่ยวกับการใช้งาน ATM

  • การนับคัดธนบัตรที่ศูนย์เงินสดธนาคารพาณิชย์ รวมการคัดแยกธนบัตรปลอม

  • การส่งคืนธนบัตรที่เสื่อมสภาพกลับไปยังศูนย์จัดการธนบัตรของธนาคารกลาง

  • การนับคัดธนบัตรที่เสื่อมสภาพที่ศูนย์จัดการธนบัตรของธนาคารกลาง

  • การขนส่งและทำลายธนบัตรที่เสื่อมสภาพ

ผลการศึกษาพบว่า ธนบัตรพอลิเมอร์ปล่อยสารพิษหลายอย่างน้อยกว่าธนบัตรกระดาษ ได้แก่ ก๊าซเรือนกระจก สารที่ทำให้สภาพแวดล้อมเป็นกรด มลภาวะจากธาตุอาหารพืชต่อระบบนิเวศน์ทางน้ำ สารพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบนิเวศน์ เช่น โลหะหนัก ยาฆ่าแมลง และโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยมีเพียงสารตั้งต้นที่ก่อให้เกิดหมอกพิษในระดับพื้นดินเท่านั้น ที่ธนบัตรพอลิเมอร์สร้างออกมามากกว่าธนบัตรกระดาษ

ที่มา https://www.bankofengland.co.uk/.../lca-of-paper-and...



จากการศึกษาวงจรชีวิตโดยเปรียบเทียบของธนบัตรกระดาษและธนบัตรพอลิเมอร์ ในปี 2013 มีการวิเคราะห์ความเสถียรของตัวแปร (Sensitivity Analysis) สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มเติมด้วย เนื่องจากเป็นผลกระทบที่น่ากังวลที่สุด พบว่า

  1. ถ้าธนบัตรพอลิเมอร์มีอายุการใช้งานสั้นลง จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น

  2. เนื่องจากการผลิตฝ้ายมีกระบวนการและกรรมวิธีที่แตกต่างกันในหลายประเทศทั่วโลก จึงทดสอบการผลิตฝ้าย 3 รูปแบบ พบว่ามีผลกระทบต่อการประเมินต่ำมาก

  3. ทดสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการนำธนบัตรกระดาษไปทำปุ๋ยหมักในระดับที่ต่างกัน พบว่าไม่มีผลกระทบต่อผลสรุปภาพรวมของการศึกษา

  4. การนำกลับมาใช้ใหม่ (recycle) ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการเผาทำลาย

  5. ทดสอบการใช้พลังงานไฟฟ้าของ ATM ในปริมาณต่างกัน พบว่าธนบัตรชนิดราคา 10 และ 20 ปอนด์ ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงค่าการใช้พลังงานของ ATM มากกว่า เนื่องจากเป็นชนิดราคาที่ประชาชนใช้งานมากกว่าชนิดราคา 5 และ 50 ปอนด์

ที่มา https://www.bankofengland.co.uk/.../lca-of-paper-and...


เมื่อออกใช้ธนบัตรทั้งชนิดราคา 5 และ 10 ปอนด์แล้ว ในปี 2017 ธนาคารกลางอังกฤษจึงได้นำเสนอผลการศึกษาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับธนบัตรพอลิเมอร์เทียบกับธนบัตรกระดาษโดยศึกษาครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการทำลายธนบัตร เพื่อเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนไปใช้ธนบัตรพอลิเมอร์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีสมมติฐานว่าธนบัตรพอลิเมอร์มีอายุยาวนานกว่าธนบัตรกระดาษ 2.5 เท่า (แม้ธนบัตรพอลิเมอร์ของออสเตรเลียจะมีอายุยาวนานกว่าธนบัตรกระดาษถึง 6-9 เท่า)

ผลการศึกษาพบว่า ธนบัตรพอลิเมอร์ชนิดราคา 5 และ 10 ปอนด์ปล่อยปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยหน้าที่ (CO2e per Functional unit) น้อยกว่าธนบัตรกระดาษ -16% และ -8% ตามลำดับ (หน่วยหน้าที่ คือ การจัดหาและการใช้ธนบัตร 1000 ฉบับในเวลา 10 ปี ตามอายุการใช้งานของธนบัตรเฉลี่ย โดยการกระจายผ่าน ATM)

ที่มา https://www.bankofengland.co.uk/.../carbon-footprint...