5 วิธีดูแลจิตใจตนเองในช่วงเวลาที่เป็นหนี้

ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวของผู้คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งสุขภาพทางการเงินของบุคคลและปัญหาทางเศรษฐกิจนั้น ถือเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้ประชาชนเกิดปัญหาสุขภาพจิตได้ เช่น ความเครียด วิตกกังวล กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นต้น หากปัญหานั้นไม่ได้รับการแก้ไข ปล่อยให้เรื้อรังเนิ่นนาน อาจนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกับคนใกล้ชิด ความบาดหมางในครอบครัว หรือ ร้ายแรงที่สุดคืออาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังมีภาระหนี้สินและผู้ที่กำลังประสบวิกฤตเรื่องเงิน จะมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น

ปัญหาหนี้สินทำให้ลูกหนี้จำนวนมากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทำงานหาเงินเพื่อใช้หนี้และเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ส่งผลให้มีเวลาหาความสุขในชีวิตลดลงหรือขาดหายไป ขาดการใช้เวลาพักผ่อน ไม่สามารถระบายความเครียดหรือเล่าให้คนใกล้ชิดฟังได้ ซึ่งปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่จะตามมานั้น จะทำให้ลูกหนี้ทำงานได้ยากลำบาก ประสิทธิภาพลดลง การตัดสินใจผิดพลาด จนอาจก่อให้เกิดหนี้สินเพิ่มเติมมาได้

การเป็นลูกหนี้นั้น จึงจำเป็นต้องมีวินัยในแก้ปัญหาหนี้สินของตัวเอง พร้อมๆกับดูแลจิตใจของตนเองไปด้วยเสมอ โดยไม่เอาความสุขของตัวเองไปยึดติดไว้กับเงินทองหรือภาวะเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว วิธีการปลดพันธนาการให้ความสุขของเราเป็นอิสระและทำให้ชีวิตมีความสุขอย่างเต็มที่ตามศักยภาพในขณะที่ยังมีภาระหนี้สินหรือในยามที่ประสบภาวะวิกฤตการเงิน มีข้อแนะนำให้ปฏิบัติ 5 ข้อ ดังนี้

  1. ดูแลสุขภาพกายใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เนื่องจากร่างกายและจิตใจเป็นส่วนที่สัมพันธ์กัน หากร่างกายแข็งแรงจิตใจก็แจ่มใสไปด้วย โดยออกกำลังกายให้สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30-60 นาที นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  2. หาความสุขให้ตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อาจเป็นความสุขเล็กๆน้อยที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายมาก การมีเงินน้อยไม่ได้หมายถึงมีความสุขน้อยเสมอไป และแม้ว่าเราจะมีเงินมากแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องมีความสุขเสมอไป ความสุขเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถสร้างขึ้นมาได้ แม้จะอยู่ในภาวะที่มีหนี้สินก็ยังควรอนุญาตให้ตัวเองมีความสุขได้บ้าง
  3. ให้จัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน โดยจัดเวลาทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียดที่มีอยู่ในใจ เช่น เดินออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน อ่านหนังสือดีๆ จัดบ้าน เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือพูดคุยกับคนที่เรารักและใกล้ชิด แต่ละคนจะมีวิธีผ่อนคลายที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกคนควรจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้กำจัดความเครียดอย่างสม่ำเสมอ
  4. ปรับมุมมองในการเผชิญหน้ากับปัญหา เราอาจไม่สามารถเปลี่ยนปัญหาที่เราเผชิญอยู่ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อปัญหานั้นได้ หากเรามองปัญหานั้นเป็นเรื่องที่ท้าทาย เป็นความยากลำบากที่จะมอบคุณค่าให้กับชีวิตเมื่อฝ่าฟันไปจนสำเร็จ มีการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เช่น การตั้งเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่ายในระยะสั้นๆ และการปลดหนี้สินในระยะยาว เพื่อให้รู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จเป็นช่วงๆ จะได้ไม่รู้สึกย่อท้อ
  5. ดูแลสุขภาพจิตและความสุขของสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวมีทั้งความมั่นคง มีความรัก มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน โดยสมาชิกแต่ละคนนั้นสามารถสลับบทบาทหน้าที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยกันเป็นผู้ฟังที่ดี และใช้พลังความร่วมมือของครอบครัวเป็นกลไกสำคัญในการฝ่าฟันบททดสอบต่างๆของชีวิตไปได้ หากลูกหนี้กำลังประสบกับปัญหาสุขภาพจิต หรือสงสัยว่าตนเองอาจได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสิ่งต่างๆรอบตัว ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพจิตใจของตนเองบ่อยๆ ปรึกษาคนรอบข้าง หรือมาปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาตามโรงพยาบาลในเครือกรมสุขภาพจิตและโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังสามารถโทรปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับคำแนะนำและความช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป

บทความโดย ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น โฆษกกรมสุขภาพจิต