มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย

การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 และมาตรการควบคุมโรคที่ตามมา ย่อมมีผลกระทบต่อรายได้ของประชาชน เพื่อลดภาระทางการเงินให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะผู้ที่เป็นหนี้ แบงก์ชาติจึงทำงานร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 โดยเน้นการให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องและการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ และแบงก์ชาติก็ปรับปรุงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดชั้นและการกันเงินสำรองเพื่อให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตาม การพิสูจน์หรือวิเคราะห์ว่าลูกหนี้รายใดได้รับผลกระทบจากโควิด 19 อาจใช้เวลานาน ไม่ทันต่อการขาดรายได้ของประชาชนอย่างกระทันหัน เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2563 แบงก์ชาติ ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ให้บริการทางการเงินอื่นผ่านสมาคมและชมรมต่าง ๆ รวม 9 แห่ง จึงกำหนดมาตรการขั้นต่ำเพื่อช่วยลูกหนี้ทุกรายที่ใช้ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลีสซิ่ง สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อธุรกิจ SMEs ซึ่งยังไม่เป็นหนี้ค้างชำระเกินกว่า 90 วัน (ยังไม่เป็น NPL)

ความช่วยเหลือขั้นต่ำ

ตารางด้านล่างเป็นความช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 1 ทั้งนี้ ธปท. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2 >>รายละเอียดคลิกที่นี่

ประเภทสินเชื่อ รายละเอียด
บัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสดหมุนเวียน ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำเหลือ
- 5% ในปี 2563–64
- 8% ในปี 2565
- 10% ในปี 2566
นอกจากนี้ ลูกหนี้สามารถแปลงหนี้เป็นสินเชื่อระยะยาวที่ดอกเบี้ยต่ำลงได้
สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ - ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ : เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน
- ผู้ให้บริการอื่น : เลือกระหว่าง เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน หรือ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% ของค่างวดเดิม 6 เดือน
สินเชื่อเช่าซื้อ
- รถมอเตอร์ไซค์ วงเงินไม่เกิน 35,000 บาท
- รถทุกประเภท วงเงินไม่เกิน 250,000 บาท
ลีสซิ่ง มูลหนี้คงเหลือไม่เกิน 3 ล้านบาท
ผู้ให้บริการเลือกระหว่าง เลื่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน หรือ พักชำระเงินต้น 6 เดือน
สินเชื่อบ้าน วงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท พักชำระเงินต้น 3 เดือน และลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม
สินเชื่อธุรกิจ วงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท พักชำระเงินต้น 3 เดือน และลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม
(มาตรการนี้ถูกทดแทนด้วยมาตรการเลื่อนกำหนดชำระหนี้)

การเลื่อนกำหนดชำระหนี้ จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะสั้น แต่ดอกเบี้ยจะยังเดินอยู่ เมื่อพ้นช่วงนี้แล้ว ก็จะค่อย ๆ ทยอยจ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่เลื่อนกำหนดชำระหนี้ โดยอาจเป็นการจ่ายงวดสุดท้ายครั้งเดียว กระจายจ่ายในแต่ละงวดที่เหลือเท่า ๆ กัน หรือขยายจำนวนงวดการผ่อนออกไป

ลูกหนี้ที่ยังสามารถชำระหนี้ได้ก็ควรชำระตามปกติเพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่ยังเดินอยู่ นอกจากนี้ ยังช่วยให้สถาบันการเงินมีสภาพคล่องสำหรับช่วยเหลือลูกหนี้รายอื่นด้วย

ความช่วยเหลือของผู้ให้บริการทางการเงิน

มาตรการข้างต้นนี้เป็นมาตรการขั้นต่ำ ซึ่งออกมาเพื่อความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือเท่านั้น ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ประสบปัญหาขาดรายได้ อาจสามารถติดต่อผู้ให้บริการทางการเงินเพื่อขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ โดยสามารถศึกษาและเปรียบเทียบแนวทางการให้ความช่วยเหลือของผู้ให้บริการทางการเงินแต่ละแห่งได้ที่นี่