Skip to main content

การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มธนาคารพาณิชย์: แนวทางการกำกับและการบริหารความเสี่ยงต่อระบบการเงิน

ในช่วง 2–3 ทศวรรษที่ผ่านมา ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมถือเป็นจุดเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญของโลกที่ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันได้อย่างเสรีและไร้พรมแดน การพัฒนาระบบประมวลผลที่รวดเร็วขึ้นมหาศาล พร้อม ๆ กับต้นทุนการเก็บและประมวลผลข้อมูลที่ลดลงเรื่อย ๆ ทำให้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนในสังคม รวมไปถึงการขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจในด้านต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับโลกการเงิน เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger technology: DLT) นับเป็นวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สร้างความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพ ความสามารถในการต่อยอดการให้บริการจาก programmability นอกจากนี้ การเข้ามามีบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัล (digital assets: DA) ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความน่าหลงใหลทางปรัชญาที่จะมีสินทรัพย์ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวกลาง การได้รับผลตอบแทนสูงในระยะสั้น ๆ เทียบกับการลงทุนในรูปแบบเดิม หรือการตามกระแสความนิยมในเครื่องมือการลงทุนแบบใหม่

การปรับตัวของผู้เล่นต่าง ๆ ในภาคการเงิน

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและความนิยมของ DA ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ เป็นตัวเร่งให้ภาคธุรกิจทั้งในและนอกภาคการเงินต้องหันมาให้ความสำคัญในด้านนี้และพยายามปรับตัว ธุรกิจในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ (กลุ่ม ธพ.) ก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งบริษัทเพื่อประกอบธุรกิจ DA โดยเฉพาะ หรือการปรับโครงสร้างธุรกิจโดยการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งขึ้นมา ซึ่งส่วนหนึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้บริษัทที่ดำเนินการเกี่ยวกับ DA คล่องตัวทันกับความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ลดข้อจำกัดที่อาจเกิดจากกฎเกณฑ์การกำกับดูแล

ประโยชน์และความเสี่ยงจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ในแง่หนึ่ง ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เอื้อให้เกิดการพัฒนาบริการทางการเงินของประเทศมากขึ้น การปรับโครงสร้างทำให้บริษัทในกลุ่ม ธพ. คล่องตัวขึ้น สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ DLT ซึ่งไม่ต้องอาศัยตัวกลางและมีประสิทธิภาพสูงกว่าในบางกรณี อาจเอื้อให้เกิดการพัฒนาบริการทางการเงินของประเทศมากขึ้น ขยายขอบเขตการให้บริการทางการเงินจากการสร้าง smart contract และยังช่วยลดต้นทุนจากการรวมศูนย์แบบเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือการใช้ DA สำหรับธุรกิจบริการโอนเงินระหว่างประเทศ หรือการเขียน smart contract เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ supply chain financing การปรับใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและก่อให้เกิดประโยชน์ดังกล่าว สอดคล้องกับแนวทางของภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงินไทย (Financial Landscape) ซึ่งในที่สุดจะเป็นผลดีต่อผู้ใช้บริการทางการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ดี ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงในหลายรูปแบบเช่นกัน

  • ความเสี่ยงต่อระบบ เช่น
    • หากมีการใช้ DA เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้าง อาจลดความสามารถในการดูแลเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงินและการทำหน้าที่ให้สภาพคล่องในภาวะวิกฤตของธนาคารกลาง
    • อาจเกิด fragmentation ในระบบการชำระเงินอันนำไปสู่ความไม่มีประสิทธิภาพ
    • DA บางประเภทมีสินทรัพย์ปกติหนุนหลัง หรือมีความเชื่อมโยงผ่านการเป็นหลักประกันสำหรับการกู้ยืมเงินมาลงทุนใน DA หากมีการเทขายอาจส่งผลต่อเนื่องมายังสินทรัพย์อื่น ๆ ได้
  • ความเสี่ยงต่อตัวผู้ประกอบธุรกิจเอง เช่น ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี และหากเกิดปัญหา ผู้ประกอบธุรกิจก็เผชิญกับความเสี่ยงต่อชื่อเสียง ความไว้เนื้อเชื่อใจของผู้ฝากเงิน ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ขึ้นได้
  • ความเสี่ยงต่อผู้ใช้บริการและผู้ประกอบธุรกิจที่ถือครอง DA เช่น การถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ มูลค่าสินทรัพย์ที่ผันผวนมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีความเข้าใจเพียงพอ

ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างของกลุ่ม ธพ. ที่ถึงแม้จะเพิ่มความคล่องตัว แต่ก็อาจทำให้เกิดความเสี่ยงด้วยเช่นกัน ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงในโลกเทคโนโลยี และกระแสความนิยมที่มาเป็นระยะ ๆ ทำให้แนวความคิด “กลัวตกขบวน” (fear of missing out: FOMO) เข้ามามีส่วนทำให้ธุรกิจทั้งในและนอกภาคการเงินหันเหความสนใจเข้ามาทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ DA โดยไม่ได้คิดตรึกตรองหรือเตรียมความพร้อมให้ดีเท่าที่ควร หลายครั้งที่พบว่ามีบริษัทต้องการเสนอบริการใหม่ ๆ ออกมาเพียงเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัย แม้ว่าจะยังมองไม่เห็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการที่แท้จริง หรือไม่ได้ประเมินความเสี่ยงต่อตนเองและความเสี่ยงเชิงระบบเลยก็ตาม หากพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในวงกว้าง ก็อาจเป็นการสะสมความเสี่ยงที่กระทบกับเสถียรภาพในระบบการเงินด้วยเช่นกัน

นัยต่อการกำกับดูแลที่เหมาะสม

จากประโยชน์และความเสี่ยงดังที่ได้กล่าวไปแล้ว การสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริม DA เพื่อให้เกิดประโยชน์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นหลักคิดสำคัญของการกำกับดูแล DA อย่างไรก็ดี การออกแบบหลักเกณฑ์หรือกฎกติกาให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งใจไว้ได้เป็นเรื่องท้าทายสำหรับผู้กำกับดูแล เนื่องจากเทคโนโลยีโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับ DA เปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับ DA ยังไม่ได้มีประวัติศาสตร์หรือช่วงเวลาพิสูจน์ที่นานพอ ทำให้การประเมินความเสี่ยงทำได้จำกัด

นอกจากนี้ ระบบการเงินของไทยเองก็อยู่ในช่วงปรับปรุงภูมิทัศน์ในหลายด้าน เช่น การพิจารณาให้มีการประกอบธุรกิจสถาบันการเงินรูปแบบใหม่ (เช่น virtual bank) การพัฒนาการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้บริการ (Open Data) หรือการให้น้ำหนักความสำคัญกับการเงินเพื่อความยั่งยืน ดังนั้น การมองภาพภาคการเงินในอนาคตจึงยิ่งมีความซับซ้อน การตัดสินใจเชิงนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการกำกับดูแลจึงต้องเป็นไปอย่างรอบคอบมากขึ้น เพื่อให้สามารถกำหนดทิศทางที่เหมาะสมให้กับระบบการเงินดั้งเดิมและการเงินดิจิทัลให้สามารถอยู่ด้วยกันโดยเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้บริการทางการเงินและเศรษฐกิจโดยรวม

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะที่เป็นผู้ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงิน ผู้กำกับดูแลสถาบันการเงิน รวมถึงผู้ใช้บริการทางการเงินกลุ่มต่าง ๆ จึงได้จัดทำเอกสารแนวนโยบาย (directional paper) ฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายหลักคิดที่ ธปท. ใช้ในการออกนโยบายต่าง ๆ ที่เกี่ยว ข้องกับกลุ่มธุรกิจทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล ทางเลือกที่ ธปท. ได้คำนึงถึง ข้อดีและข้อกังวลของแนวทางต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นและบริบทเฉพาะของภาคการเงินไทย

Open
Competition
Virtual Bank
เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้เล่นเดิม
ส่งเสริมบทบาท Non-Bank FIs และ SFIs
แนวทางอื่น ๆ
แนวทางอื่น ๆ: สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม
Open
Infrastructure
เพิ่มประสิทธิภาพและการเขัาถึงโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบัน
รองรับกระบวนการและบริการทางการเงินดิจิทัล
พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการค้ำประกันเครดิต
Open
Data
ส่งเสริมนโยบาย Open Banking
เชื่อมต่อและใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลระดับจุลภาค
Digital
สร้างนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีและข้อมูล
สิ่งแวดล้อม
ส่งเสริมบริการและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
จำกัดนิยามกิจกรรมทางเศรษฐกิจสีเขียว
กำหนดมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูล
สร้างโครงสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม
ส่งเสริมความรู้และบุคลากร
ครัวเรือน
ยกระดับความรู้ทางการเงิน
ส่งเสริมการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ
ผลักดันการแก้หนี้แบบครบวงจร
จัดเก็บข้อมูลภาระหนี้ครัวเรือน
Sustainable
สนับสนุนเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่านได้อย่างยั่งยืน
ยืดหยุ่น
มีกรอบการกำกับตามหลักการสำคัญและความเสี่ยง
ทบทวนกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค
มีกลไกเลิกประกอบกิจการ
เท่าทัน
ไม่ต้องการเห็นการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อชำระค่าสินค้าแทนเงินบาท
กำกับกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์
กำกับ Non-Bank FIs ที่มีนัยสำคัญ
กำกับผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย
กำกับดูแลด้านเทคโนโลยี
ดูแลความเสี่ยงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้
Resilient
กำกับดูแลยืดหยุ่นเท่าทันความเสี่ยงรูปแบบใหม่
แนวนโยบายภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงินไทย