วิถีใหม่ ในโลกไร้สัมผัส

การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทำให้ผู้คนทั่วโลกมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ จึงทำให้มีวิถีใหม่ในโลกไร้สัมผัส (touchless world) เป็นเทรนด์สำคัญ และมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ cashless touchless และ voices ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่จะถูกพัฒนาและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น


สังคมไร้เงินสดพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

 

cashless society หรือสังคมไร้เงินสดได้ถูกพัฒนาขึ้นมาตามจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้น โดยการระบาดของโควิด 19 ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ผู้คนนิยมการทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลแบบ touchless payment มากขึ้นทั่วโลก เพื่อป้องกันการสัมผัสกับเงินในรูปแบบปกติ

 

Customer making Payment via Mobile Phone. Wireless, Contactless and Touchless Technology in Business Concepts. Pop-up message as Payment Completed Successfully. Closeup shot

ซึ่งจะขอยกตัวอย่างดังนี้ ในอินโดนีเซีย การทำธุรกรรมผ่านระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น 102.5% ในช่วง 4 เดือนแรกของการระบาด เช่นเดียวกับประเทศซาอุดีอาระเบียที่มีการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 200% ในช่วงการระบาดของโควิด 19 ระลอกแรก ขณะที่รัฐบาลประเทศเคนยาได้แนะนำให้ประชาชนทำธุรกรรมออนไลน์แทนการใช้เงินสดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด 19

 

ขณะที่ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า คนไทยมีการชำระเงินผ่านระบบ PromptPay สูงสุดถึง 34.9 ล้านรายการต่อวัน (ตุลาคม 2564) และมีการทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตและ mobile banking ที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และแนวโน้มการใช้งานยังเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

 

จากแนวโน้มที่เกิดขึ้น Statistica บริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลสถิติได้ประมาณการว่า แม้จะมีโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก แต่การชำระเงินทางดิจิทัลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 14.2% ในปีนี้ สอดคล้องกับดัชนี Global Financial Inclusion Index ล่าสุดของธนาคารโลกที่พบว่า ในประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets: EMs) อัตราการเปิดบัญชีธนาคารของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดลงเหลือ 34.9% จาก 68.5% ในปี 2560 หรือลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว


เทคโนโลยีไร้สัมผัสอยู่รอบตัว

 

ไม่ใช่แค่ลดการสัมผัสเงินในรูปแบบของการใช้ธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์แบบปกติ ผู้คนเริ่มลดการสัมผัสสิ่งรอบตัวลง ซึ่งเป็นความกังวลจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้เทคโนโลยีไร้สัมผัสได้ถูกพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นประตูอัตโนมัติ ก๊อกน้ำอัตโนมัติ และชักโครกอัตโนมัติ ถูกนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสให้มากที่สุด ซึ่งได้ขยายขอบเขตสู่การพัฒนาบริการและโมเดลธุรกิจใหม่ เช่น การขนส่ง ยานยนต์ การดูแลสุขภาพ ธนาคาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เป็นต้น

 

เทคโนโลยีไร้สัมผัส หรือ touchless tech ไม่ใช่เรื่องใหม่ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ถูกออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกและมีสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น โดยนำระบบ IoT มาใช้ประกอบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ เช่น ระบบควบคุมการรับส่งสินค้า รวมถึงการสร้างโซลูชันไร้สัมผัสเพื่อตอบโจทย์การทำงานอย่างยั่งยืน

 

Remote home control system on a digital tablet or phone.

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Intel ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า "Intel RealSense TCS" (ซอฟต์แวร์ควบคุมแบบไร้สัมผัส) ซึ่งทำงานบนซอฟต์แวร์ปัจจุบันเพื่อแปลงตู้คีออสก์หน้าจอสัมผัสแบบเดิมและป้ายดิจิทัลเป็นอินเทอร์เฟซโดยไม่ต้องสัมผัส ทำให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวได้ง่ายและไม่ต้องลงทุนสูงในการนำมาประยุกต์ใช้ ซึ่งมีความเหมาะสมในหลายธุรกิจ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก หรือร้านอาหารติดตั้งเพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภคได้อย่างมีสุขอนามัยเพิ่มขึ้น และเมื่อการระบาดสิ้นสุดลง ชีวิตวิถีใหม่ของผู้คนที่ใส่ใจภาวะสุขอนามัยจะคงอยู่ต่อไป โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ยังคงต้องนำ touchless tech มาใช้อย่างต่อเนื่อง


ระบบสั่งการด้วยเสียงถูกนำมาใช้มากขึ้น

 

ระบบสั่งการด้วยเสียงได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น "SIRI" ของระบบ iOS หรือ "Alexa" ของ Amazon หรือ "Google Assistant Speaker" ของ Google Home แต่หลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นที่สนใจของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถลดการสัมผัสกับอุปกรณ์รอบตัว ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

 

ระบบสั่งการด้วยเสียง ถูกออกแบบมาเพื่อให้รับฟังคำสั่งและสามารถเทียบเคียงกับมนุษย์ได้หลายระดับ ซึ่งขณะนี้กำลังมีการพัฒนาโปรแกรมผู้ช่วยที่รองรับการสั่งการด้วยเสียงเพื่อให้สามารถตอบโต้ได้ ซึ่งหากสามารถนำมาพัฒนาเป็นตัวช่วยในภาคธุรกิจ จะทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และลดการสัมผัสระหว่างคนกับคนได้เป็นอย่างดี

 

Adobe บริษัทวิจัยด้านเทคโนโลยี ได้นำเสนอในการประชุม VOICE Summit พบว่า ปัจจุบันมีบริษัทถึง 91% ที่ลงทุนเทคโนโลยีสั่งการด้วยเสียง โดย 71% ของบริษัทเหล่านั้นมองว่าระบบสั่งการด้วยเสียงจะช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งบริษัทต่าง ๆ จะพยายามพัฒนาระบบสั่งการด้วยเสียงโดยเพิ่มช่องทางการโต้ตอบให้ครอบคลุมมากขึ้น และการติดต่อสื่อสารที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การนัดหมาsยแพทย์ การขอสิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม การจัดส่งสินค้า เป็นต้น

 

 

นี่คือ 3 เทคโนโลยีไร้สัมผัสที่ถูกเร่งให้เกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ของผู้บริโภคในปัจจุบัน รวมไปถึงการนำเทคโนโลยีไร้สัมผัสมาช่วยในภาคธุรกิจ การให้บริการ และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

 

 

อ้างอิง

https://oxfordbusinessgroup.com/news/does-cash-have-future-after-covid-19

https://connectedworld.com/touchless-tech-trends/

https://techsauce.co/tags/voice-summit-adobe