ปิดฉากการแข่งขัน BOT Policy Hackathon 2022

ตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จัดกิจกรรมพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี BOT Policy Hackathon 2022 ที่ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญให้แวดวงการเงิน การธนาคารของไทย และกิจกรรมครั้งนี้ได้เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 เพื่อค้นหาทีมผู้ชนะการออกแบบนโยบายทางการเงินใน 3 หัวข้อ คือ การเงินดิจิทัล การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาหนี้ ซึ่งทั้งหมดสะท้อนถึงแนวนโยบาย Financial Landscape หรือภูมิทัศน์ใหม่ภาคการเงินไทยเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ ธปท.


การคัดเลือกที่เข้มข้นสู่รอบสุดท้าย

 

จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 145 ทีมในรอบแรก มี 36 ทีมได้ผ่านสู่รอบรองสุดท้าย และเข้าร่วมกิจกรรม Insight Talk with Gurus เพื่อรับคำแนะนำและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการสร้างสรรค์นโยบายทางการเงิน ก่อนจะมี 12 ทีมได้ไปต่อในรอบสุดท้าย โดยประกอบไปด้วย 4 ทีมสุดท้ายของแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้

 

1. หัวข้อการเงินดิจิทัล ได้แก่ ทีม DNext ทีม FarmFinn ทีม Jubilant Boon และทีมห้าให้

 

2. หัวข้อการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ทีม Apocalypse ทีม Carbonomy ทีม Smart Environment และทีม 5P Policy Hacker

 

3. หัวข้อการแก้ปัญหาหนี้ ได้แก่ ทีม noboru ทีม PH7 เป็นกลาง ทีม 2 หน่อแก้หนี้ และทีม 3 ส


การแข่งขันครั้งสุดท้ายเพื่อเป็นสุดยอดทีมของ BOT Policy Hackathon 2022

 

วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา 12 ทีมสุดท้ายจากทั้ง 3 หัวข้อได้แข่งขันครั้งสุดท้าย โดยแต่ละทีมมีเวลา 8 นาทีสำหรับการนำเสนอนโยบาย การบริหารงาน นวัตกรรมในการให้บริการ หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ทีมได้ร่วมกันออกแบบขึ้น ต่อด้วยการซักถามเพิ่มเติมจากคณะกรรมการเป็นเวลา 7 นาที รวมทั้งหมด 15 นาที ซึ่งคณะกรรมการในแต่ละหัวข้อ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ทั้งองค์กรธุรกิจ องค์กรภาคการศึกษา นักวิชาการ รวมถึงตัวแทนบุคลากรจาก ธปท.

 

 

หลังผ่านการแข่งขันสุดเข้มข้น เราได้ทีมผู้ชนะจากแต่ละหัวข้อ เริ่มจากหัวข้อการเงินดิจิทัล ทีมห้าให้ ชนะการแข่งขันด้วยผลงาน Data Portability Platform (DPP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่จะเปิดให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ประโยชน์ในแง่มุมต่างๆ โดยทีมมุ่งเน้นในการสร้างโมเดลเพื่อวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้จาก digital footprint ต่าง ๆ เช่น การชอปปิงผ่านแอปพลิเคชัน การใช้ e-wallet เป็นต้น ซึ่งสิ่งที่เป็นปัจจัยหลักในการช่วยเพิ่มความมั่นใจในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการโอนข้อมูล สำหรับผู้ที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายนี้คือ เจ้าของข้อมูล ผู้ให้ข้อมูล ผู้ใช้ข้อมูล รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ และหาก DPP ได้รับการพัฒนาและเปิดให้ใช้บริการได้จริง จะสามารถสร้างความเป็นกลาง การเปิดกว้าง ความปลอดภัยในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

 

ถัดมาคือ ทีม 5P Policy Hacker ทีมผู้ชนะในหัวข้อการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม กับนโยบาย Three Greens ที่จะผลักดันให้เกิดสังคมที่ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 3 นโยบายหลัก (1) Green Thinking ประกอบไปด้วยการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. ในรูปแบบ e-learning การนำเสนอให้มอบฉลากการเงินสีเขียว และสร้างเครื่องมือในการติดตามการใช้จ่ายของประชาชนที่มีส่วนในการช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม (2) Green Funding นโยบายสนับสนุนการลงทุนเพื่อภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ (3) Green Database นโยบายสนับสนุนการสร้างและพัฒนาฐานข้อมูลกลางเพื่อจัดเก็บข้อมูลการใช้พลังงานของภาคธุรกิจ ซึ่งทั้ง 3 นโยบายจะสร้างให้เกิดความตระหนักรู้ในเรื่องสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน ส่วนภาคธุรกิจจะเกิดการแข่งขันในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจทั้งรายใหญ่หรือรายย่อย

 

ปิดท้ายกับ ทีม 3 ส ผู้ชนะในหัวข้อการแก้ปัญหาหนี้ กับนโยบาย 3 ส คือ สอน เสริม และสร้าง ซึ่งมุ่งเน้นในการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร โดยเริ่มการศึกษาปัญหาอย่างเข้มข้นด้วยการลงพื้นที่ เพื่อทำการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเกษตรกรในชุมชนเป้าหมาย จนเป็นที่มาของ 3 นโยบาย คือ (1) สอน สอนเกษตรกรให้มีความรู้ด้านการเงินผ่านหลักสูตรที่ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละชุมชนอย่างแท้จริง (2) เสริม เสริมโอกาสการเข้าถึงเงินทุนของเกษตรกรด้วยดิจิทัลแฟ็กเตอริง เพื่อเสริมการเข้าถึงเงินทุน เชื่อมต่อเกษตรกร ร้านค้าผู้จำหน่ายปัจจัยการผลิต และสถาบันการเงินให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มเดียวกัน และ (3) สร้าง สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรมีวินัยทางการเงินอย่างยั่งยืน จากการเห็นความสำเร็จของผู้นำชุมชนหรือเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เพราะตัวอย่างที่ใกล้ตัวจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจได้ลึกซึ้งกว่าตัวอย่างที่อยู่ไกลตัวเกษตรกร

 

สำหรับทีม 3 ส ไม่เพียงชนะในหัวข้อการแก้ปัญหาหนี้ ทีมนี้ยังเป็นเจ้าของรางวัล Popular Vote ที่ได้คะแนนโหวตจากผู้สนใจอย่างท่วมท้นถึง 11,387 คะแนนอีกด้วย


เผยประสบการณ์ที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรม BOT Policy Hackathon 2022 ของ 3 ทีมผู้ชนะ

 

หลังทราบผลการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อย แต่ละทีมได้มาเล่าในหลากหลายแง่มุมที่น่าสนใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม BOT Policy Hackathon 2022


ทีมห้าให้ (สมาชิกทีมประกอบด้วย ณัฐพล สุรรัตน์รังษี ณัฐพงษ์ อินทร์โพธิ์ ณัฐชนัย เยี่ยงศุภพานนทร์ และปิยะพงษ์ คงทอง)

 

"เรา 4 คนเคยทำงานในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการให้สินเชื่อด้วยกันมาก่อน และมีความต้องการในเรื่อง alternative data แต่ในเวลานั้นถึงจะอยากใช้งานมากแค่ไหน ก็พบกับข้อจำกัดและ pain point มากมาย แต่ล่าสุดสิ่งที่มาช่วยปลดล็อกคือ PDPA ที่เพิ่งมีผลในปีนี้ โดยเฉพาะสิทธิ์ในการโอนข้อมูลส่วนบุคคล เราจึงได้ออกแบบแพลตฟอร์มกลางขึ้นมา ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับการขอและการให้สินเชื่อแน่นอน ภาพที่อยากเห็นคือการใช้ประโยชน์ได้เกิดขึ้น และสิ่งที่คาดหวังให้เกิดตามมาคือนวัตกรรมใหม่ ๆ ในวันที่ข้อมูลมีปริมาณมากขึ้น ถ้าภาครัฐเล็งเห็นความสำคัญ ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะกฎหมายประกอบมีความพร้อมทั้งหมดแล้ว

 

 

"ในมุมมองของเรา คนไทยตอบรับการเงินดิจิทัลได้เร็วและมากขึ้นเรื่อย ๆ มีความเข้าใจมากขึ้น เมื่อไหร่ที่เราสามารถชูให้เห็นถึงประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับจากการเปลี่ยนจากการเงินแบบเดิมมาสู่การเงินดิจิทัลได้ การเข้าสู่แพลตฟอร์มใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นได้และขยายวงกว้างขึ้นไปเรื่อย ๆ"

 


ทีม 5P Policy Hacker (สมาชิกทีมประกอบด้วย ขวัญแก้ว กุลธรเธียร ภีชนิกา ภูมิฤทธิกุล และกานต์ชนิต เลิศเพียรธรรม)

 

"ทีมของเรามองว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน และไม่ได้เป็นเรื่องของประเทศไทยเท่านั้น แต่เกิดการกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก จึงอยากจะนำเสนอแนวความคิดว่าจะสามารถพัฒนาเรื่องสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเราเชื่อว่าการขับเคลื่อนสังคมเพื่อสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นไม่ได้จากนโยบายใดนโยบายหนึ่ง และไม่สามารถเกิดจากการผลักดันจากภาคการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทั้งวงจร มีอุปสงค์จากประชาชน ในฐานะลูกค้า อุปทานจากภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการ ขาดไม่ได้คือโครงสร้างพื้นฐาน จึงเป็นที่มาของนโยบาย Three Greens ของเรา ความคาดหวังของเราน่าจะเป็นการที่ ธปท. จะนำไปดำเนินการได้จริง อยากเห็นสิ่งที่คิดได้ไปอยู่ในมือของทุกคนจริง ๆ

 

 

"สำหรับสิ่งที่พวกเราได้จากการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้คือ โอกาสในหลากหลายด้าน ได้ปลุกไฟในตัวเอง ได้เรียนรู้ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ได้รับความรู้จาก ธปท. และเมนเทอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญคือการที่เราคิดอะไรได้ แต่ไม่มีเวทีที่จะสื่อสารออกมา ก็อาจจะไม่เกิดผลหรือสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้"

 


ทีม 3 ส (สมาชิกทีมประกอบด้วย วิศรัฐ สมทรัพย์ คณาธิป สินธุเศรษฐ ธานนท์ โกรพินธานนท์ ดนัยลักษณ์ ไชยประเสริฐ และธนกฤต ขวัญแข)

 

"จากที่ทีมเราได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์เกษตรกร เช่น ชุมชนสวายสอ จ.นครศรีธรรมราช ปัญหาที่พบคือการเป็นหนี้ ซึ่งเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชที่แตกต่าง ก็จะมีปัญหาหนี้ที่แตกต่างกันด้วย ดังนั้น นโยบายทั้ง 3 ส จะต้องปรับให้เข้ากับตัวเกษตรกรหรือชุมชนนั้น ๆ ด้วย ที่สำคัญการแก้ปัญหาหนี้ไม่สามารถทำเพียงด้านใดด้านหนึ่งแล้วหยุด เราจึงอยากจะสร้างกระบวนการที่ครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เพื่อที่จะทำให้การแก้ปัญหามีความต่อเนื่องและเกิดความยั่งยืน

 

 

"มองว่านโยบายที่เราคิดขึ้นจะเป็นสารตั้งต้นที่ดี ที่ ธปท. จะสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ ความคาดหวังคือ สิ่งที่เราคิดถูกนำไปใช้และปฏิบัติได้จริง สุดท้ายต้องขอขอบคุณ ธปท. ที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้ามาเห็นภาพการทำงานของธนาคารอย่างใกล้ชิด ได้นำเสนอแนวความคิด การแข่งขันทำให้เราดึงศักยภาพออกมาในเวลาจำกัด ได้สร้างนโยบายเพื่อประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับสังคม และยิ่งใหญ่กว่าตัวพวกเราเองอย่างมาก"

 


บทสรุปการจัดงาน BOT Policy Hackathon 2022

 

การแข่งขันครั้งสำคัญนี้จะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบไม่ได้ หากขาดการสะท้อนมุมมองจากตัวแทนผู้จัดกิจกรรม BOT Policy Hackathon 2022 ทั้ง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิและคุณรณดล นุ่มนนท์


ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 

"จากที่ได้เห็นความหลากหลายของอายุและอาชีพของผู้เข้าแข่งขัน สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของคนทุกรุ่น ถ้าเราสามารถสานพลังเข้าด้วยกัน จะสามารถมองเห็นมิติในการแก้ปัญหา แน่นอนว่าใช้ศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งไม่ได้ ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งประชาชน เอกชน และภาครัฐ และมากกว่าการรับฟังคือการแลกเปลี่ยน และทำงานร่วมกัน

 

"ขอให้คำมั่นสัญญาว่าการแข่งขันครั้งนี้จะไม่เสียเปล่า และเราไม่ได้จัดกิจกรรมรูปแบบนี้ในโอกาสครอบรอบ 80 ปีเท่านั้น แต่จะสานต่อเพื่อสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น เพื่อที่จะร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต"

 


คุณรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

"ขอชื่นชมผู้เข้าแข่งขั้นทั้งหมด กิจกรรมนี้ทำให้เห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจ และพลังของน้อง ๆ ในการแก้ไขปัญหา เวทีนี้เป็นอีกส่วนสำคัญในการรับฟังคนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้ได้เห็นมุมที่เราอาจมองไม่เห็น ทั้ง 3 หัวข้อ การเงินดิจิทัล การเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม และการแก้ปัญหาหนี้ มีความท้าทายมาก ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกรวบรวมแล้วนำไปต่อยอดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น"

 

สำหรับผู้ที่พลาดการถ่ายทอดสดกิจกรรม BOT Policy Hackathon 2022 รอบสุดท้าย ในวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา สามารถชมคลิปวิดีโอย้อนหลังได้ที่ลิงก์นี้ https://bit.ly/3yNgMtV

ขอขอบคุณคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในหัวข้อต่าง ๆ

หัวข้อการเงินดิจิทัล ได้แก่

    -ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCB 10X

    -คุณฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)

    -คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด       

    -ดร.วชิรา อารมย์ดี รองผู้ว่าการ ด้านบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

หัวข้อการเงินเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่

    -ดร.อดิศวร์ หลายชูไทย เลขานุการบริษัทและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

    -คุณจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี

    -คุณสฤณี อาชวานันทกุล นักเขียน นักวิจัยและนักวิชาการอิสระในด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน

    -คุณรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

 

หัวข้อการแก้ปัญหาหนี้ ได้แก่

    -คุณสุรชัย กำพลานนท์วัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center)

    -คุณอธิศ รุจิรวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเนอรัล คาร์ด เซอร์วิสเซส จำกัด และประธานชมรมธุรกิจบัตรเครดิต

    -ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์ นักวิจัย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจพอเพียง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

    -คุณธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย