​สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 4 ปี 2565 และ ปี 2565

28 มีนาคม 2566 ใช้เวลาอ่าน 999 นาที

สรุปสาระสำคัญ
  • คณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 0.50 ต่อปี
  • เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอจากเดิม การเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง
  • ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ มีความสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
  • เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม และการฟื้นฟูยังแตกต่างกันในภาคเศรษฐกิจ
  • กิจกรรมเศรษฐกิจในเดือนมีนาคม 2564 ปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนในทุกภูมิภาค
  • เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือมาตรการฟื้นฟู เพื่อกระจายสภาพคล่องลดภาระหนี้

​สรุปภาพรวมธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 4 ปี 2565 และ ปี 2565

 

​ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง สามารถทำหน้าที่สนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง สินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ใน ปี 2565 ขยายตัวที่ร้อยละ 2.1 ชะลอลงจากปีก่อน จากการชำระคืนหนี้ของธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐ และสินเชื่อ Soft loan รวมทั้งการโอนพอร์ตรายย่อยไปยังบริษัทลูกของ ธพ. แห่งหนึ่ง และการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ อย่างไรก็ดีสินเชื่อยังขยายตัวได้จากธุรกิจรายใหญ่ในภาคพาณิชย์และสินเชื่อรายย่อยพอร์ตที่อยู่อาศัยและส่วนบุคคลเป็นสำคัญ ด้านคุณภาพสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และบริหารจัดการคุณภาพหนี้ ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non Performing Loan: NPL หรือ stage 3) ณ สิ้นปี 2565 ลดลงมาอยู่ที่ 499.2 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ร้อยละ 2.73 สำหรับผลการดำเนินงานปี 2565 ปรับดีขึ้นจากปีก่อน โดยหลักเป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลง หลังจากที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทยอยกันสำรองในระดับสูงตลอดช่วง COVID-19 

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและการฟื้นตัวของธุรกิจบางกลุ่ม โดยภาคครัวเรือน แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP จะปรับลดลงตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ครัวเรือนยังเปราะบางจากภาระหนี้สูงและยังต้องติดตามคุณภาพสินเชื่อของลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่ยังไม่ฟื้นตัวจากผลกระทบ COVID-19 และอาจได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและดอกเบี้ยที่ทยอยปรับสูงขึ้น ขณะที่ภาคธุรกิจ สัดส่วนหนี้ภาคธุรกิจต่อ GDP ปรับลดลงจากไตรมาสก่อนแ ละความสามารถในการทำกำไรโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ยังต้องติดตามฐานะการเงินของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสถาบันการเงินยังให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มเปราะบาง

ข้อมูลเพิ่มเติม : ส่วนวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน 
โทรศัพท์ : 0 2283 5980 0 2356 7796 
E-mail : BRAD@bot.or.th

 

20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220
20230220

Contact for more information

เอกสารประกอบการประชุมทั้งหมด