คำถามพบบ่อย

ข้อมูล ณ วันที่ 10 กันยายน 2569

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับธปท. ผนึกกำลังภาคการเงินไทยยกระดับมาตรการเชิงรุกต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย

เศรษฐกิจนอกระบบ เงินเทา และการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ทรัพยากรส่วนหนึ่งรั่วไหลออกไป แทนที่จะถูกจัดสรรไปสนับสนุนภาคธุรกิจที่สร้างผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ที่ผ่านมา จะมีมาตรการต่าง ๆ ในการจัดการอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถดูแลได้เต็มที่และครบวงจร

ธปท. จึงร่วมมือกับสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. จัดทำกรอบความร่วมมือฉบับนี้ขึ้น เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการ "ผนึกกำลังยกระดับการป้องกันเชิงรุก" ไม่ให้ระบบการเงินไทยถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การทุจริต และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทุกประเภท เพื่อสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแท้จริง

  • ประชาชน (1) ตกเป็นเหยื่อภัยทุจริตทางการเงินน้อยลง มูลค่าความเสียหายลดลง (2) หากตกเป็นเหยื่อ มีโอกาสได้รับเงินคืนมากขึ้น (3) เชื่อมั่นในการใช้บริการระบบการเงินดิจิทัล
  • ระบบการเงิน (1) สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจทุกรายมีมาตรฐานป้องกันธุรกรรมผิดกฎหมายที่เข้มแข็ง สามารถตรวจจับสกัดกั้น และตอบสนองได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น จากการแบ่งปันข้อมูลและใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (2) ต้นทุนจากการเกิดความเสียหายต่อระบบโดยรวมลดลง (3) ระบบการเงินไทยไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนธุรกรรมผิดกฎหมาย ได้รับความน่าเชื่อถือในระดับสากล
  • ประเทศ (1) ทรัพยากรถูกจัดสรรไปสนับสนุนภาคธุรกิจที่สร้างผลผลิตจริงมากขึ้น (2) เสริมสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของไทยในเวทีโลก ทั้งด้านการลงทุนและมาตรฐานการกำกับดูแลภาคการเงิน

  • ประชาชนจะได้ความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงิน มีความสบายใจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศในแง่ความเป็นมืออาชีพและความปลอดภัยของระบบการเงิน
  • ธุรกิจในภาคการเงินมีการยกระดับการคัดกรองและตรวจสอบตัวตน/เหตุผลในการทำธุรกรรม ทั้งผู้ใช้บริการทั่วไป (KYC/CDD/EDD) และผู้ประกอบการร้านค้า (KYM) เพื่อป้องกันธรกรรม/พฤติกรรมการใช้บริการที่มีความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การจัดการปัญหาบัญชีม้าและการติดตามเส้นเงิน ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกของสถาบันการเงิน

ความร่วมมือของทุกภาคส่วนคือจุดสำคัญที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น กรอบความร่วมมือฯ จะช่วยให้ทุกช่องทางที่มีความเสี่ยงถูกปิดกั้นไปพร้อมกัน ทำให้ผู้กระทำความผิดโยกย้ายไปใช้ช่องทางอื่นได้ยากขึ้น นอกจากนี้ เนื่องจากผู้กระทำความผิดมีการปรับตัวตลอดเวลา แนวทางที่สามารถดำเนินการได้ คือ การเพิ่มต้นทุนการกระทำผิดให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ช่องทางที่เคยใช้ประโยชน์โดยง่ายมีความยากลำบากขึ้น

1. ธนาคารแห่งประเทศไทย  https://www.bot.or.th
2. สมาคมธนาคารไทย (TBA) สมาชิก 15 ธนาคาร https://www.tba.or.th
3. สมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) สมาชิก 24 ธนาคาร https://www.aib.or.th
4. สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ (GFA) สมาชิก 8 ธนาคาร https://gfa.or.th
5. สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทย (TEPA) สมาชิก 33 บริษัท https://tepa.or.th
6. สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS) สมาชิก 117 บริษัท https://www.tafexs.or.th

สมาคม/ชมรมของกลุ่มผู้ให้บริการ Non-bank สมาชิกรวม 157 บริษัท ได้แก่
7. ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต
8. ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล
9. สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ
10. สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย
11. สมาคมธุรกิจลีสซิ่งไทย
12. สมาคมธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไทย

การดำเนินการที่สำคัญของแต่ละหน่วยงานมีดังนี้ 

1. ธนาคารแห่งประเทศไทย 
• ยกระดับหลักเกณฑ์และมาตรฐานขั้นต่ำ รวมถึงการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง 
• วิเคราะห์ความเชื่อมโยง และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก (insights) รูปแบบพฤติกรรมความเสี่ยงและแนวปฏิบัติที่ดี (best practice) 
• ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธนาคารกลางต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ 

2. สมาคมธนาคารไทย
• สนับสนุนการยกระดับการยืนยันตัวตนของลูกค้า รวมถึงการรู้จักลูกค้า (KYC)1 การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า CDD2 และการตรวจสอบเชิงลึก EDD
• ร่วมกันจัดทํามาตรฐานกลาง (industry standard) ในการป้องกันและจัดการบัญชีที่มีความเสี่ยง 
• ยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมเงินสดที่มีความเสี่ยงสูง 
• นําข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการเฝ้าระวัง และป้องกันเชิงรุกสําหรับบัญชีและธุรกรรมที่มีความเสี่ยง 
• เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือและสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคธนาคาร หน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนภาคเอกชนอื่น 

3. สมาคมธนาคารนานาชาติ (Association of International Banks: AIB) 
• เสริมสร้างความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมผ่านสมาคมธนาคารนานาชาติ (AIB) โดยจัดเวทีหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ 
• ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเป็นระบบร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจการเงินในวงกว้าง 
• นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อปกป้องลูกค้าในเชิงรุก 
• ยกระดับมาตรฐานและการปฏิบัติงานในการ KYC/CDD/EDD 
• สนับสนุนรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งการปราบปรามการทุจริตและการฟอกเงินโดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกร่วมกัน  

4. สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ  
• สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและดิจิทัลแก่ประชาชนผ่านเครือข่ายชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เกษตรกร และประชาชนกลุ่มเปราะบาง  
• ยกระดับ KYC/CDD/EDD โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ สมาคมธนาคารไทย ภาครัฐ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างกัน 

5. สมาคมการค้าผู้ให้บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ไทยและผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน 
• ยกระดับ KYM[1] ในการรับชําระเงินให้ร้านค้าตลอดช่วงการให้บริการ เพื่อป้องกันไม่ให้บริการกับร้านค้าที่สนับสนุนการทําธุรกรรมผิดกฎหมาย
• ยกระดับ KYC/CDD/EDD ที่ทำสำหรับเจ้าของบัญชี e-Money และผู้ใช้บริการโอนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
• นำส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ต่อการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงในการตรวจจับและตรวจสอบเชิงระบบแก่หน่วยงานกำกับดูแล
• เป็นศูนย์กลางเผยแพร่ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นสมาชิกและไม่ใช่สมาชิกอย่างสม่ำเสมอ

6. สมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและบริการทางการเงิน (TAFEXS)
• พัฒนาระบบฐานข้อมูลบุคคลที่มีความเสี่ยง (Database for Risk and PEPs Screening) รวมถึงเชื่อมต่อกับระบบ Central Fraud Registry (CFR)
• จัดทำคู่มือการปฏิบัติงานด้าน AML/CFT ของอุตสาหกรรม
• สนับสนุนและผลักดันการยกระดับการบริหารความเสี่ยงด้าน AML/CFT

7. ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank lender)
• ยกระดับการตรวจจับและตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง โดยคำนึงถึงประเภทของลูกค้า ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง แหล่งที่มาของเงิน
• ยกระดับการแลกเปลี่ยนรูปแบบธุรกรรมหรือพฤติกรรมทางการเงินที่มีลักษณะผิดปกติ (patterns) ระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
• ส่งเสริมความร่วมมือด้านการฝึกอบรมและการแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างสมาคมที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ


[1] Customer Due Diligence
[2] Enhanced Due Diligence
[3] Know Your Merchant

สามารถเข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานได้ที่ https://www.bot.or.th/th/finsafeguard.html