การกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์

สาระสำคัญ

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 มีการประกาศ "พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568" (พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ) ในราชกิจจานุเบกษา และมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยผู้ประกอบธุรกิจภายใต้ขอบเขตของ พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่งฯ จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. และต้องถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด ทั้งนี้ ผู้ที่ประกอบธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ ก่อนวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนแก่ ธปท. ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ส่วนผู้ที่ประกอบธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนแก่ ธปท. ภายใน 120 วันนับจากวันที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

ทำไม ธปท. ต้องกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ

เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีการให้บริการประชาชนในวงกว้าง โดยยอดสินเชื่อมีสัดส่วนถึง 10% ของหนี้ครัวเรือน และ 1 ใน 3 ของธุรกรรมเช่าซื้อและลีสซิ่งเกิดจากการให้บริการของ non-bank ที่ยังไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้ ธปท. ทำหน้าที่กำกับดูแลเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่เป็นธรรม"

อ่านต่อ
hire purchase leasing
white

ประโยชน์จากการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ

พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการกำกับธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง ของ ธปท. 

อ่านต่อ
พ.ร.ฎ.เช่าซื้อลีสซิ่ง

  สาระ

  สำคัญ

hire purchase leasing

ผู้ประกอบธุรกิจใดบ้างที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ

ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลที่ให้บริการเช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติทุกราย ทั้งนี้ ไม่รวมผู้ประกอบธุรกิจที่มีหน่วยงานและกฎหมายกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ เช่น ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสหกรณ์แท็กซี่ เพราะมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้ว 

hire purchase leasing

hire purchase leasing

หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ

1. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด รวมถึงดูแลช่วยเหลือลูกค้าเมื่อมีปัญหา

2. เปิดเผยข้อมูลอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม

3. รายงานข้อมูลการประกอบธุรกิจ รวมถึงรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตน และนำส่งแบบรายงาน ให้ ธปท. รับทราบ

Check box

การรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตน

ผู้ประกอบธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่งฯ สามารถศึกษารายละเอียดการรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนได้ทางเว็บไซต์ ธปท.

อ่านต่อ

แนวทางกำกับดูแล

หลักการสำคัญในการออกหลักเกณฑ์และการกำหนดเรื่องแบบรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านต่อ

คำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อลีสซิ่ง

บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีลักษณะธุรกิจตามที่กำหนดใน พ.ร.ฎ.ฯ ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.ฯ รวมทั้งยังต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกำกับดูแลโครงสร้างและขอบเขตธุรกิจของกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินเช่นเดิม 

ไม่อยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.ฎ.ฯ

• ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นบุคคลธรรมดาที่ให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ด้วย 

1) การให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ 
2) การให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่เป็นสัญญาเช่าการเงิน (financial lease) 

ข้อมูลเพิ่มเติม

• ประเภทรถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
• พ.ร.ฎ.ฯ ไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ในรถ ดังนั้น จึงสามารถใช้รถเพื่อการส่วนตัว หรือเพื่อการค้าหรือธุรกิจ 

นิติบุคคลที่ให้บริการเช่าซื้อและให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นทางค้าปกติทุกรายต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.ฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของ ธปท. ดังนั้น แม้บริษัททำเพียงส่วนน้อย ยังต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.ฎ.ฯ ด้วย

พ.ร.ฎ.ฯ ให้อำนาจ ธปท. เป็นผู้กำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในส่วนที่ยังไม่มีผู้กำกับดูแลเป็นการเฉพาะ ใน 2 ด้านหลัก คือ

1) ด้านเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน และ

2) ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค

โดย ธปท. จะร่วมกับ สคบ. กำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์กำกับดูแลในส่วนที่เกี่ยวข้องให้มีความเหมาะสม ไม่ซ้ำซ้อน และไม่ขัดหรือแย้งกัน

ธปท. จะกำหนดหลักเกณฑ์โดยพิจารณาตามความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจ (risk proportionate) เป็นหลัก แต่ยังคงไว้ซึ่งหลักการของการกำกับดูแล โดยเน้นคุ้มครองผู้ใช้บริการรายย่อย และขณะเดียวกันจะให้เวลาผู้ประกอบธุรกิจได้ปรับตัวอย่างเพียงพอ 

ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ พ.ร.ฎ.ฯ นี้มีหน้าที่ต้องดำเนินธุรกิจตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด ดังนี้ 
1. รายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตนตามที่ ธปท. กำหนด
2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค 
3. รายงานข้อมูลการประกอบธุรกิจต่อ ธปท. โดยมีรายละเอียดและระยะเวลาตามที่ ธปท. กำหนด

พ.ร.ฎ.ฯ กำหนดบทกำหนดโทษแบ่งเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1) บทกำหนดโทษกรณีผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือ

ไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ฎ.ฯ หรือหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม พ.ร.ฎ.ฯ รวมถึงกรรมการ ผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือบุคคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตาม พ.ร.ฎ.ฯ
2) บทกำหนดโทษกรณีอื่น ๆ เช่น กรณีผู้ใดให้ถ้อยคำ อันเป็นเท็จต่อผู้ตรวจการ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการ

โดยทั้ง 2 กรณีข้างต้นมีบทกำหนดโทษครอบคลุมทั้งโทษจำคุก โทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

• ลูกค้าจะได้รับบริการทางการเงินที่มีมาตรฐาน ข้อมูลผลิตภัณฑ์ครบถ้วน ภายใต้ราคาและเงื่อนไขที่เหมาะสม รวมถึงเพดานอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ตลอดจนได้รับความช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้

• ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปรับตัวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและราบรื่น ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้จริง ไม่กระทบกับการประกอบธุรกิจหรือการปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชน

• หลักเกณฑ์ของ ธปท. มีเจตนารมณ์คุ้มครองลูกค้าทุกประเภท ตั้งแต่การกำหนดเงื่อนไขในสัญญาอย่างเป็นธรรม จนถึงการเปิดเผยข้อมูลและการเรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ อย่างเหมาะสม

• ทั้งนี้ ธปท. ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองดูแลลูกค้าบุคคลธรรมดา เนื่องจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมักเข้าถึงข้อมูลและมีความสามารถในการต่อรองน้อยกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ จึงเห็นว่าการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติม เช่น ประเภทรายการค่าบริการที่เรียกเก็บได้ ส่วนลดปิดบัญชี และการให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม จะช่วยคุ้มครองลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ใช้บริการเช่าซื้อลีสซิ่งได้อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิผลมากขึ้น

• ธปท. กำกับผู้ประกอบธุรกิจภายใต้หลักการ risk proportionality เช่นเดียวกับผู้ประกอบธุรกิจอื่นภายใต้การกำกับ โดยตรวจสอบตามความมีนัยสำคัญ ซึ่งพิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อภายใต้การกำกับทั้งหมด

• สำหรับผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่ที่มียอดคงค้างสินเชื่อในปริมาณมากจะได้รับการตรวจสอบที่ใกล้ชิดและเข้มข้นกว่ารายเล็ก

• นอกจากนี้ ธปท. มีการตรวจสอบในรูปแบบอื่น ๆ ควบคู่ด้วย เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบรายงานต่าง ๆ การตรวจสอบจากเรื่องร้องเรียนของลูกค้า รวมถึงการใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลในการช่วยตรวจสอบ (เช่น จับกระแสจาก Social Listening)

• สำหรับลูกค้าเช่าซื้อบุคคลธรรมดาเพื่อใช้ส่วนตัว ที่ได้ทำสัญญาไว้ก่อนวันที่ 3 ธ.ค. 68 ซึ่งประกาศมีผลบังคับใช้ ยังให้เป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่กำหนดในสัญญา เช่น เพดานอัตราดอกเบี้ย การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ส่วนลดปิดบัญชีก่อนกำหนด

• อย่างไรก็ดี สำหรับหลักเกณฑ์ในเรื่องอื่น เช่น การปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกเก็บและการเปิดเผยข้อมูลดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับ / ประเภทและรายการค่าบริการที่เรียกเก็บได้ / การให้บริการทางการเงินอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม / การใช้บริการจากผู้ให้บริการภายนอก ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 นั้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เหล่านั้นสำหรับลูกค้าทุกสัญญา (รวมทั้งสัญญาเก่าที่เกิดก่อน 3 ธ.ค. 68)

• ไม่ถือเป็นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ แต่จะมีบทลงโทษตาม พ.ร.ฎ. เช่าซื้อลีสซิ่งฯ เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. กำหนด โดยบทลงโทษมีทั้งโทษจำ โทษปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

• ในระหว่างนี้ ธปท. มีแผนจะจัดส่งจดหมายแจ้งเตือนให้มารายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวตน และเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการรายงานข้อมูลแล้ว ธปท. จะส่งจดหมายแจ้งเตือนอีกครั้งไปถึงผู้ที่ยังไม่มารายงาน เพื่อให้มารายงานข้อมูล

ผู้ประกอบธุรกิจทั้งรายเดิมและรายใหม่มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลเพื่อแสดงตัวต่อ ธปท. แต่ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ

สามารถติดต่อ ธปท. ผ่านช่องทาง email: hpls-bot@bot.or.th หรือโทร 1213