เจตนารมณ์และหลักการของกรอบความร่วมมือ
ธปท. และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ร่วมประกาศเจตนารมณ์ที่จะไม่ให้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือ ทางผ่าน หรือถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายและการทุจริต
กรอบความร่วมมือฉบับนี้จัดทำโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผนึกกำลังยกระดับการป้องกันเชิงรุก ไม่ให้ระบบการเงินไทยถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การทุจริต และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายทุกประเภท อันจะนำไปสู่การสร้างระบบการเงินที่มั่นคง ปลอดภัย และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างแท้จริง
กรอบความร่วมมือนี้กำหนดหลักการสำคัญ 5 ประการ เพื่อเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานที่เข้าร่วมนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและระดับความเสี่ยงของตน ดังนี้
1. การกำหนดทิศทาง นโยบาย และธรรมาภิบาลองค์กร (Leadership and Governance)
ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้มีการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิด โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำกับดูแลกิจการขององค์กร คณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงต้องกำหนดนโยบาย ทิศทาง และกรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม รวมทั้งติดตามประสิทธิผลและจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอ สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจ ระดับความเสี่ยง และรูปแบบภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป
2. การกำหนดแนวทางเพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างมีมาตรฐานและเป็นรูปธรรม (Effective Standards and Execution)
ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะกำหนดแนวทางเพื่อป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีมาตรฐานขั้นต่ำที่พึงปฏิบัติตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ ในการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง พร้อมมีกลไกติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมทั้งทบทวนและปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
3. การพัฒนาเชิงรุกด้วยความเชี่ยวชาญและข้อมูล (Expertise and Data-Driven Capability)
ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะมุ่งพัฒนาความสามารถและยกระดับประสิทธิผลในการป้องกันการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง โดยนำความเชี่ยวชาญ ข้อมูล เทคโนโลยี และศักยภาพที่เป็นจุดแข็งที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการเฝ้าระวัง ตรวจจับ และตอบสนองต่อความเสี่ยง รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชน
4. การเสริมสร้างความร่วมมือและองค์ความรู้ร่วมกัน (Collaboration and Collective Intelligence)
ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ รูปแบบการกระทำผิด (typology) สัญญาณเตือนภัย และแนวปฏิบัติที่ดี ระหว่างหน่วยงานที่เข้าร่วม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งภายในและระหว่างประเทศ ภายใต้กรอบกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจ และยกระดับความสามารถในการรับมือกับการใช้ระบบการเงินในทางที่ผิดที่มีความซับซ้อน ซึ่งมักอาศัยช่องว่างทางกฎหมายและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นเครื่องมือ
5. การคำนึงถึงผลกระทบอย่างสมดุล (Balanced Objectives)
ธปท. และหน่วยงานที่เข้าร่วมจะคำนึงถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมืออย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการเข้าถึงบริการทางการเงิน การแข่งขันที่เป็นธรรม และการส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงิน เพื่อให้มาตรการต่าง ๆ สามารถสร้างความปลอดภัยให้แก่ระบบการเงิน แม้อาจส่งผลกระทบต่อความสะดวกในการใช้บริการทางการเงินอยู่บ้าง แต่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเกินความจำเป็นต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และการพัฒนาระบบการเงิน รวมทั้งรักษาแรงจูงใจที่เหมาะสมและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการความเสี่ยง