คำถามพบบ่อย

หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยง

ของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสำหรับสถาบันการเงิน


มีผลบังคับใช้ 1 เมษายน 2569

คำถาม-คำตอบ

เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินถูกใช้เป็นช่องทาง/เครื่องมือสนับสนุนการทำความผิดหรือกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น การเคลื่อนย้าย หรือปกปิดแหล่งที่่มาของเงิน โดยเฉพาะธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด เช่น การถอนเงินสด หรือการขึ้นเงินจากเช็คที่ไม่ระบุชื่อผู้รับ 

การติดตามและตรวจสอบเส้นทางการเงินของธุรกรรมเงินสดทำได้ยาก เนื่องจากไม่มีการบันทึกข้อมูลการนำเงินสดไปใช้ รวมถึงไม่รู้ตัวตนของผู้ใช้เงินสด

สถาบันการเงินจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือเคลื่อนย้ายเงินจากการก่ออาชญากรรมเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะนี้

  • การเบิกถอนเงินสด
  • การเบิกถอนเงินที่เกี่ยวข้องกับเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี เช่น การถอนเงินโดยออกเป็นเช็คเงินสด หรือการนำเช็คเงินสดไปขึ้น

กรณีลูกค้าต้องการถอนเงินสดที่สาขา หรือ การเบิกถอน/ขึ้นเงินจากเช็คเงินสดที่ไม่ขีดคร่อมเข้าบัญชี โดยมีจำนวนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป

  • ลูกค้าต้องดำเนินการ (1) แสดงตัวตน/ข้อมูลปัจจุบัน เช่น กิจการ อาชีพ (2) แจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงินสด และแสดงเอกสารประกอบ (ถ้ามี)
  • หากลูกค้าไม่สามารถแจ้งวัตถุประสงค์/เหตุผล/ความจำเป็น หรือไม่สามารถให้เอกสาร/ข้อมูลที่จำเป็นได้ สถาบันการเงินไม่สามารถทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดดังกล่าวให้ได้

 

กรณีลูกค้าต้องการโอนเงิน หรือใช้เช็คที่ขีดคร่อมเข้าบัญชี จำนวนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป สามารถทำได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่ติดตามหรือตรวจสอบเส้นทางการเงินได้  

  • กรณีธุรกรรมเงินสดที่ยอดไม่สูงหรือความเสี่ยงต่ำ ใช้เวลาทำธุรกรรมไม่แตกต่างจากเดิม
  • กรณีธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้านบาท อาจใช้เวลามากขึ้นในบางกรณี จากการสอบถามข้อมูล/ขอเอกสารเพิ่มเติม

การตรวจสอบการทำธุรกรรมเงินสดเกิน 5 ล้านบาท ไม่เกี่ยวข้องกับการอายัดบัญชี

ดังนั้น แม้ลูกค้าจะไม่สามารถเบิกถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาทได้ (เนื่องจากไม่สามารถระบุชื่อผู้รับ/วัตถุประสงค์การใช้เงิน/ให้เอกสารประกอบ) ลูกค้ายังสามารถใช้บัญชีทำธุรกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ