ช่วงเวลาในการเปิดรับฟังความคิดเห็น
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
วัตถุประสงค์/หลักการ/เหตุผล
ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกประกาศ (1) ประกาศ ธปท. ที่ 55/2568 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 และ (2) ประกาศ ธปท. ที่ สนส. 12/2563 เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ซึ่งประกาศทั้ง 2 ฉบับมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการให้บริการทางการเงินของผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับของ ธปท. ให้มีความรับผิดชอบ เป็นธรรม และโปร่งใส รวมถึงได้รับการดูแลช่วยเหลือเมื่อมีปัญหาในการชำระหนี้
ดังนั้นเพื่อให้ ธปท. กำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (ผู้ประกอบธุรกิจฯ) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ดังกล่าว ธปท. จึงเห็นควรกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่เข้าเงื่อนไข ต้องจัดทำและนำส่งรายงานข้อมูลตามขอบเขตที่กำหนด ดังนี้
1. ผู้ประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดการประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2568 ที่มียอดคงค้างสินเชื่อเช่าซื้อลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ไม่รวมรายได้รอการตัดบัญชี ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดทำและนำส่งแบบรายงาน (1) ข้อมูลสินเชื่อเช่าซื้อลีสซิ่งและข้อมูลอ้างอิงผู้กู้ (Counterparty) (2) ข้อมูลยอดรวมรถยึดและ Loss on Sale เฉพาะในส่วนธุรกรรมสินเชื่อเช่าซื้อลีสซิ่ง (รวมถึงธุรกรรมขายและเช่ากลับโดยทำเป็นสัญญาเช่าซื้อหรือลีสซิ่ง) และ (3) ข้อมูลงบการเงินและรายละเอียดประกอบ
2. ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สถาบันการเงิน ที่มีสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ตามประกาศกระทรวงการคลังว่าด้วยกิจการที่ต้องขออนุญาตตามข้อ 5 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 58 (เรื่อง สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกํากับ) ที่มียอดคงค้างสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ต้องจัดทำและนำส่งแบบรายงานข้อมูลยอดรวมรถยึด และ Loss on Sale เฉพาะในส่วนธุรกรรมสินเชื่อจำนำทะเบียน
3. การพิจารณายอดคงค้างสินเชื่อตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปให้พิจารณา ณ วันสิ้นเดือนที่ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ และทุกวันสิ้นปี โดยผู้ประกอบธุรกิจฯ ที่มียอดคงค้างสินเชื่อเข้าหลักเกณฑ์การรายงานแล้วให้จัดทำและนำส่งรายงานข้อมูลตามประกาศนี้อย่างต่อเนื่องแม้ยอดคงค้างสินเชื่อในภายหลังต่ำกว่าที่กำหนด