อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่
BPM7…สู่โฉมใหม่ของการเผยแพร่สถิติดุลการชำระเงินของไทย
ตามที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ได้เผยแพร่คู่มือการจัดทำสถิติดุลการชำระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ ฉบับที่ 7 (Integrated Balance of Payments and International Investment Position Manual, seventh edition : BPM7) ในเดือนมีนาคม 2568 ทดแทนฉบับเดิม (Balance of Payments and International Investment Position Manual : BPM6) เพื่อสะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่มีความซับซ้อนจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้เตรียมความพร้อมในการปรับปรุงการเผยแพร่ข้อมูลสถิติดุลการชำระเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อยกระดับคุณภาพข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานข้อมูลดุลการชำระเงินในมิติต่างๆ
บทความฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลงสำคัญและผลกระทบต่อผู้ใช้งานสถิติ โดยการปรับการเผยแพร่ในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญประกอบด้วย (1) การปรับปรุงคำศัพท์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (2) การจำแนกรายละเอียดหมวดค่าบริการในดุลบัญชีเดินสะพัด จาก 10 หมวด เป็น 15 หมวด และ (3) การปรับวิธีแสดงเครื่องหมายในดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย (Sign Convention) เพื่อให้สะท้อนทิศทางเงินทุนตามการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของสินทรัพย์และหนี้สิน ทั้งนี้ ธปท. จะเริ่มเผยแพร่ข้อมูลรูปแบบใหม่ในเดือนมิถุนายน 2569 โดยจะมีการปรับข้อมูลย้อนหลังไปจนถึงปี 2548 เพื่อให้ข้อมูลมีความต่อเนื่อง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์วิจัยเชิงลึก
1. บทนำ : วิวัฒนาการสู่มาตรฐาน BPM7
นับตั้งแต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เริ่มเผยแพร่คู่มือการจัดทำสถิติดุลการชำระเงินฉบับแรกในปี 2491 มาตรฐานสถิติภาคต่างประเทศได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในปี 2568 IMF ได้เผยแพร่คู่มือการจัดทำสถิติดุลการชำระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ ฉบับที่ 7 (Integrated Balance of Payments and International Investment Position Manual, seventh edition : BPM7) ซึ่งเป็นฉบับล่าสุดเพื่อยกระดับมาตรฐานสถิติภาคต่างประเทศให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
BPM7 เป็นการวางกรอบแนวคิดที่ครอบคลุมการวิเคราะห์เศรษฐกิจในยุคใหม่ ผ่านสองดัชนีสำคัญที่เปรียบเสมือนเครื่องมือวัดสุขภาพทางการเงินภาคต่างประเทศ ได้แก่:
ดุลการชำระเงิน (Balance of Payments: BOP): บัญชีที่บันทึกรายการธุรกรรมทางเศรษฐกิจระหว่าง "ผู้อยู่อาศัยในประเทศ" กับ "ผู้มีถิ่นฐานอยู่ในต่างประเทศ" ภายในระยะเวลาหนึ่ง เปรียบเสมือนงบกระแสเงินสดที่สะท้อนถึงการไหลเข้าและออกของเงินทุนผ่านการค้า บริการ และการลงทุน โดยแบ่งเป็น ดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลบัญชีเงินทุน และดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย
ฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment Position: IIP): งบแสดงสถานะ "ยอดคงค้าง" ของสินทรัพย์และหนี้สินทางการเงินที่ผู้อยู่อาศัยในประเทศมีต่อผู้มีถิ่นฐานอยู่ในต่างประเทศ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เปรียบเสมือนงบดุลที่แสดงถึงความมั่งคั่งหรือภาระหนี้สินคงค้างของประเทศต่อโลก
โดยได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิดหลัก 4 ประการ ได้แก่ (1) ความยั่งยืนของภาคต่างประเทศ (2) โลกาภิวัตน์ (3) นวัตกรรมทางการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัล และ (4) การเงินเพื่อความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งโครงสร้างบัญชีหลักใน BPM7 ยังคงรูปแบบพื้นฐานเช่นเดียวกับ คู่มือดุลการชำระเงินและฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ ฉบับที่ 6 (Balance of Payments and International Investment Position Manual : BPM6) อย่างไรก็ดี ได้มีการปรับปรุงรายละเอียด แนวคิด และคำนิยามในหลายรายการเพื่อให้สอดคล้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันกับกรอบสถิติทางเศรษฐกิจมหภาคอื่น ๆ อาทิ ระบบบัญชีประชาชาติปี 2025 (System of National Accounts 2025 : SNA 2025) คู่มือสถิติการคลังภาครัฐ (Government Finance Statistics Manual 2014 : GFSM2014) และคู่มือสถิติการเงินและการธนาคาร (Monetary and Financial Statistics Manual and Compilation Guide : MFSM2016) การบูรณาการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้สถิติแต่ละด้านสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเอื้อให้ผู้ใช้งาน ทั้งนักวิเคราะห์เชิงนโยบายและผู้ใช้งานทั่วไป สามารถตีความข้อมูลทางเศรษฐกิจได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกันมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการวิเคราะห์เชิงนโยบายได้ดียิ่งขึ้น
สาระสำคัญของการปรับปรุงมาตรฐาน BPM7 ประกอบด้วย (1) การปรับปรุงคำศัพท์ให้เข้าใจง่ายขึ้น และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลอื่น ๆ (2) การจำแนกรายละเอียดหมวดค่าบริการ และการจำแนกภาคเศรษฐกิจ เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน (3) การจัดหมวดหมู่สินทรัพย์ดิจิทัลและการวัดมูลค่าเครื่องมือทางการเงินบางประเภทใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อผู้ใช้งานสามารถวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศได้ และ (4) การอธิบายนิยาม หรือหลักเกณฑ์การบันทึกธุรกรรมประเภทใหม่ที่เกิดขึ้นตามนวัตกรรมทางการเงินของโลกที่เปลี่ยนไป
IMF ได้สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกตั้งเป้าหมายในการดำเนินการปรับใช้มาตรฐาน BPM7 และ SNA 2025 ภายในช่วงเวลาปี 2572-2573 เพื่อยกระดับคุณภาพ ความเทียบเคียงได้ และความน่าเชื่อถือของสถิติเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำหรับประเทศไทย ธปท. โดยฝ่ายบริหารข้อมูลและดาต้าอนาไลติกส์ (ฝขอ.) ได้ดำเนินการปรับปรุงกระบวนการเผยแพร่สถิติดุลการชำระเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐาน BPM7 เพื่อให้สามารถสะท้อนโครงสร้างและกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ของประเทศได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีกำหนดเผยแพร่ชุดข้อมูล (series) รูปแบบใหม่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
2. การเปลี่ยนแปลงการเผยแพร่สถิติดุลการชำระเงินของไทย
การเปลี่ยนแปลงการเผยแพร่สถิติดุลการชำระเงินของ ธปท. ในครั้งนี้ นอกเหนือจากจะปรับให้สอดคล้องตามคู่มือ BPM7 แล้ว ยังได้มีการปรับปรุงการแสดงผลเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสามารถสรุปได้ ดังนี้
2.1 การเปลี่ยนแปลงคำศัพท์ทางสถิติ (Terminology update)
BPM7 มีการปรับปรุงคำศัพท์ให้สอดคล้องกับระบบบัญชีประชาชาติ (SNA 2025) มากยิ่งขึ้น เพื่อให้การสื่อสารคำศัพท์เดียวกันภายใต้ข้อมูลสถิติเศรษฐกิจมหภาค (Macroeconomics statistics) มีความชัดเจน เข้าใจง่าย และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคำศัพท์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ดังนี้
2.1.1 รายการภายใต้ดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account: CA)
ตารางที่ 1 คำศัพท์ภายใต้ดุลบัญชีเดินสะพัดที่เปลี่ยนแปลงในการเผยแพร่ข้อมูลของ ธปท.
2.1.2 รายการความคลาดเคลื่อนสุทธิ (Net errors and omissions)
รายการความคลาดเคลื่อนสุทธิ (Net errors and omissions) ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ (Statistical discrepancies)” เพื่อเพิ่มความชัดเจนและความสอดคล้องกับกรอบการจัดทำสถิติเศรษฐกิจ (Macroeconomic statistical frameworks) โดยเฉพาะระบบบัญชีประชาชาติ1 และหลีกเลี่ยงการตีความและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องในการประมวลผลสถิติที่ในทางปฏิบัติ ความคลาดเคลื่อนมักเกิดจากปัจจัย ความไม่สมบูรณ์ของข้อมูล เช่น ความแตกต่างของช่วงเวลาการบันทึกข้อมูล ความไม่ครบถ้วนของข้อมูล หรือข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล มากกว่าขั้นตอนการประมวลผล
2.2 การเพิ่มรายละเอียดการจำแนกหมวดของค่าบริการ
ปรับการจำแนกหมวดค่าบริการจากเดิม 10 หมวดเป็น 15 หมวดเพื่อให้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและบริการข้ามพรมแดน และให้สามารถจำแนกและวิเคราะห์กิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างละเอียดมากขึ้น ทั้งนี้ การจำแนกหมวดค่าบริการดังกล่าวเป็นการแตกรายละเอียดจากหมวดค่าบริการทางธุรกิจอื่น ๆ (Other business services) ส่งผลให้ยอดรวมของภาคบริการยังเท่าเดิม
ตารางที่ 2 เปรียบเทียบรายการที่เผยแพร่ในหมวดค่าบริการแบบเดิมและใหม่
2.3 การปรับวิธีการแสดงเครื่องหมายในดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย (Sign Convention)
ปรับวิธีการแสดงเครื่องหมายในดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายให้สอดคล้องกับการบันทึกฐานะการลงทุนระหว่างประเทศ (International Investment Position : IIP) ที่เป็นข้อมูลยอดคงค้างการลงทุน เพื่อให้ข้อมูลยอดคงค้างและธุรกรรมมีความสอดคล้องกัน (Stock-Flow Consistency) โดยปรับการแสดงเครื่องหมายข้อมูลในดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายใน BPM7 ตามการเปลี่ยนแปลงสุทธิของสินทรัพย์ทางการเงิน (Net acquisition of financial assets) หรือหนี้สิน (Net incurrence of liabilities) โดยค่าบวกแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิหรือหนี้สินสุทธิ และค่าลบแสดงถึงการลดลงของสินทรัพย์สุทธิหรือหนี้สินสุทธิ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ข้อมูลเข้าใจง่ายขึ้นว่ามีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นหรือก่อหนี้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องกลับเครื่องหมาย
จากการปรับวิธีการแสดงเครื่องหมายส่งผลให้การคำนวณดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายในรูปแบบใหม่จะคำนวณจาก สินทรัพย์ทางการเงินสุทธิ หัก หนี้สินทางการเงินสุทธิ (Net acquisition of financial assets – Net incurrence of liabilities) (ตัวอย่างตาม รูปที่ 1)
หากดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายแสดง ค่าเป็นบวก เกิดได้จาก
1. การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิ มากกว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้สินสุทธิ หรือ
2. สินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง หรือ
3. การลดลงของสินทรัพย์สุทธิ น้อยกว่า การลดลงของหนี้สินสุทธิ
และในทางตรงข้าม หากดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายแสดง ค่าเป็นลบ เกิดได้จาก
1. การลดลงของสินทรัพย์สุทธิ มากกว่าการลดลงของหนี้สินสุทธิ หรือ
2. สินทรัพย์สุทธิลดลง ในขณะที่หนี้สินสุทธิเพิ่มขึ้น หรือ
3. การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์สุทธิ น้อยกว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้สินสุทธิ
รูปที่ 1 ตัวอย่างการคำนวณสินทรัพย์และหนี้สินสุทธิ
เมื่อพิจารณาตารางตัวอย่างเปรียบเทียบ จะพบว่าข้อมูลดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายเฉพาะข้อมูลด้านสินทรัพย์ ชุดใหม่ถูกบันทึกมูลค่าด้วยเครื่องหมายในทิศทางตรงกันข้ามกับชุดข้อมูลเดิม อย่างไรก็ตามข้อมูลดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายด้านหนี้สิน ตลอดจนข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลบัญชีทุน ดุลการชำระเงิน และความคลาดเคลื่อนทางสถิติ ยังคงบันทึกมูลค่าด้วยเครื่องหมายเดิม
ตารางที่ 3 ตัวอย่างการแสดงผลข้อมูลดุลการชำระเงินเปรียบเทียบแบบเดิมและแบบใหม่
2.4 การคำนวณดุลการชำระเงินและความคลาดเคลื่อนทางสถิติ
จากการปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้ายให้มีทิศทางตรงกันข้ามกับชุดข้อมูลเดิม จึงมีการปรับสมการในการคำนวณดุลการชำระเงิน แต่มิได้ส่งผลให้มูลค่าและเครื่องหมายของดุลการชำระเงินและ ความคลาดเคลื่อนทางสถิติเปลี่ยนแปลงไป การคำนวณที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้
เดิม: ดุลการชำระเงิน = ดุลบัญชีเดินสะพัด + ดุลบัญชีเงินทุน + ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย + ความคลาดเคลื่อนสุทธิ
ใหม่: ดุลการชำระเงิน = ดุลบัญชีเดินสะพัด + ดุลบัญชีเงินทุน – ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย + ความคลาดเคลื่อนสุทธิ
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ธปท. จึงปรับปรุงตารางเผยแพร่ข้อมูลสถิติบนเว็บไซต์ ธปท. ภายใต้หัวข้อ “สถิติและข้อมูลเผยแพร่” หมวดย่อย “สถิติเศรษฐกิจภาคต่างประเทศของไทย”และ เผยแพร่ข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่งวดข้อมูล 2548 ในรอบการเผยแพร่ข้อมูล มิถุนายน 2569 รายละเอียดโดยสรุป ดังนี้
- ตารางที่ยุติการปรับปรุงข้อมูล (Discontinued series) และมีตารางใหม่มาทดแทน โดยแบ่งเป็น ตารางที่ยุติการปรับปรุงข้อมูล จำนวน 22 ตาราง ย้ายไปแสดงอยู่ในหมวด "ตารางที่ยุติการปรับปรุงข้อมูล" และ มีตารางใหม่มาทดแทน โดยปรับปรุงให้กระชับ ลดความซ้ำซ้อน และปรับเปลี่ยนรายละเอียดให้สอดคล้องตาม BPM7 ทั้งนี้ ตารางใหม่อยู่ภายใต้หมวดหมู่ “ดุลการชำระเงิน” จำนวน 4 ตาราง และภายใต้หมวดหมู่ “ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย” จำนวน 8 ตาราง
- ตารางที่ปรับปรุงชื่อตาราง จำนวนทั้งสิ้น 4 ตาราง โดยเป็นตารางภายใต้หมวด “ดุลบัญชีเงินทุนเคลื่อนย้าย” ทั้งหมด
3. บทสรุป
การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐาน BPM7 ของประเทศไทยในครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับ “คุณภาพของข้อมูลสถิติ” ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกยุคใหม่มากยิ่งขึ้น แม้ว่าผู้ใช้งานอาจต้องใช้เวลาในการปรับความคุ้นเคยกับคำศัพท์และวิธีการแสดงเครื่องหมายในระยะแรก แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะนำไปสู่ประโยชน์ในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านความชัดเจนในการวิเคราะห์ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย ความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูลกับนานาชาติได้อย่างสอดคล้อง และการสะท้อนโครงสร้างเศรษฐกิจภาคต่างประเทศที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของเศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรมทางการเงิน นอกจากนี้ ความละเอียดของข้อมูลที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการแยกแยะสินทรัพย์และหนี้สินได้อย่างชัดเจน จะช่วยสนับสนุนให้นักวิเคราะห์และผู้กำหนดนโยบายสามารถประเมินทั้งความเสี่ยงและโอกาสของภาคต่างประเทศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ในภาพรวม การปรับปรุงครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงเทคนิค แต่เป็นการ “ปรับโฉม” ระบบสถิติให้เป็นรากฐานสำคัญของระบบนิเวศข้อมูล (data ecosystem) ที่เข้มแข็ง และพร้อมรองรับการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของไทยให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนในระยะยาว
1 System of National Accounts 2008, Chapter 18, Paragraphs 18.14–18.17 (“3. Discrepancies”)
ผู้จัดทำ
จารุพัฒน์ เอี่ยมพุ่ม
ธัญพิชชา เสือเปลี่ยว
Stat Horizon มิถุนายน 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่