Virtual Bank ธนาคารแบบใหม่ในยุคดิจิทัล
มากกว่าแค่สะดวก แต่เข้าใจการเงินของคุณ
ตอนนี้ทุกคนไปธนาคารกันน้อยลงไหม? เพราะแค่มีมือถือเครื่องเดียว ก็สามารถโอนเงิน จ่ายบิล สแกนจ่ายหน้าร้าน หรือแม้แต่จัดการเรื่องการเงินต่าง ๆ ได้ภายในไม่กี่นาที
ในขณะที่ระบบการชำระเงินไทยพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สร้างความสะดวกและเข้าถึงผู้ใช้บริการได้มากขึ้นนั้น แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า จริง ๆ แล้วยังมีคนอีกไม่น้อยที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (unserved) หรือยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอ (underserved) ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีรายได้ไม่ประจำ ไม่มีหลักฐานรายได้ชัดเจน ส่วนใหญ่มักถูกปฏิเสธคำขอสินเชื่อจากธนาคารทั่วไป และผู้ที่มีรายได้น้อย รายได้ไม่แน่นอน ยังไม่มีทางเลือกในการออมเงินที่หลากหลายและเหมาะสมกับตนเอง
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลังจึงได้ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือที่เรียกว่า “Virtual Bank” เพื่อเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินสำหรับกลุ่ม unserved และ underserved โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 กระทรวงการคลังได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง Virtual Bank จำนวน 3 ราย ซึ่งจะทยอยเข้ามาให้บริการแก่คนไทยเร็ว ๆ นี้
Virtual Bank หรือ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา เป็นรูปแบบใหม่ของธนาคารที่ให้บริการผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลที่หลากหลายเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพบริการทางการเงินที่มีอยู่เดิม รวมถึงพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการและความเสี่ยงที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการจากธนาคารในปัจจุบัน
แม้ว่า Virtual Bank จะเป็นเรื่องใหม่ ๆ ในไทย แต่แนวคิดนี้ได้ถูกบุกเบิกและให้บริการในต่างประเทศมาแล้วหลายปี โดยเป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น Internet Only Bank ของเกาหลีใต้ Neobank ของสหราชอาณาจักร Digital Bank ของมาเลเซียและสิงคโปร์
แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรก็ตาม การมี Virtual Bank ในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกมักมีเป้าหมายหลัก ๆ อยู่ 2 แบบ ได้แก่
ข้อแรกคือ ส่งเสริมการแข่งขันและนวัตกรรมในระบบสถาบันการเงิน ตัวอย่างเช่นที่สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย เปิดให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาแบบไม่จำกัดจำนวน ซึ่งมีบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ขนาดเล็ก ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามานำเสนอบริการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ใช่ว่าทุกแห่งจะประสบความสำเร็จ เพราะก็มีบางบริษัทที่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะรายที่มีขนาดเล็กและไม่ได้มีเงินทุนสูงมากนัก
ตัวอย่างของ Virtual Bank ที่ประสบความสำเร็จก็อย่างเช่น Starling Bank ในสหราชอาณาจักร ซึ่งนำเสนอบริการโอนเงินระหว่างประเทศที่มีค่าธรรมเนียมถูกลง และบริการ Business toolkits ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs สามารถจัดการบัญชีและการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น และ Up Bank ในออสเตรเลียที่นำเสนอบริการทางการเงินที่กระตุ้นวินัยการใช้จ่ายและออมเงินในกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น
สำหรับ Virtual Bank ที่ประสบปัญหาก็มีเช่นกัน เช่น Xinja Bank ในออสเตรเลีย ซึ่งประสบปัญหาสภาพคล่องและต้องปิดกิจการเพราะมีทุนสำรองไม่เพียงพอ และไม่สามารถระดมเงินทุนเพิ่มเพื่อนำไปใช้ขยายสินเชื่อได้ อย่างไรก็ดี การปิดตัวลงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อลูกค้าโดยตรง โดยมีหน่วยงานคอยกำกับดูแลให้บริษัทมีแผนการเลิกธุรกิจ (exit plan) ที่เหมาะสมเพื่อรองรับการปิดกิจการ
ส่วนเป้าหมายข้อที่สองคือ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน โดยไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน ตัวอย่างเช่นในประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งจำกัดจำนวนธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา และมีการเปิดให้ผู้สมัครเข้ามาขอใบอนุญาตเป็นรอบ ๆ ซึ่งไทยเราก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้วิธีการขอใบอนุญาตในลักษณะนี้
ข้อสังเกตสำคัญคือ ผู้ให้บริการ Virtual Bank ในประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง และมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและการเงินสูง ตัวอย่างเช่น Kakao Bank ในเกาหลีใต้ มีผู้ใช้บริการกว่า 25 ล้านราย โดยผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นก็คือ เงินฝากเพื่อส่งเสริมการออม ซึ่งเสนอผลประโยชน์ในรูปแบบดอกเบี้ยและ Virtual Gifts ต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าออมเงินจนครบตามเงื่อนไข รวมถึงให้บริการสินเชื่อสำหรับกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตค่อนข้างสูง (low-to-mid credit score) โดยใช้ข้อมูลจากพันธมิตรทางธุรกิจในเครือของตนเอง เช่น พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ มาประเมินความเสี่ยงของลูกค้าที่ไม่มีประวัติเครดิตหรือมีน้อยให้แม่นยำมากขึ้น
Virtual Bank ที่กำลังจัดตั้งขึ้นในไทย จะจดทะเบียนเป็นธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาที่ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป โดย ธปท. มุ่งเน้นให้ Virtual Bank นำความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่มีอยู่มาพัฒนาบริการทางการเงินใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่ม unserved และ underserved โดยประโยชน์ที่คาดว่าคนไทยจะได้รับในช่วงแรกนี้คือ ผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์
ในภาพรวม Virtual Bank จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยมีผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตรงกับความต้องการ สถานะทางการเงิน การประกอบอาชีพ และวิถีการดำรงชีวิตมากยิ่งขึ้น เช่น
ในด้านสินเชื่อ Virtual Bank จะออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ารายย่อยและ SMEs ได้ตรงจุดมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่วงเงินไม่สูงนัก ในอัตราดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับความเสี่ยง และมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่เหมาะกับรายรับ-รายจ่ายของผู้กู้ โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลทั้งในภาคการเงินและนอกภาคการเงินในการวิเคราะห์พฤติกรรม ความน่าเชื่อถือของลูกค้า และต้นทุนความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนและ SMEs มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสมกับตนเองมากขึ้น
ในด้านเงินฝาก Virtual Bank จะเข้ามาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมวินัยการออมสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อยหรือรายได้ไม่สม่ำเสมอ โดยสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของลูกค้าแต่ละราย เช่น ดอกเบี้ยในอัตราที่สูง และรางวัลอื่น ๆ ที่ตรงกับความชอบของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าออมเงินด้วยจำนวนเงินน้อย ๆ แต่สม่ำเสมอได้
นอกจากนี้ Virtual Bank ยังจะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงิน โดยเฉพาะความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ผ่านการพัฒนารูปแบบบริการ กระบวนการทำงาน และขั้นตอนการใช้บริการบนช่องทางดิจิทัล ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป และเท่าทันกับทิศทางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินในโลก
ไม่เพียงเท่านั้น Virtual Bank ยังช่วยส่งเสริมการแข่งขันและลดต้นทุนบริการทางการเงิน เพราะต้นทุนการดำเนินงานที่น้อยลงในหลายด้าน เช่น ค่าจ้างพนักงาน เงินลงทุนอาคารและสถานที่ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ทำให้สามารถลดค่าธรรมเนียมและค่าบริการลงได้ ที่สำคัญ นวัตกรรมและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ๆ ของ Virtual Bank จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในระบบสถาบันการเงินโดยรวม เพราะธนาคารพาณิชย์อื่นต้องปรับตัวและยกระดับประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถแข่งขันได้
Virtual Bank ไม่มีสาขา แต่ยังรับฝากเงินและให้ถอนเงินได้
หลายคนอาจสงสัยว่า จะฝากเงินหรือถอนเงินกับ Virtual Bank ที่ให้บริการแบบออนไลน์ได้ไหม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้ไม่มีสาขาแต่ Virtual Bank ก็ยังให้บริการธุรกรรมพื้นฐานเหล่านี้ได้ ผ่านระบบและจุดให้บริการต่าง ๆ เช่น ตัวแทนทางการเงิน (banking agent) และ ตู้ ATM ของผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางการเงินได้สะดวกและครบครันยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทำให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในระบบการเงินร่วมกัน จะทำให้ยิ่งคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ธปท. ให้ความสำคัญทั้งในกระบวนการคัดเลือก ตลอดจนการกำกับดูแล Virtual Bank อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มแรกของการให้บริการ ธปท. จะติดตามและกำกับดูแล Virtual Bank ในมิติต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่า การบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ มีความมั่นคง ปลอดภัย และสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างราบรื่น
มิติที่ 1 ศักยภาพของผู้ให้บริการ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ Virtual Bank ทั้ง 3 รายนั้น เป็นผู้ที่ผ่านการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติแล้วว่า มีแผนประกอบธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย มีคณะผู้บริหารที่มีความสามารถ มีธรรมาภิบาล และมีความเชี่ยวชาญในด้านการให้บริการผ่านช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ Virtual Bank จะต้องมีแนวทางบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับธุรกิจการเงินให้รัดกุมเพียงพอ รวมถึงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งพร้อมที่จะสนับสนุนการลงทุนระบบต่าง ๆ ที่ทันสมัยและมีมาตรฐาน และมีเงินทุนรองรับการให้บริการต่าง ๆ ได้โดยไม่สะดุด
มิติที่ 2 การกำกับดูแลความเสี่ยง ธปท. จะมีการกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง (risk proportionate) อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการและไอทีที่มีประสิทธิภาพและมีความเสถียร การใช้บริการ outsources ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถให้บริการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่มาจากแหล่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และปลอดภัย รวมถึงเสนอผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับกลุ่ม unserved และ underserved ได้อย่างเหมาะสม
มิติที่ 3 เสถียรภาพระบบการเงิน เพื่อไม่ให้การเข้ามาของ Virtual Bank กระทบต่อลูกค้า ผู้ฝากเงิน และเสถียรภาพระบบการเงินในภาพรวม ธปท. จึงส่งเสริมให้ Virtual Bank มีแนวทางประกอบธุรกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการใช้กลยุทธ์การแข่งขันที่ไม่เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น การลดราคาเพื่อแย่งชิงลูกค้าจนกระทบฐานะทางการเงิน การให้สินเชื่อที่กระตุ้นการก่อหนี้เกินตัวและซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน การใช้อำนาจตลาดเอื้อประโยชน์แก่บริษัทในเครือและผู้ถือหุ้นที่ไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ เมื่อ Virtual Bank แต่ละรายดำเนินกิจการครบ 5 ปีแล้ว ธปท. จะทำการประเมินอีกครั้งก่อนที่จะอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ (full-functioning) โดยหลังจากนั้น ธปท. จะยังคงกำกับดูแลให้มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และเป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
ในปี 2569 นี้ ระบบการเงินไทยจะก้าวหน้าไปอีกขั้นด้วยการเปิดให้บริการของ “Virtual Bank” ธนาคารแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบที่ให้บริการออนไลน์ ไม่ได้แค่เพียงช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังช่วยทำให้การเข้าถึงบริการทางการเงินสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงมากยิ่งขึ้นด้วย
ธนาคารแห่งประเทศไทยมุ่งหวังว่า Virtual Bank จะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินของคนไทย และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน