กนง. สัญจรเชียงใหม่
ฟังเสียงผู้ประกอบการเมืองเหนือ
เจาะลึกเรื่องจริงเศรษฐกิจไทย

กนง. สัญจร เชียงใหม่

ต้องยอมรับว่าปี 2569 ไม่ง่ายเลยสำหรับคนทำธุรกิจ เพราะนอกจากต้องรับมือกับมรสุมที่ถาโถมสะสมหลายระลอก ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ กลางสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลไปสู่วิกฤตพลังงาน ทั้งยังต้องปรับตัวให้ทันกระแส AI ที่เข้ามาดิสรัปต์ทุกวงการ ทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนสร้างแรงกระเพื่อมระดับที่แตกต่างกันต่อผู้ประกอบการไทย

 

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความสำคัญกับการเจาะลึกสถานการณ์จริงของเศรษฐกิจไทยอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2569 นี้ กนง. ได้เดินทางขึ้นเหนือไปที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อฟังเสียงสะท้อนและการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ ผ่านโครงการ “กนง. สัญจร” ซึ่งพระสยาม BOT Magazine ขอนำเรื่องราวจากวงสนทนาระหว่างกรรมการ กนง. ผู้บริหาร ธปท. และผู้ประกอบการใน 2 อุตสาหกรรม ได้แก่ อาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มาเล่าสู่กันฟัง 

การรับฟังที่สำคัญไม่แพ้ตัวเลข 

คุณดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. และเลขานุการ กนง. เล่าความเป็นมาของโครงการ กนง. สัญจร ว่าการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจากหลายช่องทางเป็นหัวใจหลักในการดำเนินนโยบายการเงินที่ กนง. ยึดถือมาโดยตลอด การรับฟังมุมมองเชิงลึกจากภาคธุรกิจ ทั้งในแง่โอกาส ปัญหา และการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดจากความท้าทายจึงมีความสำคัญมาก และเป็นจังหวะดีที่จะทำให้ทราบความต้องการของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐและ ธปท. อีกด้วย 

่กนง. สัญจร เชียงใหม่

เช่นเดียวกับคุณปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. และรองประธาน กนง. ที่เห็นว่า การทำนโยบายการเงินต้องเข้าใจความท้าทายของเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง เพื่อช่วยปลดล็อกปัญหาให้ตรงจุด และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่

 

“ผมมองว่าผู้ประกอบการของไทยเรามีศักยภาพสูงมากครับ การได้มาคุยกันเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ได้เห็นพลังความมุ่งมั่นและความสามารถของผู้ประกอบการ ภาครัฐก็มีบทบาทในการปลดล็อกหลายอย่างโดยเฉพาะการออกแบบกฎกติกา ซึ่งเราจะนำข้อมูลและคำแนะนำไปดำเนินนโยบายการเงินต่อไป” คุณปิติกล่าว

่กนง. สัญจร เชียงใหม่

ที่สำคัญคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. และประธาน กนง. เน้นย้ำว่า ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับจะถูกนำไปใช้ออกแบบมาตรการช่วยเหลือให้ตรงจุด เพราะ กนง. ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขสถิติอย่างเช่น GDP เงินเฟ้อ หรือการจ้างงานเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ในภาคเศรษฐกิจจริง (real sector) ผ่านโครงการ Business Liaison Program (BLP) ซึ่งเป็นทีมงานของ ธปท. ที่ลงพื้นที่ไปพบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเก็บข้อมูลที่สะท้อนสถานการณ์ล่าสุดมาให้ กนง. ใช้มองภาพเศรษฐกิจไทยร่วมกับข้อมูลสถิตินั่นเอง

 

“การสัญจรมาที่เชียงใหม่ครั้งนี้ กนง. อยากมาเจอผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง เพื่อฟังเสียงสะท้อนและรับทราบสถานการณ์เศรษฐกิจว่าตอนนี้น่าเป็นห่วงแค่ไหน มีปัญหาอะไรบ้าง ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่สำคัญของ ธปท. นั่นคือ ยื่นมือ ติดดิน” คุณวิทัยกล่าวถึงการลงพื้นที่ในโครงการ กนง. สัญจร ครั้งแรกในฐานะผู้ว่าการ ธปท.

กนง. สัญจร เชียงใหม่

จากไร่สู่เรือส่งออก : เจาะลึกธุรกิจอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูป

ภาคเหนือขึ้นชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแห่งหนึ่งของไทย อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปและสินค้าเกษตรจึงเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญในพื้นที่ เมื่อมีการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สงครามในตะวันออกกลาง รวมไปถึงสภาพภูมิอากาศแปรปรวน ก็ทำให้ต้นทุนการผลิตทั้งค่าพลังงาน ค่าปุ๋ย ค่าขนส่ง และราคาบรรจุภัณฑ์โดยเฉพาะพลาสติกเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังมีความต้องการสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

มาดูเรื่องจริงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำจากผู้ประกอบการกันว่า ตั้งแต่แปลงเกษตรไปจนถึงเรือส่งออกสินค้า พวกเขาต้องเผชิญความท้าทายอะไรบ้าง 

คุณสมิต ทวีเลิศนิธิ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท นิธิฟู้ดส์ จำกัด ผู้ทำธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตร เครื่องเทศ และเครื่องปรุงรส สะท้อนความกังวลใจว่า ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นหลายอย่าง แต่การขึ้นราคากลับทำได้ยากมาก กำไรจึงลดลง ทำให้ต้องปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นควบคู่กับการขยายยอดขายเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย ตลอดจนประสานกับคู่ค้าและลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น แต่เรื่องที่คุณสมิตมองว่าเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดเป็นเรื่อง climate change ที่เพราะส่งผลโดยตรงต่อวัตถุดิบ

 

“สภาพอากาศแปรปรวนทำให้ผลผลิตและวัตถุดิบทางการเกษตรต้นน้ำขาดแคลนและไม่เป็นไปตามฤดูกาล ในระยะยาวโรงงานต้องพัฒนาประสิทธิภาพเพื่อลดความสูญเสียวัตถุดิบให้น้อยที่สุด และอยากฝากให้ ธปท. ช่วยสะท้อนถึงสถาบันการเงินให้ลดขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อและดูแลเรื่องสินเชื่อหมุนเวียนให้กับ SMEs เพื่อสำรองในการซื้อวัตถุดิบพืชผลทางการเกษตรล่วงหน้า”

กนง. สัญจร เขียงใหม่

เช่นเดียวกันกับคุณรจเรข ฤาชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกถั่วแระญี่ปุ่นแช่แข็งและผลไม้เคลือบช็อกโกแลตไปยังญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยเหลือลูกค้าสหรัฐฯ โดยปรับราคาลงบางส่วนเพื่อให้ได้ยอดขายตามที่วางแผนไว้ นอกจากนี้ เหตุการณ์สงครามตะวันออกกลางในปี 2026 นี้ ยังมีผลกระทบต่อบริษัทฯ ทำให้ราคาปุ๋ยสูงขึ้น และยังมีความน่ากังวลว่าจะเกิดการขาดแคลนอีกด้วย

 

“ทางบริษัทฯ จำเป็นต้องนำทุนก้อนใหญ่ไปซื้อปุ๋ยสำหรับใช้ตลอดทั้งปีมาเก็บไว้ เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรในเครือข่าย ทำให้เงินทุนจม เนื่องจากเกษตรกรไม่อาจจ่ายคืนได้และคงใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือนหลังการเก็บเกี่ยว อีกทั้งยังได้รับผลกระทบจากราคาบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น 15-50% ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ทำให้บริษัทฯ ได้เจรจาขอปรับราคาขายกับลูกค้าบางราย ซึ่งลูกค้าเข้าใจและยอมรับการปรับราคาเพิ่มขึ้น ช่วยให้บริษัทฯ บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้”

 

ไม่เพียงเท่านั้น คุณรจเรขยังสะท้อนประเด็นที่อยากฝากให้ ธปท. ผลักดัน นั่นคือ การสนับสนุน cashless แทนธุรกรรมเงินสดหรือเช็คที่ยังต้องทำกับหน่วยงานราชการบางแห่ง ซึ่งจะลดต้นทุนและเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น

กนง. สัญจร เชียงใหม่

สำหรับคุณนพดา อธิกากัมพู ประธานหอการค้าจังหวัดลำพูน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นพดาซุปเปอร์ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกกระเทียมดำ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้ฟังว่า

 

“บริษัทต้องหยุดส่งสินค้าชั่วคราวเพื่อรอดูการปรับขึ้นราคาสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น ๆ และหาวิธีลดต้นทุนการขนส่ง ขณะเดียวกันผลกระทบเรื่องราคาพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลางก็ทำให้บริษัทต้องวางแผนระยะยาว โดยปรับมาใช้พลังงานสีเขียวจากระบบโซลาร์เซลล์ ควบคู่กับการนำหุ่นยนต์และ AI มาช่วยควบคุมต้นทุนด้านแรงงาน”


คุณนพดายังแบ่งปันความเห็นจากประสบการณ์ที่ได้พบระหว่างการหาข้อมูลในการปรับธุรกิจว่า

“อยากให้คนไทยมีศักยภาพไปซื้อวัตถุดิบหรือขยายตลาดที่เมืองนอกบ้าง จึงอยากเสนอให้ ธปท. และภาครัฐช่วยปลดล็อกและสนับสนุนเงินทุนที่จะส่งเสริมการเปิดเกมรุกบุกไปลงทุนเมืองนอก เพื่อดึงเงินกลับเข้าประเทศ”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

คุณวีระ นพวัฒนากร กรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูปและผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรพร้อมรับประทาน ซึ่งเป็นอีกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเรื่องราคาปุ๋ย ค่าขนส่ง และบรรจุภัณฑ์พลาสติก อีกทั้งยังมีคู่แข่งสำคัญอย่างจีนที่ขายสินค้าในราคาที่ต่ำมาก แต่ด้วยจุดแข็งเรื่องภูมิศาสตร์ทำให้ไทยปลูกและส่งมอบข้าวโพดหวานได้ทั้งปีและมีตลาดที่ดี โดยได้วางแผนร่วมกับ supply chain อย่างใกล้ชิดจึงยังคงประคองธุรกิจไว้ได้

 

นอกจากนี้ คุณวีระยังได้หยิบยกเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นมาหารือว่า ปริมาณการส่งออกที่ดูเหมือนจะเติบโตได้ แต่หากคำนวณมูลค่ามาเป็นเงินบาทกลับไม่มากเท่าที่ควร สะท้อนให้เห็นว่าความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อธุรกิจส่งออกเป็นอย่างมาก หรือพูดง่าย ๆ ว่า “ปริมาณการส่งออกโตแต่เงินหาย”

 

“สำหรับผู้ส่งออก ค่าเงินบาทที่มีความผันผวนน้อยและมีแนวโน้มค่าเงินบาทที่ค่อนไปทางอ่อนค่า จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกและชดเชยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นรอบด้าน เพราะการขึ้นราคาขายกับคู่ค้าต่างประเทศทำได้ไม่ง่ายนัก และยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้สินค้าไทยไปต่อสู้ในตลาดโลกได้อย่างสูสีมากขึ้นด้วย”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

ในด้านคุณสุรนาถ กิตติรัตนเดช ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พรีเมี่ยมฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตผัก ผลไม้แช่แข็งและแบบอบแห้ง เครื่องเทศและซอสปรุงรส ซึ่งกลุ่มบริษัทฯ มีฐานการผลิตอยู่ใน 4 ประเทศ ทั้งที่อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ได้ชี้ให้เห็นว่า สินค้ากลุ่มเกษตรแปรรูปของไทย แม้ด้านคุณภาพจะดีกว่า แต่ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนยังเป็นรองประเทศเหล่านั้น ทำให้แข่งขันยาก อีกทั้งเรื่องค่าเงินก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการส่งออกค่อนข้างมาก

กนง. สัญจร เชียงใหม่

คุณภานุสรณ์ ตระการศิรินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นานาฟรุ้ต จำกัด ผู้ผลิตผักและส่งออกผลไม้แปรรูป เช่น ลำไยอบแห้งทั้งเปลือก ผลไม้อบแห้งเพื่อสุขภาพ เล่าว่า ที่ผ่านมาความท้าทายของกลุ่ม SMEs ก็คือ การมีสัดส่วนกำไรค่อนข้างน้อย ทำให้รับมือกับมรสุมต้นทุนได้จำกัด แต่มาวันนี้ มีโจทย์ใหม่ที่น่ากังวลเพิ่มเข้ามา นั่นคือ พฤติกรรมคำสั่งซื้อที่สั้นลง จากอดีตที่เคยส่งยอดคาดการณ์ออร์เดอร์ล่วงหน้าเป็นรายปี กลับกลายเป็นรายไตรมาส ต่อมาสั้นลงเป็นเดือนต่อเดือน บางรายถึงขั้นไม่ส่งล่วงหน้าเลย การซื้อวัตถุดิบมาสำรองไว้จึงเสี่ยงที่จะกลายเป็นทุนจม หากปรับราคาขึ้นลูกค้าอาจไปสั่งซื้อจากเวียดนามที่ได้เปรียบด้าน supply chain และบรรจุภัณฑ์ผลิตในประเทศ การสร้างสินค้านวัตกรรมจึงเป็นทางออกที่นานาฟรุ้ต เลือกในการปรับตัว

 

“นานาฟรุ้ตเร่งปรับตัวมาคุมต้นทุนภายใน พัฒนาสินค้านวัตกรรม และนำผลพลอยได้จากการผลิตมาแปรรูปใหม่ แต่เรื่องนวัตกรรมนั้นใช้เวลา เพราะต้องลงทุนระบบและทำ R&D จึงอยากให้ ธปท. ช่วยเหลือเรื่องกลไกการให้สินเชื่อ โดยเน้นการพิจารณาแผนงานในอนาคตเพื่อตอบโจทย์การปรับโครงสร้างของธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ SMEs อยู่รอดและเติบโตได้”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

จากโรงงานสู่ตลาดโลก : จับทิศทางธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทย

ท่ามกลางความท้าทายของหลาย ๆ ธุรกิจอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับได้รับข่าวดีที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ มาดูกันว่าผู้ประกอบการไทยต้องแก้โจทย์อะไร เพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้ในกำมือ 

คุณวิชัย สุขประเสริฐกุล รองประธานและผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิกส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและประกอบแผงวงจรไฟฟ้าและวงจรรวม ได้แสดงให้เห็นสถานการณ์เหรียญสองด้านที่กำลังเผชิญอยู่ แม้ว่าในด้านหนึ่งกระแส AI ที่กำลังมาแรงจะทำให้ออร์เดอร์ข้างหน้ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นมาก จากความต้องการหน่วยความจำและแผ่นวงจรที่เพิ่มขึ้น แต่อีกด้านของเหรียญค่อนข้างโหดร้าย เพราะสงครามการค้าและสงครามภาษีทำให้ต้นทุนการผลิตแพงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบทองคำ ทองแดง ค่าน้ำมัน และค่าขนส่ง

 

สำหรับกลยุทธ์การปรับตัวนั้น บริษัทฯ ได้หันกลับมาจัดหาวัตถุดิบจาก supplier ในประเทศเพื่อตัดต้นทุนค่าขนส่ง ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติในองค์กร ขณะเดียวกันคุณวิชัยได้ให้ความเห็นเรื่องศักยภาพของแรงงานไทยที่ยอดเยี่ยม แต่ยังขาดหลักสูตรและนิคมอุตสาหกรรมรองรับในภาคเหนือ ทำให้แรงงานคุณภาพไหลไปที่อื่นเป็นจำนวนมาก

 

“ผมมองว่าธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไม่มีวันตาย แต่คนต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี จึงอยากให้ภาครัฐเร่งปฏิรูปกฎหมายการลงทุนให้รวมศูนย์อยู่ในจุดเดียว พร้อมทั้งปฏิรูประบบการศึกษาไทย เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวิศวกรขั้นสูง ซึ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นสำหรับควบคุมระบบ AI และหุ่นยนต์อัตโนมัติ”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

คุณธนา อติวัฒนานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีอี คอนเน็คทิวิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนแม่เหล็กไฟฟ้าแรงสูง เซนเซอร์รถยนต์ ฟิลเตอร์ขั้นสูง มองว่า “ต้นทุนต่อหน่วยความจำของ HDD ยังคงคุ้มค่ากว่า Solid State Drive (SSD) จึงเหมาะกับการเก็บไฟล์ข้อมูลจำนวนมากซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของ data center ดังนั้นเพื่อที่จะคว้าโอกาสจากกระแสของ AI บริษัทฯ จึงพัฒนาสินค้าด้วยการขยายขนาดแผ่นเวเฟอร์ (วัสดุสำคัญในการผลิตไมโครชิปและวงจรรวม) ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อลดต้นทุนต่อหน่วยให้ต่ำลง”

 

ปัญหาร่วมเดียวกันกับผู้ส่งออกทุกรายคือ อัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งคุณธนามีข้อมูลและข้อเสนอแนะมาฝาก ธปท. ว่า

“รายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากการส่งออก ค่าเงินบาทที่เปลี่ยนเร็วทำให้วางแผนธุรกิจล่วงหน้ายาก การป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนก็มีต้นทุน ถ้าเงินบาทเหวี่ยงแรงก็อาจพลิกสถานะของบริษัทจากกำไรเป็นขาดทุนได้ จึงอยากให้ ธปท. ดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเกินไปครับ”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

ต้นเสียงจากเชียงใหม่ กับการต่อยอดเพื่อดูแลเศรษฐกิจไทยของ กนง.

การประชุม roundtable ในครั้งนี้ เต็มไปด้วยความตั้งใจของกรรมการ กนง. ผู้บริหาร และทีมงานของ ธปท. ที่พร้อมทำความเข้าใจปัญหาและความต้องการของภาคธุรกิจ ซึ่งเสียงสะท้อนและข้อมูลอันมีค่าจากตัวจริงเสียงจริงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะถูกนำไปขับเคลื่อนในการดำเนินนโยบายการเงิน ออกแบบมาตรการที่เหมาะสม และดูแลเศรษฐกิจไทย

คุณเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ กรรมการ กนง. ย้ำว่า การดูแลเงินเฟ้อและเสถียรภาพด้านราคาของ กนง. นั้น ต้องคำนึงถึงการเจริญเติบโตควบคู่กันไปด้วย ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงรอบด้านนี้ การตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างเช่นการกำหนดอัตราดอกเบี้ยต้องชั่งน้ำหนักผลกระทบอย่างรอบคอบ ที่สำคัญ ธปท. ยังสามารถนำข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับจากการสัญจรในครั้งนี้ ไปประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหาและดูแลเศรษฐกิจในภาพรวมไปด้วยกัน

 

“ได้มุมมองใหม่เยอะมาก โดยเฉพาะปัญหาที่ภาคธุรกิจกำลังเผชิญและผลกระทบ การแลกเปลี่ยนกับผู้ประกอบการภาคเหนือครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นถึงความพยายามปรับตัวเพื่อรับมือความท้าทายใหม่ ๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจโลก วิกฤตราคาพลังงาน ค่าเงินบาท เทคโนโลยี AI และทิศทางการพัฒนาในระยะยาว รวมถึงความช่วยเหลือที่ต้องการจากภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่า กนง. จะนำประสบการณ์ตรงนี้ไปตัดสินใจนโยบายการเงินได้ดียิ่งขึ้น”

กนง. สัญจร เชียงใหม่

ก่อนจบการพูดคุยในครั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท. ได้กล่าวว่า ความเข้าใจภาคเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อได้รับฟังปัญหาที่แท้จริงจากปากของคนที่กำลังต่อสู้อยู่หน้างาน แม้ว่าบางเรื่องอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ ธปท. โดยตรง

 

“ผมรับปากว่าจะนำข้อมูลและความยากลำบากที่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างต่าง ๆ ไปศึกษาต่อ ทั้งเรื่องสินเชื่อ ค่าธรรมเนียม ค่าเงินบาท และช่วยประสานงานไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับภาคธุรกิจ ไม่ใช่เพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้น แต่ต้องมุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

กนง. สัญจร เขียงใหม่

การรับฟังเสียงและเรื่องราวของผู้ประกอบการผ่านโครงการ กนง. สัญจรในครั้งนี้ จะทำให้ กนง. ได้เห็นปัญหา ความต้องการ และการปรับตัวของผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้งกว่าสถิติตัวเลข ที่สำคัญการล้อมวงคุยยังช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

เรื่อง : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT Magazine

Tag ที่เกี่ยวข้อง

BOT Magazine Knowledge Corner คณะกรรมการนโยบายการเงิน ภาวะเศรษฐกิจ เศรษฐกิจและการเงิน เศรษฐกิจไทย Special Scoop