อสังหาริมทรัพย์ไทย
เจ็บแต่ไม่จบ: ปรับเกมธุรกิจฝ่ามรสุม รอวันพลิกฟื้น
Business Voices | Issue No. 7 | 25 พฤษภาคม 2569
ภาคอสังหาริมทรัพย์มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในหลายด้าน ทั้งการลงทุน การก่อสร้าง และการบริโภคครัวเรือน รวมทั้งการผลิตและบริการในอีกหลากหลายอุตสาหกรรม ช่วงที่ผ่านมาแม้ภาคธุรกิจจะเผชิญความท้าทายมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งลดราคา ปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์และแผนการลงทุน เพื่อให้สอดรับกับทิศทางตลาดที่เปลี่ยนไป แบงก์ชาติจึงได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรับฟังมุมมองจากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็กผ่านโครงการ Business Liaison Program (BLP) เพื่อสร้างความเข้าใจและสะท้อนภาพแรงกดดันที่ธุรกิจเผชิญ รวมถึงแนวทางการรับมือ และมุมมองในการแก้ปัญหาจากฝั่งธุรกิจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผู้ประกอบการเห็นพ้องกันว่ากำลังซื้อจะยังคงอ่อนแอ การปรับแผนธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่ต้องทำ”
ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงเผชิญภาวะซบเซาต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการเห็นว่าความต้องการซื้อชะลอลงชัดเจน สะท้อนจากผู้ซื้อตัดสินใจนานขึ้น และเข้ามาดูโครงการหลายครั้ง อีกทั้งกลุ่มที่มีความต้องการซื้อก็เข้าถึงสินเชื่อได้ยากขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการคาดว่าอาจใช้เวลาอีกประมาณ 2 - 4 ปี กว่าที่ปริมาณสต็อกที่อยู่อาศัยจะทยอยลดลงมาอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการซื้อ ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังถูกซ้ำเติมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ประกอบการต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อที่แย่ลงจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นด้วย ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงเห็นว่าความต้องการซื้ออาจไม่ได้ฟื้นตัวกลับมาได้เร็วนัก ในเวลานี้การปรับตัวในฝั่งของธุรกิจจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหลายรายเริ่มดำเนินการอย่างจริงจังในหลายรูปแบบแล้ว
จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่า ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็กพยายามปรับตัว ทั้งด้านการดำเนินงาน และด้านกลยุทธ์ธุรกิจ เพื่อให้ยังดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่มีความได้เปรียบในด้านกลยุทธ์ เนื่องจากมีทรัพยากรมากกว่าในทั้งด้านเงินทุน บุคลากร และประสบการณ์ความเชี่ยวชาญ จึงเห็นรูปแบบการปรับตัวที่ค่อนข้างหลากหลาย อย่างไรก็ดี ในฝั่งผู้ประกอบการรายเล็ก แม้จะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรมากกว่า แต่ก็สามารถดึงจุดแข็งเฉพาะตัวมาปรับแผนธุรกิจของตัวเองได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน
ภายใต้ภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายเล็กพยายามปรับวิธีการดำเนินธุรกิจ เพื่อรักษาผลประกอบการ
คนไปต่อได้คือคนที่ปรับตัวและสายป่านยาว”
พฤติกรรมผู้บริโภคและโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน เช่น การย้ายที่ทำงานบ่อย ครอบครัวขนาดเล็กลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น รวมทั้งหาธุรกิจอื่นที่สร้างกำไรมาชดเชยภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอลง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการแต่ละรายมีข้อจำกัดและศักยภาพในการปรับตัวที่แตกต่างกัน โดยขนาดของธุรกิจมีผลต่อความหลากหลายของทางเลือกในการปรับตัว
รายใหญ่และเล็กพยายามปรับตัวด้วยกลยุทธ์หลายรูปแบบเพื่อรับมือกับแรงกดดันของตลาด”
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์แต่ละรูปแบบข้างต้นมีระดับความสำเร็จที่แตกต่างกัน โดยบางรูปแบบอาจเผชิญความท้าทายมากกว่า เนื่องจากผู้ประกอบการต้องอาศัยทักษะการบริหารที่แตกต่างไปจากความเชี่ยวชาญเดิม หรือต้องเข้าไปสู่ทำเลใหม่ ๆ แต่ก็เป็นการสะท้อนว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างพยายามหาทางปรับตัวอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะด้วยกลยุทธ์ที่ทำได้ง่าย หรือยากลำบาก เพื่อประคองให้ธุรกิจดำเนินไปต่อได้
แม้ผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์จะทยอยปรับตัว เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะตลาดที่ชะลอตัวไปแล้วระดับหนึ่ง แต่ยังเผชิญแรงกดดันใหม่ที่ซ้ำเติมทั้งด้านกำลังซื้อและต้นทุน โดยแรงกดดันที่เกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้านไม่เพียงกระทบต่อผลการดำเนินงานในปัจจุบัน แต่ยังทำให้การวางแผนและการปรับตัวในระยะต่อไปมีข้อจำกัดมากขึ้น ผู้ประกอบการจึงสะท้อนความกังวลเพิ่มเติมต่อทิศทางตลาดในอนาคต ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มการปรับตัวที่อาจแตกต่างกันมากขึ้นตามศักยภาพและข้อจำกัดของแต่ละราย
รายได้และหนี้ ยังเป็นความกังวลหลัก ที่ถูกซ้ำเติมด้วยภาวะสงคราม พฤติกรรมคนที่เปลี่ยน และการระดมทุนที่ยากขึ้น”
ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเปราะบาง การปรับตัวของผู้ประกอบการเพียงลำพังอาจไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องมีแรงหนุนจากภาคส่วนอื่นเข้ามาเสริม โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม แม้ผู้ประกอบการจะเห็นว่ามาตรการระยะสั้นที่ช่วยประคับประคองธุรกิจในช่วงเร่งด่วนยังมีความสำคัญ เนื่องจากธุรกิจมีสายป่านทางการเงินจำกัด แต่โดยรวมผู้ประกอบการเข้าใจตรงกันว่ามาตรการดังกล่าวสามารถพยุงได้ชั่วคราวเท่านั้น และให้ความสำคัญกับมาตรการระยะยาวที่จะช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้มากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถปรับตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน
แบงก์ชาติประกาศ ต่ออายุการผ่อนคลายเกณฑ์ Loan to Value (LTV) ไปอีก 1 ปี จากเดิมหมดอายุวันที่ 30 มิ.ย. 69 ขยายเป็นวันที่ 30 มิ.ย. 70”
ระยะสั้นพยุงได้ไม่นาน ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อทำให้ตลาดเติบโตยั่งยืน”
หมายเหตุ: โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย (เกณฑ์บางส่วน) ระบุว่าต้องขายที่อยู่อาศัยในราคารวมค่าที่ดินหน่วยละไม่เกิน 1.5 ล้านบาท กรณีอาคารชุดต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 24 ตร.ม. และบ้านแถว/บ้านเดี่ยวต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 70 ตร.ม.
ในภาพใหญ่ เราต่างยอมรับว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยซบเซาลงกว่าอดีต รวมทั้งยังถูกท้าทายด้วยอุปสรรคทั้งเก่าและใหม่มาอย่างต่อเนื่อง แต่การรับฟังเสียงผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นภาพความหวังผ่านความเก่งของผู้ประกอบการไทยที่พยายามปรับตัวในหลายรูปแบบ เท่าที่กำลังของแต่ละคนจะทำได้ อีกทั้ง ผู้ประกอบการยังเห็นถึงปัญหาหรืออุปสรรคที่ชัดเจน โดยเฉพาะการพูดถึงมาตรการระยะยาวที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบ ซึ่งการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างธุรกิจและภาครัฐจะนำไปสู่ข้อเสนอแนะและการผลักดันนโยบายได้อย่างตรงจุด เพื่อประคับประคองและเสริมกำลังให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าเส้นทางนี้คงไม่ได้ง่าย แต่เชื่อว่าความเก่งของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีมาอย่างยาวนาน และแรงสนับสนุนจากภาครัฐที่ตรงจุด จะทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยสามารถปรับตัวพลิกฟื้นได้อย่างยั่งยืนแน่นอน
เฟื่องฟ้า ทองจำรูญ | เศรษฐกร ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย | Email: FuengfaT@bot.or.th
สุภัสสรา กลิ่นแจ้ง | เศรษฐกร ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย | Email: SupatsaK@bot.or.th
นฤดม สินอุดม | เศรษฐกรอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย | Email: NaruedoS@bot.or.th
งานเขียนชิ้นนี้ ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนอสังหาริมทรัพย์ สำหรับข้อมูลเชิงลึก รวมถึงคุณปราณี สุทธศรี คุณวรางคณา อิ่มอุดม คุณเมธินี เหมริด คุณวศิน โรจยารุณ คุณวรวิทย์ มโนปิยอนันต์ และคุณณฐ์ภัชช์ พงษ์เลื่องธรรม ผู้ซึ่งทำให้งานเขียนชิ้นนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
**บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่ผู้เขียนสังกัด**