ซอฟต์พาวเวอร์ :

อัตลักษณ์ วัฒนธรรม และภาพจำของประเทศไทยบนเวทีโลก 

ซอฟต์พาวเวอร์ : อัตลักษณ์ วัฒนธรรม  และภาพจำของประเทศไทยบนเวทีโลก

ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่บทบาทสำคัญในฐานะเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อ The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings  ซึ่งไทยจะเปิดบ้านต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง นักวิชาการ และผู้บริหารสถาบันการเงินจากทั่วโลก มาร่วมหารือแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจการเงินโลกในวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Queen Sirikit National Convention Center: QSNCC)

 

แม้งานนี้จะเปรียบเสมือนโอลิมปิกทางการเงิน แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง การประชุมระดับโลกครั้งนี้ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และเสน่ห์ทางวัฒนธรรมที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ (soft power) ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจ และเป็นภาพจำที่ดีของประเทศไทยผ่านสายตานานาชาติ

 

บทความนี้จะพาทุกท่านไปดูตัวอย่าง DNA แบบไทย ๆ ที่จะถูกนำมาถ่ายทอดในงาน The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings  ทั้งแนวคิดในการออกแบบโลโก้ การเชื่อมโยงสินค้าชุมชนไทยให้ไปสู่เวทีโลก ทั้งผ้าไทยที่จะถูกนำมาตกแต่งสถานที่จัดประชุมหรือทำเป็นของที่ระลึก และวัตถุดิบบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “สินค้า GI” (Geographical Indication) ของไทยที่จะถูกนำมารังสรรค์เป็นเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ชาวโลกได้ลิ้มลอง

การออกแบบที่บอกเล่าความเป็นไทย

เริ่มต้นกันที่ “โลโก้” ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบแรกที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกจะได้เห็น และเป็นสัญลักษณ์ของการประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยจึงเปิดโอกาสให้คนไทยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์อัตลักษณ์ของงาน ผ่านการจัดประกวดออกแบบโลโก้ The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings  เพื่อเฟ้นหาผลงานที่สามารถถ่ายทอดความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ และผู้ชนะการออกแบบในครั้งนี้ คือ คุณไพฑูรย์ ปฏิสนธิเจริญ ซึ่งนำเสนอแนวคิดที่ผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความหมายของการเชื่อมโยงและความร่วมมือในระดับโลก โดยไอคอนหลักของโลโก้ได้รับแรงบันดาลใจจาก 2 ลวดลายสำคัญของไทย ที่สะท้อนทั้งความเป็นสิริมงคลและประวัติศาสตร์ของชาติ ได้แก่ ลายประจำยาม และ ลายพระแสงจักร

 

ลายประจำยาม เป็นลวดลายไทยที่นิยมประดับตามเสา ขอบประตู และหน้าต่างของโบราณสถานหรืออาคารสำคัญ โดยมีความเชื่อว่าเป็นลายมงคลที่ช่วยปกป้องคุ้มครองจากสิ่งไม่ดีและภยันตราย

 

สำหรับ ลายพระแสงจักร ซึ่งเป็นศัสตราวุธประจำองค์พระนารายณ์ สื่อถึงพระมหากษัตริย์ในฐานะองค์นารายณ์อวตาร อีกทั้งยังเคยปรากฏเป็นตราประทับบนเงินพดด้วง เพื่อแสดงถึงการเป็นตราสัญลักษณ์ของแผ่นดินไทย

 

ลวดลายทั้งสองได้รับการตีความและออกแบบขึ้นใหม่ให้มีความร่วมสมัย ก่อนนำมาผสานเป็นองค์ประกอบที่ปรากฏบนตัวอักษร i ในคำว่า Thailand สะท้อนการนำมรดกทางวัฒนธรรมของไทยมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความหมาย

 

นอกจากรูปทรงแล้ว ยังมีการเลือกใช้ “โทนสี” ที่สามารถสะท้อนความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยใช้ทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสีหลักที่สื่อถึงความเชื่อมั่น ความมั่นคง และยังเป็นสีที่ปรากฏในตราสัญลักษณ์ของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้จัดงานหลัก สีเหลืองทอง ที่สื่อถึงคุณค่า ความสง่างาม และเป็นสีที่ผู้คนนึกถึงเมื่อกล่าวถึงศิลปะและสถาปัตยกรรมไทย โดยเฉพาะวัดและพระราชวัง และ สีเทา ที่ช่วยสร้างความสมดุล ความเรียบง่าย และเสริมให้ภาพรวมของโลโก้ให้มีมิติยิ่งขึ้น

 

เมื่อนำองค์ประกอบทั้งหมดมาผสานเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นโลโก้ที่สะท้อนทั้งอัตลักษณ์ความเป็นไทย และเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุม 2026 Annual Meetings ได้เป็นอย่างดี

IMF WB Annual Meeting

นอกจากการประชุมครั้งนี้จะเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจการเงินโลกแล้ว ยังเป็นโอกาสนำเสนอซอฟต์พาวเวอร์ไทยตลอดจนส่งต่อรายได้ไปสู่ระดับชุมชน ด้วยการนำสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผ้าไทย และงานหัตถกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่

IMF WB Annual Meeting

สร้างรสชาติแห่งความทรงจำด้วยวัตถุดิบไทย

หนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมายาวนานคือ “อาหารไทย” ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับโลกทั้งด้านรสชาติ 


ความหลากหลาย และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ในการประชุมครั้งนี้ คุณทรงพล กิตติคุณวัจนะ เชฟผู้บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หัวหน้าทีมเชฟของการประชุมฯ ครั้งนี้ตั้งใจจะบอกเล่าเรื่องราวของประเทศไทย วัฒนธรรม ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร และความหลากหลายของวัตถุดิบจากทุกภูมิภาค ผ่านอาหารแต่ละจาน

 

“กว่า 70% ของวัตถุดิบทั้งหมดที่นำมาใช้ในงานนี้ จัดหามาจากชุมชนท้องถิ่นและเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน เพราะฉะนั้นเราจะสามารถสอดแทรกวัตถุดิบไทยเข้าไปในเมนูต่าง ๆ ได้ เช่น สำหรับเมนูที่เราให้บริการข้าว เราสามารถหมุนเวียนนำข้าว GI หรือข้าวชุมชนมาเสิร์ฟในแต่ละมื้ออาหาร โดยเราจะเตรียม QR code เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถสแกนอ่านและทำความเข้าใจวัตถุดิบไทยได้มากขึ้น”

IMF-WB Annual Meeting

เชฟทรงพลยกตัวอย่างวัตถุดิบท้องถิ่นสำคัญที่นำมาใช้ อาทิ ข้าวที่เสิร์ฟในแต่ละวันจะหมุนเวียนสายพันธุ์จากพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ข้าวหอมมะลิจากพะเยา ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวสังข์หยดจากพัทลุง นอกจากจะเป็นอาหารหลักที่พร้อมเสิร์ฟทุกมื้ออาหารแล้ว ยังมีการนำมาทำเป็น “ข้าวยำหัวใจไทย” เมนูที่นำข้าวและวัตถุดิบขึ้นชื่อจากทั่วประเทศ มาทำเป็นเมนูที่รับประทานง่าย แต่แฝงไว้ด้วยเรื่องราวของผืนดิน ท้องทะเล และจิตวิญญาณของเหล่าเกษตรกรไทย

IMF-WB Annual Meeting

วัตถุดิบ GI อีกอย่างที่นำมาใช้ คือ ปลานิลจากอำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่พัฒนาการเลี้ยงปลานิลจนกลายเป็นศูนย์กลางการเพาะพันธุ์และการเลี้ยงปลาอย่างครบวงจร ด้วยคุณภาพน้ำและสภาพแวดล้อมเหมาะสมทำให้ปลานิลที่ได้จากแหล่งนี้มีคุณภาพสูง เนื้อแน่น เมื่อนำไปทำเป็นปลานิลดรายเอจลนไฟ กินกับซอสมิโซะจากเขาใหญ่ ยกระดับปลานิลที่คนไทยคุ้นเคยไปเป็นเมนูพรีเมียมเทียบชั้นวัตถุดิบสากล

ปลานิล ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “ปลาของพ่อ” เนื่องจากช่วงปี 2509 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลูกปลานิล ซึ่งเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายและโตไวให้แก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่ราษฎร เป็นการสร้างแหล่งสารอาหารโปรตีนที่ราคาถูกและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน 

IMF-WB Annual Meeting

ไม่เพียงแค่เมนูหลัก แต่เชฟทรงพลและทีมยังสร้างสรรค์ขนมและของว่างขึ้นมาใหม่สำหรับการประชุมครั้งนี้โดยเฉพาะ ผ่านการสอดแทรกรสชาติและวัตถุดิบของไทยลงไปในทุก ๆ คำ เพื่อให้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ เช่น แซนด์วิชไก่ย่างเบตงและมาโยน้ำมันตะไคร้ ทาร์ตรากูเนื้อวากิวสกลนคร ทาร์ตช็อกโกแลตจากนครศรีธรรมราชใส่ถั่วแมคคาเดเมียและครีมวานิลลาจากโครงการหลวง และต้องไม่ลืมข้าวเหนียวมะม่วง เมนูซอฟต์พาวเวอร์ระดับตำนานที่ทั่วโลกหลงรัก ซึ่งถูกนำเสนอใหม่ในรูปแบบที่ทันสมัยแต่ยังคงรสชาติหวานหอมแบบดั้งเดิม

 

ปิดท้ายด้วยรถเข็นขายผลไม้ GI สดใหม่ตามฤดูกาล จัดเสิร์ฟภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ตลอดช่วงการจัดประชุมในรูปแบบรถเข็นขายผลไม้แบบไทย ๆ นอกจากเป็นวัฒนธรรม Thailand Only แล้ว ยังส่งตรงรายได้สู่ชาวสวนผลไม้โดยตรง

IMF-WB Annual Meeting

เสน่ห์ไทยบนผืนผ้า

อีกหนึ่งสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน คือ “ผ้าไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่รวบรวมทั้งงานหัตถศิลป์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของชุมชนจากทั่วประเทศ

 

สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวม 37 ลายอัตลักษณ์ เพื่อนำมาตกแต่งรวมถึงใช้เป็นวัสดุดูดซับเสียงในห้องประชุม ผ้าทอมือที่วิจิตรบรรจงเหล่านี้ เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลกได้สัมผัสความประณีตของงานหัตถกรรม ลวดลายที่บอกเล่าเรื่องราว และเอกลักษณ์ของแต่ละชุมชนผ่านผ้าแต่ละผืน ในแต่ละภูมิภาคของไทย


ผ้าบาติกเขียนมือลวดลาย “บุปผาบรมราชินีนาถ” จากกลุ่มบาติกเดอนารา จังหวัดปัตตานี เป็นหนึ่งในผ้าไทยที่ถูกคัดเลือกมาใช้ ลวดลายที่อ่อนช้อยบนผืนผ้าถูกวาดขึ้นด้วยเทียนและอุปกรณ์จั้นติ้ง (Tjanting) ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้ความชำนาญสูง ก่อนจะลงสีออกมาเป็นลายเครือเถาเข้ากับดอกไม้ทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และดอกไม้พระราชทานนาม ได้แก่ กุหลาบสีเหลืองทอง ดอกกล้วยไม้สีอ่อน รวมถึงดอกไม้โทนสีม่วงและชมพูเข้มที่สะท้อนถึงความประณีตงดงามแบบไทย

 

“งานหัตถกรรมท้องถิ่นเป็นหนึ่งในงานภูมิปัญญาที่มีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ เพราะฉะนั้นการที่ผลงานของเราจะถูกนำเสนอในงานการประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะแสดงศักยภาพของคนในท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ แล้ว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ท่านทรงงานมาตลอดพระชนมชีพของพระองค์ท่าน ท่านสนับสนุนให้ชาวบ้านทำงานหัตถกรรม และนำสินค้าของชาวบ้านไปนำเสนอให้คนทั่วโลกได้เห็น เราจึงรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นำสินค้าท้องถิ่นมาจัดแสดงสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง”

รอวียะ หะยียามา ผู้ก่อตั้งกลุ่มบาติกเดอนารา

IMF-WB Annual Meeting

ด้านตัวแทนผ้าไทยจากภาคเหนือ คือ ผ้าทอไทลื้อลวดลาย “เกาะยอด” และ “แมงมุม” จากกลุ่มทอผ้าไทลื้อ ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยลายเกาะยอดเป็นลวดลายโบราณมีลักษณะลายคล้ายยอดหน่อกล้วยที่พุ่งขึ้นสู่ด้านบน สื่อถึงความเป็นเลิศ ความสำเร็จ และความก้าวหน้าในชีวิต อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความเข้มแข็งของคนในชุมชน ชาวไทลื้อเชื่อว่าต้นกล้วยเป็นพืชมงคลที่เจริญเติบโตง่าย แตกหน่อได้รวดเร็ว จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกด้วย

 

ส่วนลายแมงมุมเป็นลวดลายโบราณจากกลุ่มทอผ้าไทลื้อเช่นกัน ได้รับแรงบันดาลใจจากใยแมงมุม ที่เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายสื่อถึงความผูกพัน ความสามัคคี และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของครอบครัวและชุมชน

 

ผ้าไทยอีกชนิดที่มาปรากฏตัวในงานนี้ คือ ผ้าขาวม้าไทยลวดลาย “ช้างบ้านหาดเสี้ยว” จากกลุ่มผ้าทอบ้านหาดเสี้ยว ตำบลหาดเสี้ยว อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ผ้าทอลายนี้ใช้เทคนิคการทอลายขิด ซึ่งต้องเป็นผู้มีความแม่นยำสูง ลวดลายช้างเล็ก ๆ บนผืนผ้ามีรายละเอียด “สัปคับ” (ที่นั่งบนหลังช้าง) ลวดลายนี้ชวนให้ระลึกถึงยุคสมัยที่ช้างเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและเป็นพาหนะสำคัญในการเดินทางและการค้าขาย

IMF-WB Annual Meeting

ท้ายที่สุดแล้ว การประชุม The 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings  จึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีหารือด้านเศรษฐกิจและการเงินของโลก แต่ยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ประเทศไทยจะได้นำเสนอเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ผ่านซอฟต์พาวเวอร์ที่หลากหลาย พร้อมเปิดประตูให้ผู้ประกอบการและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ก้าวเข้าไปอยู่ในสายตาของนานาอารยประเทศ

 

ภาพเหล่านี้สะท้อนชัดว่า การพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม คือกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่า เพิ่มพูนความประทับใจ และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีโลกได้อย่างภาคภูมิ 

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT Magazine

Tag ที่เกี่ยวข้อง

BOT Magazine The Knowledge