สัมมนาสัญจรประจำปี 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่อง “เจาะวิกฤตมันสำปะหลัง เรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด”
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ธปท. สภอ.) ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานสัมมนาสัญจรประจำปี 2569 หัวข้อ “เจาะวิกฤตมันสำปะหลัง เรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด” ในวันพฤหัสบดีที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 13.00-16.30 น. ณ ห้องประชุมโฮมฮัก 3 โรงแรม ไอซาน่า โคราช จังหวัดนครราชสีมา โดยจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจากภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง ตลอดจนผู้สนใจทั่วไป ได้เข้าใจสถานการณ์วิกฤตมันสำปะหลัง พร้อมตัวอย่างการปรับตัว และแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยอย่างยั่งยืน
| กำหนดการ | |
| 13.00 น. | ชมวีดิทัศน์ “บทบาทหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” |
| 13.05 น. | กล่าวเปิดงาน โดย ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| 13.10 น. | นำเสนองานศึกษา “เจาะวิกฤตมันสำปะหลัง เรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด” โดย คุณสุทธิศักดิ์ ศรีน้ำอ้อม ผู้วิเคราะห์ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| 13.30 น. | เสวนา เรื่อง “ทางเลือก ทางรอด ของมันสำปะหลังไทย” โดย - คุณอภิสิทธิ์ มะพันธ์ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง จ.ขอนแก่น - คุณวุฒิชัย ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร - ผศ.ดร.สุดชล วุ้นประเสริฐ นักวิจัยอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการดิน ปุ๋ยและระบบน้ำเพื่อการเกษตร ดำเนินการเสวนาโดย คุณมนัสชัย จึงตระกูล รองผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
| 14.50 น. | เสวนา เรื่อง “แนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย” โดย - คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา - คุณปัญญา บุญบันดาลฤทธิ์ นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - คุณกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเสวนาโดย คุณมนัสชัย จึงตระกูล รองผู้อำนวยการ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
ในช่วงเปิดงาน ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สภอ. ได้กล่าวถึงความตั้งใจในการจัดงานในครั้งนี้และฉายภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพจากในอดีตที่เคยขยายตัวเฉลี่ยถึง 7.3% แต่ในปีนี้โตต่ำกว่า 2% สาเหตุเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานที่ไทยพึ่งพาอุตสาหกรรมแบบเดิม ไม่มีนวัตกรรมใหม่ มีภูมิคุ้มกันต่ำจากทั้งหนี้ครัวเรือนในระดับสูงเกือบ 90% และมีจำนวนแรงงานนอกระบบสูงซึ่งไม่มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิตรองรับ รวมถึงมีความเหลื่อมล้ำสูง สำหรับเศรษฐกิจอีสานเติบโตต่ำกว่าประเทศ คาดว่าในปีนี้จะขยายตัว 0% เนื่องจากรายได้และกำลังซื้อของภาคอีสานอ่อนแรงลงตามแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศ และปัญหาเชิงโครงสร้างที่รุนแรงขึ้น อาทิ ผลิตภาพของพืชเกษตรหลัก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ที่ลดลงต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา แบงก์ชาติตระหนักถึงปัญหาเชิงโครงสร้างและได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแก้ปัญหาในระดับประเทศได้ออกมาตรการแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อย เพื่อลดภาระของลูกหนี้ รวมทั้งสนับสนุนสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ให้ธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ในระดับภูมิภาค แบงก์ชาติอีสานได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับภาคเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมมันสำปะหลัง เนื่องจากเห็นสัญญาณวิกฤตที่มีความชัดเจนขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักรู้และผลักดันให้เกิดการปรับตัวตลอดห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการนำเสนอมุมมองหลายด้าน ทั้งจากงานศึกษาของแบงก์ชาติ รวมถึงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของเกษตรกร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง
ช่วงที่สอง นำเสนอหัวข้อ “เจาะวิกฤตมันสำปะหลัง เรียนรู้และปรับตัวเพื่อความอยู่รอด” โดยคุณสุทธิศักดิ์ ศรีน้ำอ้อม ผู้วิเคราะห์ ธปท. สภอ. ได้ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยกำลังเผชิญวิกฤตอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ ราคาตกต่ำต้นทุนสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ และประเทศเพื่อนบ้านมีศักยภาพในการผลิตมากขึ้น สาเหตุเกิดจากไทยพึ่งพาการส่งออกไปประเทศจีนสูง จึงมีอำนาจต่อรองต่ำ และจีนมีนโยบายพึ่งตนเองมากขึ้น กดดันให้ราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งคู่แข่งอย่างเวียดนามได้พัฒนาศักยภาพการผลิตและส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลัง ทำให้แย่งส่วนแบ่งตลาดของไทยในประเทศจีนได้มากขึ้น ประกอบกับค่าเงินด่องที่อ่อนลงทำให้เวียดนามได้เปรียบด้านราคามากขึ้น ขณะเดียวกันผลผลิตต่อไร่มันสำปะหลังไทยลดลงต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3.1 ตันต่อไร่ต่ำกว่าคู่แข่งที่ทำได้ถึง 4 ตันต่อไร่ และจากราคาที่ลดลงในปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ขาดทุนไร่ละกว่า 1,300 บาท ดังนั้น การเพิ่มผลผลิตต่อไร่จึงเป็นทางรอดอย่างยั่งยืนของชาวไร่มันสำปะหลัง
ช่วงที่สาม เป็นการเสวนาในหัวข้อ “ทางเลือก ทางรอด ของมันสำปะหลังไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ คุณอภิสิทธิ์ มะพันธ์ เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง จ.ขอนแก่น คุณวุฒิชัย ชิณวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และ ผศ.ดร.สุดชล วุ้นประเสริฐ นักวิจัยอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการดิน ปุ๋ยและระบบน้ำเพื่อการเกษตร โดยมีคุณมนัสชัย จึงตระกูล รองผู้อำนวยการ ธปท. สภอ. เป็นผู้ดำเนินรายการ จากการเสวนาวิทยากรทุกท่านร่วมกันสะท้อนให้เห็นว่า มันสำปะหลังเป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้ในดินหลากหลายแบบ จึงได้รับความนิยมปลูกในภาคอีสานเนื่องจากดินส่วนใหญ่เป็นดินทราย โดยปัจจุบันเป็นจุดวิกฤตของผลิตภาพมันสำปะหลังไทย เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดการดูแลเอาใจใส่มาเป็นเวลานาน ดังนั้น การปลูกแบบประณีตจึงเป็นทางรอด เช่น การใช้ท่อนพันธุ์ขนาดที่เหมาะสม ยาว 25 เซนติเมตร ฝังลึก 10 เซนติเมตร มีการเว้นระยะห่างในการปลูก การทำระบบน้ำหยดแบบแม่นยำ รวมถึงการเติมธาตุอาหารกลับไปในดินหลังเก็บเกี่ยวด้วยวัสดุอินทรีย์ อย่างไรก็ดี การสนับสนุนและขับเคลื่อนจากภาครัฐมีความสำคัญอย่างมาก เช่น การพัฒนาสายพันธุ์มันสำปะหลังที่ต้านทานโรคใบด่างและให้ผลผลิตสูง การกระจายท่อนพันธุ์ไปยังเกษตรกรอย่างทั่วถึง รวมถึงการที่ผู้ประกอบการกำหนดราคารับซื้ออย่างเป็นธรรม โดยรับซื้อมันสำปะหลังตามปริมาณเชื้อแป้ง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรใส่ใจการปลูกมันสำปะหลัง ให้ได้คุณภาพและมีผลิตภาพที่สูงขึ้น
ช่วงสุดท้าย เป็นการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้แก่ คุณธิดารัตน์ รอดอนันต์ อดีตประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา คุณปัญญา บุญบันดาลฤทธิ์ นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และคุณกัณฑ์พร กรรณสูต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) โดยมีคุณมนัสชัย จึงตระกูล รองผู้อำนวยการ ธปท. สภอ. เป็นผู้ดำเนินรายการ จากการเสวนาวิทยากรทุกท่านร่วมกันสะท้อนให้เห็นว่า ปีนี้ยังคงเป็นปีที่ท้าทายของอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง มีการแข่งขันสูงทั้งด้านผลผลิตและราคา และยังมีวัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการแปรรูป ทำให้โรงงานผลิตไม่เต็มประสิทธิภาพกำลังการผลิต มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่ประเทศคู่แข่งขันที่สำคัญอย่างเวียดนามพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง และยังได้เปรียบจากค่าเงินที่อ่อนกว่า ทำให้เวียดนามเป็นคู่แข่งที่น่ากังวลมากขึ้น อย่างไรก็ดี ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทยยังมีโอกาส จากแนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่มีความพรีเมียมและมีมาตรฐานการผลิตที่รักษ์โลกมากขึ้น ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงต้องเร่งปรับตัวยกระดับทั้งห่วงโซ่อุปทาน การสนับสนุนจากภาครัฐมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะการผ่อนคลายกฎหมายที่จะเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการให้เอทานอลนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ได้ กากอุตสาหกรรมที่ได้จากกระบวนการผลิตในโรงงานสามารถนำไปใช้ประโยชน์เป็นวัสดุบำรุงดินสำหรับพื้นที่เกษตรกรรมได้ ตลอดจนการสนับสนุนให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะระบบน้ำให้ทั่วถึง
.