การมีผลบังคับใช้ของความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคีฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

​ข่าว ธปท. ​ฉบับที่ 19/2564 | 31 มีนาคม 2564

สรุปสาระสำคัญ
  • ผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศสมาชิกอาเซียน +3 ได้ลงนามในความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี
  • เพิ่มสัดส่วนการให้ความช่วยเหลือกรณีที่ไม่เชื่อมโยงกับความช่วยเหลือทางการเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
  • ยินยอมให้สามารถเลือกสมทบหรือขอรับความช่วยเหลือภายใต้กลไก CMIM เป็นเงินสกุลท้องถิ่น
  • แก้ไขประเด็นทางเทคนิคต่าง ๆ

ผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศสมาชิกอาเซียน+3 (ประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และธนาคารกลางฮ่องกง) ได้ลงนามในความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM) ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2564 มีสาระสำคัญ ดังนี้

 

1. เพิ่มสัดส่วนการให้ความช่วยเหลือกรณีที่ไม่เชื่อมโยงกับความช่วยเหลือทางการเงินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF De-linked Portion) จากเดิมร้อยละ 30 เป็นร้อยละ 40 ของวงเงินขอรับความช่วยเหลือสูงสุด

2. ยินยอมให้สามารถเลือกสมทบหรือขอรับความช่วยเหลือภายใต้กลไก CMIM เป็นเงินสกุลท้องถิ่น ตามหลักความสมัครใจของทั้งประเทศผู้ขอรับความช่วยเหลือ และประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือ โดยอยู่ภายใต้วงเงินรวมคงเดิมที่ 240 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

3. แก้ไขประเด็นทางเทคนิคต่าง ๆ รวมถึงเรื่องการยกเลิกการใช้อัตราอ้างอิง London Interbank Offered Rate (LIBOR) เป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของกลไก CMIM

 

การแก้ไขความตกลงครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างให้ CMIM ซึ่งเป็นกลไกให้ความช่วยเหลือทางการเงินที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน+3 มีประสิทธิภาพและความพร้อมในการดำเนินการอันเป็นประโยชน์กับประเทศไทยและสมาชิกเพิ่มขึ้น

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย
31 มีนาคม 2564 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ

0 2283 6288

IND-Cooperation@bot.or.th