​“การชำระเงิน” เรื่องไม่เล็กที่ธุรกิจมักมองข้าม (ตอนที่ 1)

Close-up hand asia woman people work in small sme coffee cafe shop store owner use cashless wifi qr code nfc scan app smart pos reader sale in take out food drink order in urban city life contactless.

เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจ หลายท่านอาจคิดว่าสิ่งสำคัญของธุรกิจที่ดีคือ “ไอเดีย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไอเดียการทำธุรกิจที่ดีไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จของธุรกิจเสมอไป หากไร้ซึ่งการปฏิบัติจริง (execution) ที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อการสร้างผลกำไรและความอยู่รอดของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การขาย การบริการ และการส่งเสริมการตลาด แต่หนึ่งในกระบวนการทางธุรกิจที่มักถูกมองข้ามคือ การชำระเงิน

 

สาเหตุหนึ่งที่ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กมักมองข้ามเรื่องกระบวนการการชำระเงิน และเลือกรับชำระเงินด้วยเงินสดที่เป็นวิธีการแบบดั้งเดิม เพราะมองไม่เห็น “ต้นทุนแฝง” ที่เกิดจากการรับชำระด้วยเงินสด

 

โดยทั่วไปคนมักมองว่าการใช้เงินสดเป็นวิธีการรับชาระเงินที่ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม แต่คำกล่าวที่ว่า “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” ยังเป็นจริงเสมอ การใช้เงินสดก็เช่นกัน มีต้นทุนที่มองเห็นไม่ชัดแอบแฝงอยู่มากมาย เช่น เวลาที่เสียไปในการตรวจนับเงินสด การเตรียมเงินทอน รวมถึงการกระทบยอดรายการชำระเงิน เสียโอกาสในการขายเมื่อลูกค้ามีเงินสดไม่เพียงพอ ความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรม การปลอมแปลงธนบัตร หรือแม้กระทั่งการทุจริตของพนักงาน

 

ในปี 2560 ที่ผ่านมา มีการศึกษาเกี่ยวกับต้นทุนการใช้เงินสด และประโยชน์ที่จะได้รับจากการเปลี่ยนไปใช้การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) (ที่มา: Cashless Cities: Realizing the Benefits of Digital Payments, VISA and Roubini ThoughtLab) ผลการศึกษาพบว่า ต้นทุนที่ธุรกิจรับเงินสดและเช็คสูงกว่าการรับชำระเงินด้วย e-Payment ถึง 40% ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยดังกล่าวยังพบว่า การใช้ e-Payment ช่วยเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วธุรกิจสามารถเพิ่มยอดขายได้ถึง 17% สาเหตุที่การรับชำระด้วย e-Payment ส่งผลดีต่อยอดขายของธุรกิจนั้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่นิยมพกเงินสดจำนวนมากเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ทำให้อาจมีเงินสดในมือไม่เพียงพอที่จะซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการรับชำระด้วย e-Payment ยังทำให้ธุรกิจสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังตลาด e-Commerce ได้ด้วย ไม่จำกัดอยู่แค่ลูกค้าหน้าร้าน จึงเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายนั่นเอง

 

นอกจากนี้แล้ว ธุรกิจบางธุรกิจยังสามารถใช้ประโยชน์จากการรับชำระด้วย e-Payment ได้มากกว่านั้น โดยการนำข้อมูลการรับชำระเงินของลูกค้ามาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อที่จะพัฒนากลยุทธ์การส่งเสริมการขายให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มีพฤติกรรมการซื้อแตกต่างกัน หรือนำมาพัฒนากลยุทธ์สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty program)

 

จากที่กล่าวมา จะเห็นว่า e-Payment มีประโยชน์หลายอย่างต่อภาคธุรกิจ นโยบายของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมาจึงพยายามที่จะผลักดันให้ทุกภาคส่วน ซึ่งรวมถึงภาคธุรกิจหันมาใช้ e-Payment เพื่อให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป

 

โฆษณาพร้อมเพย์

เมื่อปี 2559 ธปท. ได้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในการผลักดันการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานกลางของระบบการชำระเงินแบบใหม่ที่เรียกว่า “พร้อมเพย์” ซึ่งได้เปิดให้บริการแก่ประชาชนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2560 และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดเนื่องจากความสะดวกรวดเร็วในการโอนเงิน โดยผู้ใช้บริการพร้อมเพย์สามารถใช้หมายเลขต่าง ๆ เป็นตัวแทน (proxy) ของเลขที่บัญชีธนาคาร เช่น หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขทะเบียนนิติบุคคล ทำให้ง่ายต่อการจดจำ ส่งผลให้ยอดลงทะเบียนผู้ใช้บริการและการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยยอดลงทะเบียนบริการพร้อมเพย์ของประชาชนมีทั้งสิ้น 41.4 ล้านหมายเลข (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2561) มีปริมาณธุรกรรมสะสมทั้งสิ้น 218.1 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 9.6 แสนล้านบาท (ข้อมูล ณ 3 พฤษภาคม 2561)

 

นอกจากระบบพร้อมเพย์จะตอบโจทย์ภาคประชาชนแล้ว ภาคธุรกิจเองก็ได้รับประโยชน์จากการใช้งานพร้อมเพย์ เช่น ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงร้านขายของออนไลน์ขนาดเล็ก สามารถรับโอนเงินจากลูกค้าได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องบอกเลขที่บัญชี ส่งผลให้การทำธุรกิจคล่องตัวมากขึ้น

 

อย่างไรก็ดี หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า โครงสร้างพื้นฐานของระบบพร้อมเพย์ได้ถูกออกแบบไว้แต่แรกให้สามารถต่อยอดการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ในช่วงปลายปี 2560 ธปท. จึงได้ผลักดันการเปิดให้บริการต่อยอดอื่น ๆ บนโครงสร้างพื้นฐานของระบบพร้อมเพย์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นด้วย

 

ในตอนต่อไป เราจะมาแนะนำบริการต่อยอดบนระบบพร้อมเพย์ที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

 

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

ผู้เขียน :

​นางสาวสมิตา เอื้อฤดีพร
ฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงิน