​บทบาทของ Non-Bank ต่อการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน

นางสาวกัทรี อิ่มผล ฝ่ายกำกับธุรกิจสถาบันการเงิน


เมื่อพูดถึงคำว่า “การเข้าถึงบริการทางการเงิน” ไม่ว่าจะเป็นการฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน ขอสินเชื่อ หรือบริการอื่นๆ เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นเคย และเคยติดต่อใช้บริการเหล่านี้กับธนาคารพาณิชย์กันบ้าง โดยผ่านช่องทางหลากหลาย ทั้งจากสาขาของธนาคารพาณิชย์เอง ไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อที่เป็นตัวแทน ตู้เอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินเหล่านี้ได้อย่างสะดวกสบายตลอด 24 ชม.

ในขณะเดียวกัน ก็อาจมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้ เนื่องจากไม่มีเงินฝาก และไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ได้ เพราะมีข้อจำกัดทางด้านคุณสมบัติต่างๆ ดังนั้น ผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน หรือ Non-Bank จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเข้าถึงสินเชื่อ ซึ่งตอบสนองความต้องการของประชาชนกลุ่มนี้ทั้งในยามปกติและภาวะฉุกเฉิน ด้วยกระบวนการอนุมัติที่รวดเร็ว และลดความยุ่งยากทางด้านเอกสารต่างๆ


Non-Bank ที่ให้บริการสินเชื่อในประเทศไทยมีอะไรบ้าง?

ความจริง Non-Bank ที่ให้บริการสินเชื่อนี้มีมานานแล้ว เพียงแต่เราอาจไม่ทันทราบว่านี่คือ Non-Bank ที่ให้บริการสินเชื่ออย่างเป็นทางการ โดยได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง เริ่มตั้งแต่ปี 2545 มี “บัตรเครดิต” เกิดขึ้น ต่อจากนั้น ในปี 2548 ก็มี “สินเชื่อส่วนบุคคล” (P-Loan) เพื่อช่วยลดปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนที่มีการคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงมาก และมีการทวงถามหนี้ที่ไม่เป็นธรรม หลังจากนั้น ในปี 2558 ก็มี “สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ” (Nano Finance) เกิดขึ้น สำหรับบุคคลธรรมดา (รายย่อย) ที่ต้องการเงินทุนในการประกอบอาชีพ และปี 2559 ก็มี “สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด” (Pico Finance) เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแก่ประชาชนรายย่อย และล่าสุดปี 2562 ทางการได้ขยายขอบเขตสินเชื่อ P-Loan ให้ครอบคลุมถึงสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในราคาที่เหมาะสมและได้รับการปฏิบัติจากผู้ประกอบธุรกิจอย่างเป็นธรรมมากขึ้น นอกจากนี้ ในอนาคตอันใกล้ จะมีสินเชื่อ P-loan ประเภท Digital เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในยุคไฮเทคปัจจุบัน ทำให้เข้าถึงบริการสินเชื่อได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในกระบวนการการให้สินเชื่อทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การสมัครขอสินเชื่อ การพิจารณาความเสี่ยง การอนุมัติและจ่ายเงินผ่าน Application จนถึงการชำระเงินคืนของลูกค้า และยังใช้ปัจจัยอื่นนอกเหนือจากรายได้ มาพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า (Alternative Data) เช่น พฤติกรรมการใช้มือถือ การ Check-in ทาง social media หรือ การ shopping online ทำให้อนุมัติสินเชื่อได้รวดเร็ว ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น และสะท้อนความเสี่ยงของลูกค้าได้ดีขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนในการทำธุรกิจลดลงในท้ายที่สุด อย่างไรก็ดี หากแนวโน้มการให้สินเชื่อ Digital มากขึ้น ก็จะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น และอาจจะส่งผลให้รูปแบบเดิมๆ ของการให้สินเชื่อมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ความจำเป็นในการใช้สาขาและพนักงานมีบทบาทลดลง


ใครเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank บ้าง และช่วยการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างไร?


ปัจจุบันมีผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่ได้รับอนุญาตและเปิดทำการแล้ว 122 ราย เป็นสินเชื่อบัตรเครดิต 7 ราย สินเชื่อ P-loan 75 ราย Nano Finance 40 ราย ซึ่งมีสาขาจำนวน 9,248 สาขา ครอบคลุมอยู่ทุกจังหวัด โดยผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ประเภท P-Loan และ Nano Finance จะเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่กระจายอยู่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดในระดับตำบล-หมู่บ้าน ซึ่งอาจเข้าไม่ถึงบริการของธนาคารพาณิชย์ และจะใช้พนักงานของบริษัทประจำสาขาลงพื้นที่เพื่อทำความรู้จักและให้บริการแก่ลูกค้า สำหรับสินเชื่อ Pico Finance อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับอนุญาตและเปิดดำเนินการแล้ว 469 ราย [1]

ากจำนวนผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ที่เพิ่มขึ้น และมีการกระจายตัวของสาขามากขึ้นในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้ง ปริมาณสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นภาพถึงการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น แม้ว่าปริมาณสินเชื่อจะชะลอตัวเล็กน้อยในไตรมาสแรกของปี 2563 เนื่องจาก สถานการณ์ของการแพร่ระบาด Covid-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุน การจ้างงาน และการใช้จ่ายของประชาชน







จากการระบาดของ COVID-19 ที่กระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วประเทศ ธปท. ตระหนักถึงความเดือดร้อนประชาชน จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ โดยระยะแรกของมาตรการ มี Non-Bank 20 กว่าแห่งเข้าร่วมโครงการพักการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระเพื่อให้ค่างวดลดลง 30% และสำหรับบัตรเครดิตเองก็มีการลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำจากเดิม 10% เป็น 5% และเพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะยาว ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2563 เป็นต้นไป จะมีการปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไปสำหรับบัตรเครดิต P-loan และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันด้วย

สุดท้ายนี้ หากผู้อ่านต้องการทราบว่าปัจจุบันมีบริษัท Non-Bank ที่ให้บริการสินเชื่อประเภทใดบ้าง สามารถค้นหาได้จากเว็บไซด์ของ ธปท. ภายใต้หัวข้อ “BOT License Check” ที่รวบรวมข้อมูลรายชื่อ Non-Bank ทุกแห่งที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทยไว้ครบในที่เดียว

อ้างอิง
[1] ข้อมูลจาก Website สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 2 ก.ค. 2563

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของธนาคารแห่งประเทศไทย

>>