ยอดชาย ชูศรี

กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง”
ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

ยอดชาย ชูศรี กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง” ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

ก่อนผู้แทนด้านการเงินและการคลังจากทั่วโลกจะเข้าไปนั่งในห้องประชุม มีคนอีกเกือบพันชีวิตทำหน้าที่ต้อนรับและอำนวยความสะดวกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ตั้งแต่สนามบิน โรงแรม รถรับส่ง ไปจนถึงห้อง Press Center สำหรับรับ-ส่งข้อมูลและจัดพิมพ์เอกสารภายในศูนย์การประชุม คนเหล่านี้อาจไม่เคยปรากฏตัวบนเวที ไม่มีชื่อในเอกสาร และไม่ได้เข้าร่วมการประชุมใด ๆ แต่ประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนได้รับจากพวกเขา คือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ประเทศไทยที่ถูกนำกลับไปเล่าขานทั่วโลก

 

“ผมเป็นแบ็กรูม เป็นเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ จึงไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่ในการประชุม แต่เราเตรียมเรื่องการนำเสนอประเทศไทยเป็นหลัก”

 

ร้อยตรี ยอดชาย ชูศรี หัวหน้าส่วนการพนักงานและการฝึกอบรมของสำนักงานเตรียมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ อธิบายบทบาทของตัวเองในการประชุม World Bank Group-IMF Annual Meetings ครั้งที่ 46 ในปี 2534 พร้อมใส่เสื้อแจ็กเกตจากการประชุมที่มีอายุกว่า 35 ปี สีเสื้อยังขาวและสภาพที่ยังดีอยู่มากบ่งบอกว่าเจ้าของเก็บรักษาสมบัติชิ้นนี้ไว้เป็นอย่างดี ระหว่างเล่าเรื่อง อากัปกิริยาและสีหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความภาคภูมิใจอย่างเต็มเปี่ยม

 

คุณยอดชายอธิบายเพิ่มเติมว่า สำนักงานเตรียมการประชุมครั้งนั้นเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ กระทรวงการคลังดูแลเรื่องสถานที่ งบประมาณ พิธีการ และการรักษาความปลอดภัย ส่วนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับผิดชอบการต้อนรับ โปรแกรมสำหรับคู่สมรส งานพิมพ์ การจัดหาบุคลากร และการฝึกอบรม

 

ภารกิจของคุณยอดชายคือการหาคนให้เพียงพอ จัดคนให้เหมาะกับงาน และทำให้คนเหล่านั้นพร้อมเป็นตัวแทนของประเทศ

 

คุณยอดชายเล่าว่า IMF และ World Bank กำหนดตำแหน่งและคุณสมบัติของบุคลากรบางส่วนมาอย่างละเอียด ขณะที่ฝ่ายไทยต้องจัดหาคนเพิ่มเติมสำหรับงานสนับสนุนและการต้อนรับ แม้การประชุมกินเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ แต่บุคลากรที่มองหาต้องมีทั้งทักษะและประสบการณ์ ฝ่ายจัดงานจึงต้องขอความร่วมมือจากส่วนราชการ สถานศึกษา ธนาคารพาณิชย์ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน พร้อมเจรจาเรื่องค่าตอบแทนและการยืมตัวบุคลากร

 

“เราต้องสัมภาษณ์คนเป็นพัน ๆ คนเพื่อให้ได้บุคลากรครบตามที่ต้องการ งานมีเพียงประมาณสิบวัน แต่คนต้องมีคุณสมบัติสูง ต้องเป็นคนที่ทำงานอยู่แล้ว มีทักษะและประสบการณ์” คุณยอดชายย้อนเล่าถึงความท้าทาย

ยอดชาย ชูศรี กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง” ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

นอกจากความน่าเชื่อถือแล้ว ยังต้องพิจารณาบุคลิก ความรู้ และความเหมาะสมกับหน้าที่ บางคนต้องไปรับแขกที่สนามบิน บางคนต้องขับรถ และบางคนต้องดูแลผู้แทนภายในศูนย์การประชุม

 

การฝึกอบรมจึงครอบคลุมตั้งแต่แนวทางการทำงาน ไปจนถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทย ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และมารยาทในการต้อนรับ ตลอดจนต้องรู้จักศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ดีพอที่จะพาแขกไปยังห้องต่าง ๆ ได้โดยไม่หลงทาง

 

“เราคิดตั้งแต่แขกก้าวลงจากบันไดเครื่องบินว่า เขาควรจะพบอะไร ตั้งแต่สนามบิน ห้องรับรอง ไปจนถึงรถรับส่ง บนรถบัสทุกคันมีเจ้าหน้าที่ประสานงาน และเมื่อรวมเจ้าหน้าที่แจกเอกสาร งานพิมพ์ คนขับรถ และงานสนับสนุนส่วนอื่น จำนวนผู้มีส่วนร่วมอยู่ที่เกือบหนึ่งพันคน” คุณยอดชายย้อนความทรงจำ

ยอดชาย ชูศรี กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง” ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

การสร้างความประทับใจไม่ใช่แค่ “รอยยิ้ม” และ “ความเป็นไทย” เท่านั้น หากแต่เป็นการทำงานได้อย่างครบถ้วนและแก้ปัญหาได้

 

คุณยอดชายให้ความสำคัญกับคนขับรถเป็นพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มที่ได้ใช้เวลาใกล้ชิดกับผู้มาเยือนมากที่สุด คนขับรถประมาณ 300 คนมาจากส่วนราชการ ธปท. ธนาคารพาณิชย์ และรัฐวิสาหกิจ การคัดเลือกไม่ได้ดูเพียงความสามารถในการขับรถ แต่รวมถึงความปลอดภัย การสื่อสาร ความรู้ และความเหมาะสมในการเป็นตัวแทนประเทศ

 

หลังจบงาน ทีมเบื้องหลังทุกคนได้รับประกาศนียบัตร เพื่อยืนยันว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับโลก เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงหาคนมาทำงาน แต่คือการกระจายความรู้สึกเป็นเจ้าภาพออกไปตามหน่วยงานและสถาบันต่าง ๆ เพื่อให้คนจำนวนมากสามารถบอกได้ว่า “ผมได้มาร่วมงานนี้” และสำหรับผู้มาเยือน คุณยอดชายมั่นใจว่า พวกเขาได้กลับไปพร้อมทัศนคติและความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับประเทศไทย

ยอดชาย ชูศรี กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง” ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

35 ปีต่อมา ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพอีกครั้ง คุณยอดชายยอมรับว่าแปลกใจอยู่บ้าง เพราะไทยวันนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับประเทศดาวรุ่งทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2534 และประเทศยังเผชิญกับความกดดันหลายอย่าง

 

เขาอธิบายความเปลี่ยนแปลงนั้นด้วยอุปมาอุปไมยแบบตรงไปตรงมาว่า “จากเสือเรากลายเป็นแมว แต่แมวที่ผมพูดถึงเป็นแมวเก้าชีวิต คือเจออะไรสารพัดก็ไม่ตาย เราสู้ปัญหานั้นปัญหานี้มาตลอดและเอาตัวรอดมาได้”

 

คำว่า “แมวเก้าชีวิต” หมายถึงผ่านวิกฤตมาหลายครั้งและยังรักษาความสามารถในการปรับตัวไว้ได้ การเป็นเจ้าภาพของ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings จึงเป็นโอกาสนำเสนอว่า ไทยเรียนรู้อะไรจากวิกฤตเหล่านั้น และมีประสบการณ์ใดที่ใช้เป็นประโยชน์ต่อโลก

 

“โอกาสอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ และไม่ได้เกิดขึ้นตามวัฏจักร แต่มาจากการสั่งสมหลายสิ่ง ทั้งความน่าเชื่อถือและข้อเท็จจริงที่ปรากฏจนยากจะโต้แย้ง ครั้งนี้ผมมั่นใจว่าทีมงานทุกคนจะเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่นที่สุด ใครก็ตามที่ได้มีโอกาสเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในงานนี้ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะอยู่ในความทรงจำของพวกเขาไปอีกนาน” คุณยอดชายกล่าวทิ้งท้าย พร้อมส่งกำลังใจให้คนทำงานรุ่นหลังทุกคน 

ยอดชาย ชูศรี กับภารกิจเฟ้นหา “คนเบื้องหลัง” ที่สร้างความประทับใจในการประชุมระดับโลก

ผู้เขียน : กองบรรณาธิการ พระสยาม BOT Magazine

Tag ที่เกี่ยวข้อง

BOT Magazine Inspiration Interview ความร่วมมือระหว่างประเทศ