Reinvent Thailand

รวมพลังภาครัฐและเอกชน ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย

 

Reinvent Thailand รวมพลังภาครัฐและเอกชน ยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเติบโตช้าลง ความสามารถในการแข่งขันถดถอย ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความกระจุกตัวก็ยิ่งสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนภาคเอกชนที่ซบเซามานาน จากที่เฉลี่ยเคยสูงถึง 6% ในช่วงปี 2542-2551 ลดลงมาเหลือเพียง 2% หลังวิกฤตโควิด 19 ขณะเดียวกันผู้ประกอบการรายใหม่เกิดน้อยลง ธุรกิจขนาดเล็กปรับตัวและแข่งขันได้ยาก ภาคเกษตรยังมีผลิตภาพต่ำอยู่ เช่นเดียวกับแรงงานไทยที่ผลิตภาพเพิ่มช้า อีกทั้งทักษะไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก ที่สำคัญครัวเรือนยังมีภาระหนี้สูง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ ทำให้มีคนจำนวนมากเข้าไม่ถึงโอกาสในการพัฒนาเต็มที่ ขณะที่ภาครัฐยังมีข้อจำกัดในการสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ขาดความต่อเนื่อง ระบบราชการที่ล่าช้า รวมถึงปัญหาคอร์รัปชัน

 

สถานการณ์ในประเทศที่อ่อนแอหลายด้าน ทำให้การเผชิญกับโลกภายนอกยิ่งยาก เพราะเศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งนโยบายการค้าโลก ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยธรรมชาติ รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจึงถูกกดดันทั้งจากปัจจัยภายนอกและความอ่อนแอภายในประเทศ

 

เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องสูญเสียโอกาสในระยะยาว ทุกภาคส่วนจึงต้องรวมพลังงานกันเพื่อเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้ไทยกลับมามีความสามารถในการแข่งขันที่เท่าทันกับบริบทเศรษฐกิจโลก ในปี 2568 ธปท. จึงได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ดำเนินโครงการ Reinvent Thailand เพื่อเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยมุ่งให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำในการปรับตัวและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยมีภาครัฐและภาคการเงินคอยสนับสนุนและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

 

หัวใจของ Reinvent Thailand คือ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ทั้งภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และภาครัฐ ต่างจากในอดีตที่ต่างคนต่างทำ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นปัญหาเป็นภาพเดียวกัน และสามารถออกแบบแนวทางแก้ไขที่ตรงจุดและตอบโจทย์ระยะยาวมากกว่าแค่การให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าระยะสั้น โดยจะมีการติดตามผลต่อเนื่องเป็นระยะเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริงและยั่งยืน

Reinvent Thailand
Reinvent Thailand

โครงการ Reinvent Thailand พลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย ความร่วมมือครั้งสําคัญระหว่างภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาครัฐ ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเป็นการผนึกกําลังกันของ 3 หน่วยงานเศรษฐกิจหลักของประเทศ ได้แก่ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ธปท.

ภายใต้โครงการ Reinvent Thailand จะยึดหลักการทำงาน 3 เรื่อง ได้แก่ (1) การมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเสนอแนวคิดที่นำไปสู่การแก้ปัญหาได้จริง (2) การสร้างแรงจูงใจตามหลัก “ทำดี ได้ดี” เพื่อส่งเสริมให้มีการปรับตัวและพัฒนาต่อเนื่อง และ (3) การกำหนดเป้าหมายและติดตามผล ที่ชัดเจน โปร่งใส เพื่อสะท้อนให้เห็นความคืบหน้าและเกิดการเรียนรู้และปรับปรุงการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

โครงการนี้ได้เริ่มศึกษานำร่องในภาคเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ภาคเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และภาคท่องเที่ยว ซึ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากก่อนในระยะแรก แล้วจึงค่อยนำบทเรียนที่ได้ไปต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาในภาคเศรษฐกิจอื่น ๆ ต่อไป

 

สำหรับ ธปท. นอกจากจะมีบทบาทในการร่วมวิเคราะห์ปัญหา และเสนอแนะแนวทางแก้ไขแล้ว อีกหนึ่งบทบาทสำคัญคือการผลักดันให้ภาคการเงินมีบทบาทในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้มากยิ่งขึ้นด้วย โดยเฉพาะในด้านการสนับสนุนทรัพยากรและแหล่งเงินทุนให้ตรงจุด ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญที่เพิ่งผลักดันไปก็คือ “โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost” ซึ่งจะเน้นการให้สินเชื่อใหม่แก่ธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายตามแนวทาง Reinvent Thailand โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ให้สามารถพัฒนาธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ช่วยยกระดับผลิตภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริง

 

Reinvent Thailand จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของประเทศ จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการเติบโตในระยะยาว เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างสมดุล ทั่วถึง และยั่งยืน

Reinvent Thailand

Tag ที่เกี่ยวข้อง

รายงานประจำปี ปัญหาเชิงโครงสร้าง