ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

31 กรกฎาคม 2568

แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนกรกฎาคม 2568

สรุปสาระสำคัญ
  • เศรษฐกิจภาคอีสานทรงตัว จากเดือนก่อน
  • ในเดือนก่อน กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมหดตัวต่อเนื่อง ตามการบริโภคภาคเอกชนที่หดตัวต่อเนื่องโดยเฉพาะในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น กอปรกับรายได้เกษตรกรที่กลับมาหดตัวจากปัจจัยด้านราคา และภาคการผลิตที่กลับมาหดตัวหลังเร่งผลิตเพื่อส่งออกไปในช่วงก่อน อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวกลับมาขยายตัว ตามการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ซึ่งมีขนาดงานใหญ่และผู้ร่วมงานมากขึ้น
  • เดือนนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจทรงตัว โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวชั่วคราวจากการเร่งซื้อเพื่อสำรองใช้ในยามฉุกเฉินและการซื้อของบริจาคแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ภาคบริการท่องเที่ยวหดตัวตามกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัย รายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่องจากปัจจัยด้านราคา และภาคการผลิตหดตัวต่อเนื่องตามกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแรงและการผลิตแป้งมันสำปะหลังตามผลผลิตมันสำปะหลังที่ออกสู่ตลาดลดลง

ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว)
 

รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)

ตามราคามันสำปะหลังที่หดตัวตามความต้องการของจีนที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ราคายางพาราหดตัวน้อยลง ตามผลผลิตโลกที่ลดลง ส่วนผลผลิตขยายตัวชะลอลงตามผลผลิตข้าวเปลือกนาปรังที่ชะลอลง หลังสิ้นสุดฤดูเก็บเกี่ยวเป็นสำคัญ

 

การผลิตภาคอุตสาหกรรม หดตัวต่อเนื่อง

ตามการผลิตเครื่องดื่มที่หดตัวจากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแรง ประกอบกับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวที่ลดลง การผลิตแป้งมันสำปะหลังหดตัวจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดลดลงและการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทำให้ไม่สามารถนำวัตถุดิบบางส่วนเข้ามาแปรรูปได้ ขณะที่การผลิตน้ำตาลและสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม ขยายตัวตามคำสั่งซื้อของประเทศคู่ค้า

 

ภาคบริการท่องเที่ยว กลับมาหดตัว

ตามความกังวลด้านความปลอดภัยในจังหวัดที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้ผู้เยี่ยมเยือนและอัตราการเข้าพักแรมลดลง กอปรกับนักท่องเที่ยวไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น สะท้อนจากรายได้รวมภาคการท่องเที่ยวที่หดตัว

 

การบริโภคภาคเอกชน กลับมาขยายตัว

ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขยายตัวชั่วคราวจากการเร่งซื้อเพื่อสำรองใช้ในยามฉุกเฉินและการซื้อของเพื่อบริจาคแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่การใช้จ่ายในหมวดสินค้าบริการหดตัวตามกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ลดลงจากความกังวลด้านความปลอดภัย

 

การลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวเล็กน้อย

ตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่ขยายตัวจากพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างและยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์กลับมาหดตัวจากยอดจำหน่ายเครื่องจักรภายในประเทศ และยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ลดลงหลังเร่งไปในเดือนก่อน

 

การค้าผ่านด่านศุลกากร หดตัวต่อเนื่อง

ตามการนำเข้าที่หดตัวในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน หมวดโทรศัพท์มือถือจากจีนและเวียดนามที่ลดลง เช่นเดียวกับการส่งออกที่หดตัวตามการส่งออกชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ไปจีน และเครื่องดื่มชูกำลังไปเวียดนามที่ลดลง อย่างไรก็ดี การส่งออกไปกัมพูชาเพิ่มขึ้น ตามชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นสำคัญ จากการเปลี่ยนเส้นทางมาส่งออกผ่าน สปป.ลาว ทางด่านอีสานมากขึ้น 

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบมากขึ้น ตามราคาพลังงานและอาหารสด

 

ตลาดแรงงาน ปรับลดลง ตามการจ้างงานนอกภาคเกษตรเป็นสำคัญ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลกระทบต่อกิจการร้านค้าและร้านอาหารขนาดเล็กเป็นสำคัญ ทำให้แรงงานขาดรายได้

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

- ผลจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

- ผลกระทบจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก 

- กำลังซื้อของกลุ่มครัวเรือนฐานราก

- ทิศทางราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก

 

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย
29 สิงหาคม 2568

 

หมายเหตุ

สาขาเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ที่มีความสำคัญต่อภาคอีสาน ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าผ่านด่านศุลกากร ตามลำดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนเศรษฐกิจการเงินภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

043 913 532

Neo-econ-div@bot.or.th