ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

30 มกราคม 2569

แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนธันวาคม 2568

สรุปสาระสำคัญ
  • เศรษฐกิจภาคอีสานขยายตัวต่อเนื่อง จากเดือนก่อน
  • ในเดือนก่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สอดคล้องกับการท่องเที่ยวที่กลับมาขยายตัว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกำลังซื้อยังอ่อนแรงสะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่ยังหดตัวต่อเนื่อง จากราคาสินค้าเกษตรที่หดตัวเป็นสำคัญ 
  • เดือนนี้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวจากหมวดสินค้าคงทนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 และผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ สอดคล้องกับภาคบริการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกำลังซื้อยังอ่อนแรง สะท้อนจากรายได้เกษตรกรที่หดตัวต่อเนื่อง จากทั้งราคาและปริมาณ โดยเฉพาะผลผลิตอ้อยที่ต้องเลื่อนการเก็บเกี่ยวเนื่องจากฝนที่ตกในฤดูเก็บเกี่ยว ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวต่อเนื่อง

ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว)
 

รายได้เกษตรกร หดตัวต่อเนื่อง (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)

ตามราคายางพาราที่หดตัวตามผลผลิตในประเทศที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งราคาข้าวเปลือกและราคาอ้อยถูกกดดันจากผลผลิตในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคารับซื้อในประเทศลดลง ด้านผลผลิตหดตัวตามผลผลิตอ้อยที่ต้องเลื่อนการเก็บเกี่ยวออกไป เนื่องจากฝนที่ตกในฤดูเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่

 

การผลิตภาคอุตสาหกรรม หดตัวต่อเนื่อง

ตามการผลิตน้ำตาลเป็นสำคัญ จากปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ลดลงชั่วคราวจากฝนที่ตกต่อเนื่องในบางพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ขณะที่การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลับมาขยายตัว ตามความต้องการของคู่ค้าที่ยังมีต่อเนื่องและการผลิตเครื่องดื่มที่ขยายตัวเพื่อรองรับเทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดยาวและกิจกรรมท่องเที่ยวในหลายพื้นที่

 

ภาคบริการท่องเที่ยว ขยายตัวต่อเนื่อง

จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง และวันหยุดยาวที่มากกว่าปีก่อนส่งผลให้จำนวนผู้เยี่ยมเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักแรมที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้รวมภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง

 

การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวต่อเนื่อง

ตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนที่ขยายตัวชั่วคราว จากการเร่งจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง เช่นเดียวกับการใช้จ่ายในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคและหมวดบริการที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นสำคัญ

 

การลงทุนภาคเอกชน หดตัวต่อเนื่อง

ตามการลงทุนด้านการก่อสร้างที่หดตัวตามภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังซบเซา สะท้อนจากพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างและยอดจำหน่ายปูนซีเมนต์ที่ลดลง ขณะเดียวกันการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวเล็กน้อย จากการหดตัวของยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการจัดตั้งโรงงานใหม่ที่ชะลอลงต่อเนื่อง

 

การค้าผ่านด่านศุลกากร กลับมาขยายตัว

ตามการนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่องในหมวดโทรศัพท์มือถือและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากจีน ขณะที่การส่งออกหดตัว โดยเฉพาะหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งออกไปกัมพูชาผ่านด่านที่ไม่ใช่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา จากสถานการณ์ความขัดแย้งที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบน้อยลง ตามราคาอาหารสดเป็นสำคัญ

 

ตลาดแรงงาน ปรับลดลง ตามการจ้างงานในภาคเกษตรที่ลดลง โดยเฉพาะเกษตรกรชาวไร่อ้อย จากฝนที่ตกในฤดูเก็บเกี่ยว ส่งผลให้เกษตรกรต้องเลื่อนการเก็บเกี่ยวผลผลิตออกไป รวมทั้งความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาส่งผลต่อการจ้างงานในบางพื้นที่

 

ปัจจัยที่ต้องติดตาม

- รายได้เกษตรกรและกำลังซื้อของครัวเรือน

- ความต่อเนื่องของการบริโภคหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ

- ผลจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา 

 

 

 

ธนาคารแห่งประเทศไทย
30 มกราคม 2569

 

หมายเหตุ

สาขาเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ที่มีความสำคัญต่อภาคอีสาน ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าผ่านด่านศุลกากร ตามลำดับ

ข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนเศรษฐกิจการเงินภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

043 913 532

Neo-econ-div@bot.or.th