ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

03 กุมภาพันธ์ 2568

แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาสที่ 4 ปี 2568

สรุปสาระสำคัญ
  • เศรษฐกิจอีสาน "กลับมาขยายตัว" จากไตรมาสก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะหมวดของกินของใช้และบริการร้านอาหาร กอปรกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวต่อเนื่องช่วงปลายปี ส่งผลให้รายได้รวมภาคท่องเที่ยวขยายตัวช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมืองท่องเที่ยว
  • มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจอีสานปี 2569 ยังน่าเป็นห่วง หลังแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐสิ้นสุดลง รวมถึงรายได้เกษตรกรที่ลดลงตามแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงต่อเนื่อง
  • เช่นเดียวกับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มโตต่ำต่อเนื่อง จากแรงกดดันของปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งผลิตภาพต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ และเหลื่อมล้ำสูง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงขยายบทบาท สู่การเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อแก้ปัญหาที่กดดันเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านมาตรการเฉพาะจุด

 

ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

เศรษฐกิจอีสานปัจจุบันไตรมาสที่ 4 กลับมาขยายตัวจากไตรมาสก่อน

    เศรษฐกิจอีสานไตรมาสนี้กลับมาขยายตัว ตามการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวชั่วคราวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะหมวดของกินของใช้และบริการร้านอาหาร กอปรกับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวต่อเนื่องช่วงปลายปี ส่งผลให้รายได้รวมภาคท่องเที่ยวขยายตัวช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมืองท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแรงส่งจากภาคท่องเที่ยวยังไม่เพียงพอที่จะหนุนความเชื่อมั่นให้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้น้อยที่ความเชื่อมั่นยังลดลงต่อเนื่อง ขณะเดียวกันรายได้เกษตรกรหดตัว จากทั้งราคาและปริมาณผลผลิตที่ลดลง สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนกำลังซื้ออ่อนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจอีสาน ปี 2568 ชะลอตัวลง

    มองไปข้างหน้า เศรษฐกิจอีสานปี 2569 ยังน่าเป็นห่วง หลังแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐสิ้นสุดลง รวมถึงรายได้เกษตรกรที่ลดลงตามแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรที่ลดลงต่อเนื่อง จากแรงกดดันทั้งปริมาณสินค้าเกษตรในตลาดโลก และปัญหาเชิงโครงสร้างเดิมซึ่งกระทบความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้ง ตลาดแรงงานในอีสานที่อ่อนแอลง สะท้อนจากจำนวนแรงงานที่ลดลงทั้งในภาคเกษตรและภาคการผลิต เช่นเดียวกับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มโตต่ำต่อเนื่อง จากแรงกดดันของปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งผลิตภาพต่ำ ภูมิคุ้มกันต่ำ และเหลื่อมล้ำสูง

    ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงขยายบทบาท สู่การเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อแก้ปัญหาที่กดดันเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน ผ่านมาตรการเฉพาะจุด อาทิ การแก้หนี้ NPL รายย่อย ผ่านโครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ การออกกลไกค้ำประกันสินเชื่อแบบใหม่ ภายใต้โครงการ SMEs Credit Boost การกำกับธุรกรรมทองคำ การจัดการกับทุนเทาและธุรกรรมไม่พึงประสงค์ รวมถึงการให้ความรู้ทางการเงินแก่ภาคประชาชน 

ข้อมูลเพิ่มเติม

ส่วนเศรษฐกิจการเงินภาค สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

043 913 514

Neo-econ-div@bot.or.th