ภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
10 กุมภาพันธ์ 2569
แถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี 2568
ภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รายได้เกษตรกร กลับมาหดตัว (เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)
ตามราคาอ้อยและราคาข้าวเปลือกที่ถูกกดดันจากผลผลิตในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ราคารับซื้อในประเทศลดลง รวมทั้งราคามันสำปะหลังที่หดตัวตามความต้องการของจีนที่ลดลง ขณะที่ผลผลิตขยายตัวต่อเนื่อง จากผลผลิตข้าวนาปรังตามสภาพภูมิอากาศที่เอื้ออำนวย
การผลิตภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวต่อเนื่อง
ตามการผลิตเพื่อส่งออกในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นตามวัฏจักรขาขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และความต้องการในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่การผลิตอาหารทรงตัว โดยการผลิตข้าวขยายตัวตามผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การผลิตแป้งมันสำปะหลังหดตัวจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาทำให้ไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบเพื่อแปรรูปได้
ภาคบริการท่องเที่ยว ขยายตัวต่อเนื่อง
จากกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและวันหยุดยาวที่มากกว่าปีก่อน ทำให้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักแรมที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้รวมภาคการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชากระทบต่อความกังวลด้านความปลอดภัยในบางพื้นที่
การบริโภคภาคเอกชน กลับมาหดตัว
ตามการหดตัวในเกือบทุกหมวดสินค้า โดยเฉพาะหมวดสินค้าคงทนกลุ่มยานยนต์หดตัวตามความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงิน หมวดสินค้ากึ่งคงทนและหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคหดตัวจากกำลังซื้อที่อ่อนแอลง ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ (คนละครึ่งพลัส) ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปีได้บ้าง
การลงทุนภาคเอกชน หดตัวต่อเนื่อง
การลงทุนภาคเอกชน หดตัวตามการลงทุนด้านก่อสร้างที่หดตัวต่อเนื่องจากพื้นที่ขออนุญาตก่อสร้างที่ลดลง สอดคล้องกับตลาดอสังหาฯ ที่ซบเซาต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์หดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับการจัดตั้งโรงงานใหม่ที่ชะลอลง
การลงทุนภาครัฐ ขยายตัวต่อเนื่องตามงบลงทุนและงบผูกพันที่มีการเบิกจ่ายอย่างต่อเนื่อง
การค้าผ่านด่านศุลกากร ขยายตัวต่อเนื่อง
ตามการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นในหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามวัฏจักรขาขึ้น รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์จากจีน เช่นเดียวกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นในหมวดชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และทุเรียนสดไปจีน ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ การส่งออกไปกัมพูชา่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางมาส่งออกผ่านด่านที่ไม่ใช่ชายแดนไทย-กัมพูชา
อัตราเงินเฟ้อทั่วไป กลับมาติดลบ ตามหมวดอาหารสด และหมวดพลังงานเป็นสำคัญ
ตลาดแรงงาน ปรับลดลง ตามการจ้างงานทั้งในภาคเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังจากราคาที่ไม่จูงใจในช่วงฤดูเพาะปลูก และภาคการผลิตตามการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ทดแทนแรงงานมากขึ้น รวมทั้งภาคก่อสร้างตามภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ยังซบเซาต่อเนื่อง
แนวโน้มเศรษฐกิจ ปี 2569
คาดว่า “ทรงตัว” โดยรายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่องตามราคาที่ลดลงแม้ปริมาณผลผลิตยังขยายตัว ขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนหดตัวตามกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ อย่างไรก็ดี ภาคบริการท่องเที่ยวขยายตัวจากการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ต่าง ๆ อาทิ การแข่งขันพาราลิมปิกและงานพืชสวนโลก รวมถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัวตามการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพื่อส่งออก ทั้งนี้ ยังต้องติดตามกระบวนการงบประมาณปี 2570 ที่อาจล่าช้า การฟื้นตัวของกำลังซื้อครัวเรือน และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
ธนาคารแห่งประเทศไทย
10 กุมภาพันธ์ 2569
หมายเหตุ :
สาขาเศรษฐกิจด้านอุปสงค์ที่มีความสำคัญต่อภาคอีสาน ได้แก่ การอุปโภคบริโภค การลงทุนภาคเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และการค้าผ่านด่านศุลกากร ตามลำดับ